Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก

การค้าและการลงทุน

นายกฯให้ผู้ว่าฯทุกจังหวัดทำความเข้าใจลดราคารับจำนำข้าว

Submitted by info on Wed, 19/06/2013 - 19:46

ณัฐญา เนตรหิน

วันนี้ (19 มิ.ย.) น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อทบทวนและจัดทำแผนพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ โดยนายกฯ ขอให้ผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ

ช่วยชี้แจงกับประชาชนถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องปรับเปลี่ยนเงื่อนไขในโครงการรับจำนำข้าว โดยระบุถึงเหตุผลของการปรับลดราคารับจำนำ เนื่องจากรัฐบาลต้องรักษาสมดุลวินัยการเงินและคลัง และเพื่อให้ราคาสอดคล้องกับกลไกตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากราคาข้าวในตลาดโลกปรับสูงขึ้น ก็พร้อมจะปรับเปลี่ยนรายละเอียดของราคาในการรับจำนำ

พร้อมกันนี้ กำชับให้ผู้ว่าฯ ร่วมกับตำรวจในการตรวจสอบการทุจริตในระดับปฏิบัติ เพื่อให้การดำเนินโครงการเป็นไปอย่างโปร่งใส และต้องไม่ให้มีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทุจริต หากพบจะต้องดำเนินการทั้งทางคดีและทางวินัย

นอกจากนี้ นายกฯ ฝากให้ผู้ว่าฯ ชี้แจงถึงการลงทุนโครงการบริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ที่จะต้องนำแผนสู่การปฏิบัติ สร้างการมีส่วนร่วม และให้เกิดความแน่ใจว่าจะเป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=187843:2013-06-19-09-50-29&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524
  • ฐานเศรษฐกิจ
  • การค้าและการลงทุน
  • Read more
  • 8 reads

'ปลอด'นั่งหัวโต๊ะคกก.สิ่งแวดล้อมเห็นชอบ4เรื่อง

Submitted by info on Wed, 19/06/2013 - 19:43

ณัฐญา เนตรหิน

วันนี้ (19 มิถุนายน 2556) เวลา 13.30 น. ณ ห้องประชุม 501 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 4/2556 โดยมี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ซึ่งผลการประชุมสรุปสาระสำคัญดังนี้

ที่ประชุมเห็นชอบ การปรับปรุงมาตรฐานระดับเสียงของรถยนต์ โดยให้ปรับปรุงประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดระดับเสียงของรถยนต์ ลงวันที่ 7 กรกฎาคม 2556 ให้เป็นไปตามร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การกำหนดมาตรฐานระดับเสียงของรถยนต์ ตามความเห็นของคณะกรรมการควบคุมมลพิษ ในการประชุมครั้งที่ 4/2556 เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2555 และมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ นำร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง การกำหนดมาตรฐานระดับเสียงของรถยนต์ เสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงนาม และประกาศในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

พร้อมกันนี้ ที่ประชุมเห็นชอบ แนวทางการนำกลับและส่งกลับของเสียอันตรายที่เคลื่อนย้ายข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย ตามความเห็นของคณะอนุกรรมการอนุสัญญาบาเซลในการประชุมครั้งที่ 36 – 2/2555 และ 40 – 2/2556 เมื่อวันที่ 15 มีนาคม 2555 และเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2556 ซึ่งมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมควบคุมมลพิษ นำแนวทางการนำกลับและส่งกลับของเสียอันตรายที่เคลื่อนย้ายข้ามแดนอย่างผิดกฎหมาย เผยแพร่ให้แก่ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้ประกอบการ และผู้สนใจทั่วไป ได้รับทราบและนำไปใช้เป็นแนวทางปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่ประชุมเห็นชอบ ร่างประกาศกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง กำหนดเขตพื้นที่และมาตรการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม บริเวณทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 106 ในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลวัดเกต ตำบลหนองหอย อำเภอเมืองเชียงใหม่ ตำบลหนองผึ้ง ตำบลยางเนิ้ง และตำบลสารภี อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ และในพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน พ.ศ. .... โดยมอบหมายให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำร่างประกาศ เสนอ คณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ต่อไป

รวมทั้งเห็นชอบต่อรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการเร่งรัดขยายทางสายประธานให้เป็น 4 ช่องทางจราจร (ระยะที่ 2) ทางหลวงหมายเลข 105 ตอน ตาก – อ.แม่สอด ของกรมทางหลวง เพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรี โดยให้กรมทางหลวง ดำเนินการดังนี้ 1) ดำเนินการตามมาตรการป้องกัน แก้ไข และลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม รวมทั้งมาตรการติดตามตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม ตามที่กำหนดไว้ในรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ซึ่งผ่านการพิจารณาจากคณะกรรมการผู้ชำนาญการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านคมนาคม ของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือโครงการร่วมกับเอกชน ในการประชุมครั้งที่ 5/2555 เมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2555 อย่างเคร่งครัด 2) นำความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติเสนอคณะรัฐมนตรี เพื่อประกอบการพิจารณา ตามมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 ต่อไป

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=187858:-4&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524
  • ฐานเศรษฐกิจ
  • การค้าและการลงทุน
  • Read more
  • 7 reads

'โต้ง'ปัดนโยบาย'จำนำข้าว'ผิดพลาดยันรบ.ไม่ใช้'ประกันราคา'แน่

Submitted by info on Wed, 19/06/2013 - 18:39

ณัฐญา เนตรหิน

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ในรายการเจาะข่าวเด่น ทางช่อง 3 ถึงการตัดสินใจปรับรายละเอียดของโครงการรับจำนำข้าว โดยปรับลดราคารับจำนำจาก 15,000 บาทต่อตันเหลือ 12,000 บาทต่อตัน

ถือเป็นการยอมรับว่านโยบายของรัฐบาลผิดพลาดหรือไม่ ซึ่งนายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ไม่ครับ ที่จริงการดำเนินนโยบายที่จะดูแลเกษตรกรที่ปลูกข้าวเป็นเรื่องที่รัฐบาลดูแลมาตลอด รัฐบาลนี้เลือกวิธีรับจำนำข้าว เพราะเห็นว่าการประกันราคาใช้วิธีลงทะเบียนในกระดาษ แต่การรับจำนำใช้การลงทะเบียนที่ต้องมีพื้นที่เพาะปลูก ซึ่งมีกลไกในการตรวจสอบได้

นายกิตติรัตน์ กล่าวถึง ตัวเลขขาดทุนที่เคยมีการระบุ 2.6 แสนล้านบาท ว่า วันแรกๆที่มีการรายงานจากคณะอนุกรรมการปิดบัญชีข้าว ซึ่งก็เป็นชุดที่มีการตั้งโดยรัฐบาลนี้ ตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เพื่อให้ไปตรวจสอบว่ามีการปิดบัญชีครบถ้วนหรือไม่ ก็ไม่ใช่เรื่องที่แอบทำ เพราะสิ่งที่รัฐบาลต้องการทำ คือ อยากได้ข้อมูลที่แท้จริงในการตัดสินใจ แต่มีการปูดข้อมูลที่ไม่ได้มาจากคนที่ในระบบของราชการว่า ขาดทุนปีละ 2.6 แสนล้านบาท และเอกสารนี้ที่ประทับตราลับที่จะใช้เพื่อตัดสินใจเชิงนโยบายของรัฐบาล ก็ไม่พบว่ามีส่วนใดที่ขาดทุนถึง 2.6 แสนล้านบาทต่อปี

ที่น่าสนใจคือข้อมูลไปปรากฎในทวิตเตอร์ของคนจำนวนหนึ่ง และข้อมูลก็ไม่ตรงด้วย ตามมาด้วยสำนักจัดอันดับ มูดี้ส์จะปรับอันดับของไทย ซึ่งผมก็ไม่เชื่อว่าสำนักจัดอันดับจะใช้ข้อมูลดังกล่าวมาอ้างอิง

นายกิตติรัตน์ กล่าวยืนยันว่า รัฐบาลจะเลือกแนวทางรับจำนำข้าวต่อไป ไม่ใช้นโยบายประกันราคาข้าว เพราะการประกันราคาข้าว ไม่สามารถนำมาตรวจสอบได้ว่ามีการปลูกข้าวจริงหรือไม่ และอาจมีการรั่วไหลในชั้นการจดทะเบียนหรือลงทะเบียน

เมื่อถามว่ายอมรับว่ามีการขาดทุนเยอะไปแล้วจึงปรับรายละเอียดของโครงการ นายกิตติรัตน์กล่าวว่า เงินจำนวนดังกล่าวเข้ามือเกษตรกรจริง ถ้าจะมีข้อกล่าวหาคือ ค่าบริหารจัดการ ซึ่ง 3 ใน 4 เป็นค่าดอกเบี้ยที่ใช้ และจ่ายให้ธ.ก.ส. และค่าบริหารจัดการในการจัดเก็บ แต่รัฐบาลก็ไม่เคยปล่อย มีการดำเนินคดี ในส่วนที่เราบอกว่าเป็นส่วนต่างของต้นทุนในการรับจำนำ คือข้าวเปลือกกับราคาที่ขายได้ในตลาดโลก ก็มีข้อมูลยืนยันว่า ราคาข้าวของเราแม้ขายได้ดีกว่าประเทศคู่แข่งแต่ก็ไม่สามารถทำให้ราคาไต่ระดับไปได้ ขอเรียนว่าถ้าหากว่าราคาตลาดโลกอำนวยกว่านี้และแปลงเป็นเงินบาทแล้วรายรับจากการขายดีกว่านี้ เหตุผลในการลดราคาก็คงน้อยหรือไม่มี

นายกิตติรัตน์ ยังได้กล่าวถึง การปรับเงื่อนไขในการรับจำนำ ซึ่งเน้นเรื่องวินัยการคลังว่า ในการดูแลเราก็มีกรอบงบประมาณในการดำเนินการ เมื่อตัวเลขมากกว่าที่เราตั้งใจเราก็จำเป็นต้องปรับเปลี่ยน ซึ่งได้เรียนผู้ว่าราชการจังหวัดไปแล้วว่า ถ้าจะดูเรื่องการบริหารงบประมาณ การที่จะจัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลเรื่องต่างๆอย่างเดิมๆก็อยู่ในวิสัยที่จะทำได้ แต่เรามีหน้าที่พาประเทศสู่วินัยการคลังที่เข้มแข็ง เข้าสุ่สมดุลปี 2560 ดังนั้นการบริหารองค์รวมเป็นเรื่องที่สำคัญ

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=187854:2013-06-19-10-43-03&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524
  • ฐานเศรษฐกิจ
  • การค้าและการลงทุน
  • Read more
  • 8 reads

เวนคืน1,600ไร่ผุด"ไฮสปีดเทรน"สายอีสาน ลุ้นย้าย3สถานีประเดิม"สระบุรี-ปากช่อง-โคราช"อยู่หรือไป!

Submitted by info on Wed, 19/06/2013 - 18:20

เปิดแนวไฮสปีดเทรนเฟสแรกสายอีสาน "กรุงเทพฯ-โคราช" ระยะทาง 250 กิโลเมตร เวนคืนที่ดิน 1,600 ไร่ จาก "ภาชี" ยัน "โคราช" เคลียร์พื้นที่วางรางรถไฟฟ้า ออกแบบปักหมุด 3 สถานีหลัก "สระบุรี-ปากช่อง-โคราช" แต่ยังต้องมีลุ้นจะอยู่ที่สถานีรถไฟเดิมหรือย้ายเข้าใช้พื้นที่กรมธนารักษ์-เวนคืนที่ดินเอกชนเพิ่ม เผยงานเข้าโรงผลิตปูน "เอสซีจี-ปูนนครหลวง-ทีพีไอ" โครงการผ่าพื้นที่ประทานบัตรต้องเจาะอุโมงค์ลอดกว่า 3 กิโลเมตร เร่งยื่นขออีไอเอโครงการ ส.ค.นี้

นายนิรัตน์ ตันสวัสดิ์ ผู้จัดการโครงการศึกษาออกแบบรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หนองคาย กลุ่มบริษัท เอ็ม เอ เอ คอนซัลแตนท์ จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้การศึกษาและออกแบบรถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเฉียงเหนือ จากกรุงเทพฯ-หนองคาย ระยะทาง 615 กิโลเมตร ใกล้จะแล้วเสร็จในส่วนของเฟสแรก ช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร

เฟสแรกเร่งยื่นขออีไอเอ ส.ค.นี้

ความคืบหน้าล่าสุด เตรียมเสนอรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ให้คณะกรรมการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ.) พิจารณาในเดือนสิงหาคมนี้ ส่วนผลการศึกษาภาพรวมทั้งโครงการคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในต้นปี 2557

ทั้งนี้ โครงการไฮสปีดเทรนสายกรุงเทพฯ-หนองคาย จะมีสองเฟส โดยเฟสแรกเป็นช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ซึ่งออกแบบเสร็จแล้ว ส่วนเฟสสองช่วงนครราชสีมา-หนองคาย มีระยะทางประมาณ 355 กิโลเมตร เป็นแผนงานในอนาคต

นายนิรัตน์กล่าวอีกว่า ภาพรวมการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หนองคาย แนวเส้นทางยังคงใช้พื้นที่เขตทางรถไฟเดิมเป็นหลัก ยกเว้นบางช่วงที่ต้องมีการปรับรัศมีความโค้งให้มีความเหมาะสมกับการเดินรถไฟความเร็วสูง ซึ่งจะต้องมีการเวนคืนที่ดินจำนวนมาก แต่จะให้กระทบต่อการเวนคืนให้น้อยที่สุด โดยแนวเส้นทางช่วงแรกจากกรุงเทพฯ-ภาชี ระยะทาง 84 กิโลเมตร จะใช้โครงสร้างร่วมกับรถไฟความเร็วสูงสายเหนือ สายกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่

เซ็นทรัลแอบลุ้นสถานี "สระบุรี"

สำหรับแนวเส้นทางเฟสแรก (กรุงเทพฯ-นครราชสีมา) จุดเริ่มต้นอยู่ที่สถานีบางซื่อ ผ่านสถานีดอนเมือง สถานีพระนครศรีอยุธยา จนมาถึงชุมทางบ้านภาชี จากนั้นแนวจะเข้าสู่เส้นทางรถไฟความเร็วสูงสายอีสาน จากบ้านภาชีมุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดสระบุรี ผ่านสถานีปากช่อง จากนั้นเส้นทางจะเลียบอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคองไปยังสถานีนครราชสีมา

โดยมี 3 สถานี แต่ตำแหน่งที่ตั้งยังไม่สามารถกำหนดได้ชัดเจน ประกอบด้วย 1.สถานีสระบุรี มี 2 ทางเลือกคือ อยู่สถานีรถไฟสระบุรีในปัจจุบัน หรือสร้างบนที่ดินเอกชนติดถนนเลี่ยงเมือง ซึ่งจะเยื้องกับศูนย์การค้าเซ็นทรัล สระบุรี

2.สถานีปากช่อง มี 2 ทางเลือกว่า จะอยู่ที่สถานีรถไฟปากช่องเดิม หรือสร้างบนที่ดินของกรมธนารักษ์ กรณีที่ดินกรมธนารักษ์ปัจจุบันใช้ประโยชน์เป็นโรงงานที่ 5 สายพลาธิการ และ 3.สถานีนครราชสีมา ทางเลือกคือจะอยู่ที่เดิมสถานีรถไฟนครราชสีมา หรือเวนคืนที่ดินเอกชนเพิ่มย่านสถานีภูเขาลาด

ขณะเดียวกัน สำหรับเฟสสองจากนครราชสีมา-หนองคาย มี 3 สถานีคือ สถานีขอนแก่น สถานีอุดรธานี และสถานีหนองคาย

ภาชี-โคราช เวนคืน 1.6 พันไร่

สำหรับรูปแบบโครงสร้างตลอดเส้นทาง จะมีทั้งทางยกระดับ ทางระดับพื้น สะพานบก และอุโมงค์ ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ที่เส้นทางพาดผ่าน สำหรับแผนในเฟสแรกจะมีทางยกระดับกว่า 100 กิโลเมตร เนื่องจากตัดผ่านพื้นที่เขตเมืองจำนวนมาก โดยทางระดับพื้นมีระยะทางประมาณ 58 กิโลเมตร สะพานบก 4 กิโลเมตร และอุโมงค์ช่วงแก่งคอยประมาณ 6.3 กิโลเมตร เนื่องจากตัดผ่านพื้นที่เหมืองประทานบัตรปูนซีเมนต์ 3 บริษัท คือ ปูนซิเมนต์ไทย ปูนนครหลวง และปูนทีพีไอฯ

นายนิรัตน์กล่าวว่า เงินลงทุนในเฟสแรกจะอยู่ที่ประมาณ 170,450 ล้านบาท แยกเป็นค่าเวนคืนกว่า 8,000 ล้านบาท เนื่องจากจะต้องมีการเวนคืนที่ดินตั้งแต่ช่วงภาชี-นครราชสีมา รวมพื้นที่ประมาณ 1,500-1,600 ไร่

มีค่าก่อสร้างประมาณ 140,855 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาประมาณ 3,000 ล้านบาท และระบบรถไฟฟ้าอีกประมาณ 31,700 ล้านบาท ส่วนเฟสสอง (นครราชสีมา-หนองคาย) ประเมินเบื้องต้นค่าก่อสร้างน่าจะอยู่ที่ประมาณ 108,245 ล้านบาท

สร้างอุโมงค์ลอดโรงปูน 3 ยี่ห้อ

อย่างไรก็ตาม แนวเส้นทางเฟสแรกจะมีปรับแนว 2 ช่วง คือ 1.ช่วงแก่งคอยที่ตัดผ่านพื้นที่เหมืองประทานบัตรของผู้ผลิตปูนซีเมนต์ 3 บริษัท ประกอบด้วย บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ปูนซีเมนต์นครหลวง จำกัด (มหาชน) และบริษัท ทีพีไอ โพลีน จำกัด (มหาชน)

นายนิรัตน์กล่าวว่า ข้อสรุปคือจะสร้างเป็นโครงสร้างยกระดับจากสถานีมาบกะเบา ก่อนข้ามทางเข้าออกและสายพานลำเลียงของโรงผลิตปูนซีเมนต์นครหลวง เพื่อใช้พื้นที่ประมาณ 2,000 เมตรให้พอกับรัศมีโค้ง จากนั้นแนวจะเบี่ยงลงทางด้านทิศใต้ ข้ามทางรถไฟเดิม 2 จุด ห่างจากสถานีผาเสด็จประมาณ 150 เมตร ซึ่งเป็นพื้นที่กรรมสิทธิ์ของบริษัทปูนซีเมนต์นครหลวง มีแผนจะขยายโรงงานในอนาคต บริเวณนี้จะเจาะอุโมงค์ยาว 3.3 กิโลเมตร และช่วงอุโมงค์จะพาดผ่านพื้นที่ประทานบัตรของปูนซิเมนต์ไทยและทีพีไอฯ

2.ช่วงบริเวณอ่างเก็บน้ำลำตะคอง จะสร้างทางวิ่งเป็นทางยกระดับเลียบอ่างเก็บน้ำเขื่อนลำตะคอง และยกระดับข้ามทางรถไฟเดิม จากนั้นแนวเส้นทางจะเลียบอ่างเก็บน้ำ ก่อนจะข้ามทางรถไฟเดิมอีกครั้ง แล้วจึงกลับมาขนานกับแนวทางรถไฟเดิม ระยะทางบริเวณนี้ประมาณ 17 กิโลเมตร

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1371612856#
  • ประชาชาติธุรกิจ
  • การค้าและการลงทุน
  • Read more
  • 7 reads

ธ.ก.ส.เล็งหารือคลังดึงลูกค้าทุกรายซื้อประกันภัยข้าว

Submitted by info on Wed, 19/06/2013 - 17:55

บอร์ด ธ.ก.ส.ชงคลัง-เอกชน บีบลูกค้าทำประกันภัยทุกราย ปีแรกอาจแค่ 25% ของพื้นที่ปลูกข้าว ด้านคลังจ่อหาข้อสรุปดึงเอกชนเหมาทำประกันภัยข้าว หลังรอบแรกเบี้ยยังแพง คาดยุติภายในสัปดาห์นี้ พร้อมรอสมาคมประกันวินาศภัยเสนอชื่อเพิ่มหลังมีแค่ "ไทยวิวัฒน์" ยืนยันรับช่วงต่อรายเดียว

นายบุญไทย แก้วขันตี รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ขณะนี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเรื่องการรับประกันภัยนาข้าว แต่ที่ชัดเจนคือ ในปีนี้จะใช้กลไกภาคเอกชนโดยให้บริษัทประกันภัยเข้ามารับทำส่วนนี้ เหมือนก่อนหน้าที่จะมีกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติดำเนินการ ซึ่งคณะกรรมการ ธ.ก.ส.ให้นโยบายว่า ควรจะให้เกษตรกรและลูกค้า ธ.ก.ส.ทุกรายที่ปลูกข้าวต้องทำประกันภัย เพื่อให้สามารถการันตีกับบริษัทประกันภัยได้

"เนื่องจากที่ผ่านมา ปริมาณผู้เอาประกันยังไม่มากพอ ประธานบอร์ด ธ.ก.ส.จึงให้นโยบายมา ก็เอามาดูว่าจะทำได้แค่ไหน หากทำได้ก็จะดีกับตัวลูกค้าเองด้วย ซึ่งภายในเดือน มิ.ย.นี้จะมีการประชุมร่วมกับกระทรวงการคลังและเอกชน โดย ธ.ก.ส.จะเสนอแนวทางดังกล่าว" นายบุญไทยกล่าว

นายบุญไทยกล่าวว่า หากสามารถกำหนดให้ลูกค้า ธ.ก.ส.มาทำประกันได้ในปริมาณมาก ๆ ก็จะยิ่งทำให้เบี้ยประกันถูกลงได้มากขึ้นตามไปด้วย แต่แนวทางการทำประกันก็จะเหมือนเดิม คือ รัฐบาลยังต้องช่วยจ่ายค่าเบี้ยครึ่งหนึ่ง ส่วนเกษตรกรจ่ายอีกครึ่งหนึ่ง

ทั้ง นี้ ในเบื้องต้น ธ.ก.ส.มีแนวทางว่า ในปีแรกจะกำหนดให้ลูกค้าต้องทำประกันภัย 25% ของพื้นที่ปลูกข้าว ซึ่งเมื่อรวมทั่วประเทศก็จะการันตีพื้นที่ได้มากกว่าเป้าหมายเดิมที่ตั้งไว้ 8 ล้านไร่ เพราะพื้นที่ปลูกข้าวทั้งหมดมีเกือบ 60 ล้านไร่ทั่วประเทศ อย่างไรก็ดี จะต้องพิจารณาในแง่กฎระเบียบ ข้อกฎหมายให้ชัดเจนด้วย แต่เชื่อว่าสามารถทำได้เพราะในอดีต ธ.ก.ส.เคยมีการบังคับให้ลูกค้าที่กู้เงิน

ต้องฝากเงินด้วย 5% เรียกว่า "เงินฝากตามส่วน"

ส่วน แนวทางการให้ ธ.ก.ส.เข้าไปถือหุ้นในบริษัทประกันภัยเอกชนนั้น นายบุญไทยยอมรับว่า ยังเป็นเพียงแนวคิดที่ต้องศึกษาไว้สำหรับอนาคต เพราะจากผลศึกษาเบื้องต้นออกมาว่า บริษัทที่ ธ.ก.ส.มีแนวคิดจะเข้าไปถือหุ้นนั้น มีผลประกอบการที่ไม่ค่อยดี และทำท่าว่าจะมีปัญหา ดังนั้น จึงต้องคิดให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ

แหล่ง ข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า นโยบายคลังต้องการให้ใช้กลไกเอกชนในการรับประกันภัยนาข้าว เพราะในระยะยาวจะยั่งยืนกว่า เนื่องจากกองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติตั้งขึ้นมาเป็นการเฉพาะกิจ ซึ่งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง ก็ให้พิจารณาอยู่ว่ากองทุนจะอยู่ไปถึงเมื่อใด

อีกทั้งในสัปดาห์นี้ ทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จะมีการหารือกับเอกชนอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้ทางเอกชนได้เสนอรายละเอียดการคิดเบี้ยประกันให้แล้วรอบ หนึ่ง แต่ยังไม่ได้ข้อยุติ เนื่องจากอัตราเบี้ยประกันที่เอกชนเสนอยังสูง ซึ่งครั้งนี้น่าจะได้ข้อสรุป ส่วนแนวทางที่ ธ.ก.ส.จะเสนอก็ยังไม่มีข้อสรุป เพราะต้องหารือกับเอกชนให้ได้ข้อยุติก่อน

โดยขณะนี้บริษัทประกันภัย เอกชนที่ยืนยันว่า พร้อมจะดำเนินการต่อ คือ บริษัท ประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำกัด (มหาชน) ยังมีเพียงรายเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ดี ต้องขึ้นอยู่กับการประสานของสมาคมประกันวินาศภัยว่าจะมีรายอื่นเข้ามาร่วม เพิ่มเติมอีกหรือไม่

"หลักการขณะนี้ คือ อัตราเบี้ยประกันที่เกษตรกรรับได้ต้องเท่าเดิม แต่ส่วนต่างนอกเหนือจากนั้นรัฐบาลจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งก็ต้องดูด้วยว่ารัฐบาลจะชดเชยส่วนต่างได้แค่ไหน" แหล่งข่าวกล่าว

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1371621480
  • ประชาชาติธุรกิจ
  • การค้าและการลงทุน
  • Read more
  • 10 reads

ชาวนาจำใจรับจำนำข้าวตันละ 1.2 หมื่น โอดราคาเดิมก็โดนหักแทบไม่เหลือ

Submitted by info on Wed, 19/06/2013 - 16:20

จำนำข้าว ขาดทุน 1.36 แสนล้านบาท ครม. ปรับลดราคาเหลือ 12,000 ด้านชาวนากำแพงเพชรโอดราคาเก่ายังโดนหักแทบไม่เหลือ คราวนี้จะเหลืออะไร ฝืนยอมรับมติ หากลดจริงต้องหาวิธีลดต้นทุนทำนาช่วยตัวเองเพื่อหาทางรอด...

สืบเนื่องจากกรณี นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกมาเปิดเผยว่า ตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว ที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีจำนำข้าวสรุปนั้น ยังเป็น 1.36 แสนล้านบาท และ ครม.ก็เห็นควรปรับลดเพดานการรับจำนำข้าวเหลือเกวียนละ 12,000 บาท และให้จำนำได้รายละไม่เกิน 500,000 บาท มีผลตั้งแต่วันที่ 30 มิถุนายนนี้ ซึ่งทางรัฐบาลกล่าวว่าโครงการนี้ก็ช่วยเกษตรกรอย่างแท้จริง แต่โชคไม่ดีที่ราคาข้าวในตลาดโลกไม่สูงเท่าที่ควร ภาระจึงมาตกอยู่ที่รัฐบาล ซึ่งเรื่องนี้ทางรัฐบาลจะเข้าชี้แจงกับเกษตรกรเรื่องการปรับเกณฑ์ราคาต่อไปนั้น

เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. นายบุญเปลี่ยน ปัญญาวงศ์ อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 หมู่ที่ 8 บ้านน้ำโท้ง ตำบลท่าขุนรามอำเภอเมือง จังหวัดกำแพงเพชร กล่าวหลังทราบเรื่องดังกล่าวว่าหากรัฐบาลจะพิจารณาปรับลดเพดานการรับจำนำข้าวลง ชาวนาก็คงลำบากมากขึ้นเพราะที่ผ่านมาตนทำนา 20 ไร่ ได้ข้าว 15 เกวียน ยังต้องแบ่งขายเงินสดให้พ่อค้าคนกลาง 5 เกวียน แบ่งเข้าโครงการจำนำ 10 เกวียน เพราะหากจำนำหมดก็จะไม่มีเงินมาหมุนเวียน เพราะหลังจากจำนำแล้วแต่ละครั้งได้เงินล่าช้าไป 2 เดือนถึงสามเดือน เกษตรกรผู้ทำนาทั่วไปก็จะไม่มีเงินหมุนเวียน ซึ่งรอนานมากชาวนาก็ต้องไปกู้มาลงทุน ต้องเสียดอกเบี้ยอยู่ดี

ขณะที่ในความเป็นจริงแล้ว ชาวนาก็จำนำไม่ได้ตามราคา 15,000 บาทต่อเกวียน เพราะว่าต้องถูกหักค่าความชื้น ค่าสิ่งเจือปน สุดท้ายจะได้รับเงินเพียง 9,000-10,500 บาท แต่ชาวนาไม่มีทางเลือก ก็ต้องจำยอม และหากลดเพดานรับจำนำลงมาเหลือเกวียนละ 12,000 บาท ราคาที่จำนำจะลดลงมาอีก 3,000 บาท เมื่อไปจำนำจริงอาจเหลือแค่เกวียนละ 6,000 บาท เศษสูงสุดอาจประมาณแค่ 8,000 บาท ซึ่งราคานี้ชาวนาขาดทุน อยู่ไม่ได้แน่นอน เนื่องจากต้นทุนการผลิตต่อไร่สูง และเห็นว่าการรับจำนำราคานี้เอื้อประโยชน์ต่อโรงสีและพ่อค้าข้าวมากกว่าที่ชาวนาจะได้รับประโยชน์ จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนราคารับจำนำใหม่และกำชับให้ ธกส.จ่ายเงินให้เร็วขึ้น อย่างช้าไม่ควรเกิน 2 อาทิตย์

http://www.thairath.co.th/content/region/352171
  • ไทยรัฐ
  • การค้าและการลงทุน
  • Read more
  • 7 reads

โรงงานแห่รับซื้อขี้ยาง

Submitted by info on Wed, 19/06/2013 - 16:13

ขี้ยางของชาวสวนยางผลิตกว่าได้กว่า60%ทั้งที่ภาคอีสาน ตะวันออก 3จังหวัดชายแดนใต้โรงงานแห่รับซื้อ

นายเพิก เลิศวังพง ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย จำกัด (ชสยท.) เปิดเผยว่า สถานการณ์ยางตอนนี้ชาวสวนยางเปลี่ยนวิธีการผลิตการผลิตน้ำยางสด ยางแผ่นดิบมาเป็นยางข้นถ้วย หรือคัพลัม กันเป็นจำนวนมากขึ้นตามลำดับ มีกว่า 60 เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคตะวันออก และที่ภาคใต้ 3 จังหวัดชายแดน ยะลา ปัตตานี นราธิวาส ปัจจัยคือสะดวก

“ตอนนี้ชาวสวนยางทำยางข้นถ้วยขาย ทางโรงงานอุตสาหกรรม นำไปผลิตเป็นยางแท่ง เอสทีอาร์ 20 (แสตนดาร์ทรับเบอร์ เบอร์ 20) โดยยางแท่งต้นทุนการผลิตต่ำกว่ายางรมควัน ตอนนี้ทุกบริษัทต่างมีเครื่องจักรผลิตยางแท่ง ยางแท่งจะมีส่วนต่างราคาที่ดีกว่าตัวยางอื่น ๆ”

“ยางแท่งเอสทีอาร์ ประเทศอินโดนีเซีย ผลิตเป็นอันดับ 1 ของโลก”

แหล่งข่าวจากนักวิชาการยาง เปิดเผยว่า ขณะนี้ยางข้นถ้วย หรือคัพลัม หรือเศษยาง ราคาประมาณ 30 บาท / กก. (วันที่ 9 มิย.6 ราคาท้องถิ่น) ราคาห่างจากน้ำยางสดมาก (70 บาท / กก. ราคาท้องถิ่น วันที่ 9 มิย. 56 หมายเหตุ เปลี่ยนแปลงได้) ซึ่งยางข้นถ้วยจะนำไปผลิตเป็นยาง เอสทีอาร์ 20 และ 10 ซึ่งสามารถเก็บไว้ได้เป็นระยะเวลานานก่อนที่จะนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์

“ยางข้นถ้วยนำไปแปรรูปเป็นยางเอสทีอาร์ ค่าแปรรูปค่าบริหารจัดการ รวมทั้งต้นทุนการผลิต ประมาณ 55 บาท แต่ออกขายได้ราคาที่ดี มีส่วนต่างค่าการตลาดที่ประมาณ 20 บาท / กก. ซึ่งมีกำไรกว่ายางทุกตัว ตอนนี้โรงงานอุตสาหกรรม จึงนิยมซื้อยางข้นถ้วยโดยหันมาผลิตยางแท่ง”

สำหรับภาคใต้ มีการผลิตกันมากใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และบางพื้นที่ของจังหวัดสงขลา ประมาณ 6 ล้านไร่ ส่วนตัวเลขไม่สามารถเก็บได้ เพราะเงื่อนไขความไม่สงบ เนื่องจากกรีดไม่เป็นเวลา เก็บเกี่ยวไม่เป็นเวลา

“ปัญหานี้รัฐต้องลงไปดูแล โดยการสร้างโรงงานอุตสาหกรรมผลิตยางเอสทีอาร์ จะทำให้ชาวสวนยางมีโอกาสเท่ากับกลุ่มสวนยางอื่น ๆ เขาสูญเสียโอกาสตรงนี้เป็นระยะเวลายาวนานแล้ว และเป็นเงินมหาศาล”

ส่วนภาวะราคายางขณะนี้ ต้นทุนการผลิตน้ำยางสดอยู่ที่ 80 บาท ยางแผ่นดิบ 81 บาท ส่วนการเคลื่อนไหวราคายางในประเทศในระยะครึ่งปีแรกของปี 2556 เฉลี่ยสูงสุดอยู่ที่ 80 – 85 บาท / กก. สำหรับยางแผ่นดิบ และน้ำยางสดอยู่ที่ 71 – 75 บาท / กก. และราคาบางวัน เหลือกว่า 60 บาท / กก. ปัจจัยที่ราคาไม่เคลื่อนไหว เพราะยังมียางในสต๊อกที่จีน ประมาณ 140,000 ตัน ซึ่งเป็นตลาดหลัก 50 เปอร์เซ็นต์ของไทย และไทยยังมีในสต๊อกประมาณ 200,000 ตัน พ่อค้าจึงสามารถกำหนดราคาซื้อได้

“ตลาดยาง ผู้ซื้อ จึงมีอำนาจกำหนดราคา ผู้ขายไม่มีอำนาจต่อรองราคา เขาไม่ซื้อเราก็ไม่มีตลาดจำหน่าย เพราะไม่มีการเปิดตลาดรายใหม่ พ่อค้าจึงกำหนดให้มีการผลิตยางที่พ่อค้าต้องการ”

http://bit.ly/19PNNEw
  • โพสต์ทูเดย์
  • การค้าและการลงทุน
  • Read more
  • 9 reads

ชาวนาเตรียมแสดงพลังค้านลดจำนำข้าว

Submitted by info on Wed, 19/06/2013 - 16:05

ตัวแทนชาวนาเตรียมแสดงพลังคัดค้านลดจำนำข้าวระบุแก้ปัญหาไม่ถูกจุดแต่ต้นเหตุคือการทุจริต

นายพรม บุญมาช่วย ประธานสภาเกษตรกรสุพรรณบุรี กล่าวว่า กลุ่มตัวแทนชาวนาจากทั่วประเทศเตรียมจะเดิมทางไปประชุมร่วมกันที่จังหวัดนครนายกในระหว่างวันที่ 20-21 มิ.ย.เพื่อปรึกษาหารือทางออกร่วมกันตลอดทั้งแสดงพลังคัดค้านไม่เห็นด้วยกับกรณีที่รัฐบาลมีการลดจำนำข้าวนาปรังปี 2556 เหลือ 12,000 ต่อตันซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ไม่ค่อยพอใจเพราะไม่คุ้มกับการลงทุน

นายพรม กล่าวอีกว่า ถ้ารัฐบาลปรับลดราคารับจำนำข้าวจากตันละ 15,000 บาท เหลือ 13,000 หรือ 13,500 บาทก็พอจะรับได้เพราะราคาข้าวนั้นลดลงมากกว่าที่เกษตรกรคาดไว้ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดมาแก้ที่ปลายเหตุทั้งๆที่ทางรัฐาลรู้อยู่แก่ใจว่าต้นเหตุคือการทุจริตการดำเนินการรับจำนำข้าวที่ไม่โปร่งใสในกระบวนการรับจำนำข้าวที่ต้องตรวจสอบให้เข้มข้นขึ้นอีก

"ชาวนาทั่วประเทศต้องมีปฏิกิริยาอย่างแน่นอนเกี่ยวกับการดำเนินการของรัฐบาลที่เลือกดำเนินการอย่างนี้ ผมว่ารัฐบาลเองก็รู้ว่าเป็นอย่างไร แต่ที่น่าน้อยใจที่สุดคือสุดท้ายมาโยนภาระเรื่องนี้ให้ชาวนา รัฐบาลมาดำเนินการกับชาวนาที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยเพราะอาจเห็นชาวนาไม่มีทางสู้ เป็นเกษตรกรหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน ผมเองว่ารัฐบาลกำลังหลงทางและแก้ปัญหาไม่ตรงจุด มันน่าน้อยใจที่สุดเพราะชาวนาเปรียบเสมือนลูกที่ถูกลืมและชาวนาเตรียมพร้อมจะเคลื่อนไหวแสดงพลังให้รัฐบาลเห็นว่าชาวนาก็มีทางสู้แบบชาวนาเหมือนกัน"นายพรมกล่าว

http://bit.ly/19PUsPd
  • โพสต์ทูเดย์
  • การค้าและการลงทุน
  • Read more
  • 6 reads

ขู่ก่อม็อบจี้รัฐคงราคาจำนำข้าว

Submitted by info on Wed, 19/06/2013 - 15:59

เกษตรกรชาวพะเยาขู่ชุมนุมเรียกร้องให้รัฐบาลคงราคาจำนำข้าวตัน 1.5 หมื่นบาท

ร.ต.เสถียร เวียงลอ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล(อบต.)ห้วยยางขาม อ.จุน จ.พะเยา และประธานกลุ่มเกษตรกรทำนาห้วยยางขาม กล่าวว่า กลุ่มเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ต.ห้วยยางขาม อ.จุน ร่วมกับเกษตรกรทำนาทั่วจังหวัดพะเยาทั้ง 9 อำเภอ ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน จะเดินทางรวมพลังกันที่บริเวณข้างศาลาประชาคม ภายในศูนย์ราชการจังหวัดพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา ในวันที่ 20 มิ.ย.นี้ ตั้งแต่เวลา 09.00 น.เป็นต้นไป เพื่อยื่นหนังสือผ่านผวจ.พะเยา ถึง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ขอให้คงราคารับจำนำข้าวไว้ที่นาปีตันละ 20,000 บาท นาปรังตันละ 15,000 บาท ดังเดิม เนื่องจากรับไม่ได้ที่รัฐบาลปรับลดราคาจำนำข้าวของเกษตรกรลง จากเดิมตันละ 15,000 บาท จะให้เหลือตันละ 12,000 เพราะราคารับจำนำเดิมที่รัฐบาลกำหนดไว้นั้นมีความเหมาะสมแล้ว เพราะช่วยเหลือเกษตรกรชาวนาให้ลืมตาอ้าปากจากรายได้ที่จำนำข้าวกับรัฐบาลปีที่ผ่านมา

“เพราะเกษตรกรมีรายได้จากการจำนำข้าว นำมาส่งลูกหลานเรียนหนังสือ ซื้อรถยนต์ประกอบอาชีพ ใช้หนี้ให้แก่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ได้ถึง 30-40% ปลดหนี้จากเงินกู้นอกระบบ และจะสามารถปลดหนี้จาก ธ.ก.ส.ได้ภายใน 3-4 ปี เนื่องจากรายได้จากการจำนำข้าทำให้ชาวนามีรายได้ลงทุนเพิ่มมากขึ้น กลุ่มเกษตรกรคือกลุ่มที่ใช้จ่ายเงินสูงสุด ทำให้เม็ดเงินที่เป็นรายได้ของเกษตรกรไหลกลับคืนสู่ระบบ กระตุ้นเศรษฐกิจ คืนภาษีให้รัฐบาลด้วย ส่วนพรรคฝ่ายค้านที่พยายามจะให้ยุติโครงการโดยอ้างเหตุผลเรื่องการขาดทุนนั้น หากรัฐบาลจะขาดทุนบ้างแต่ทำให้เกษตรกรฟื้นตัวได้และใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ คิดว่ารัฐบาลคงไม่ขัดข้องที่จะดำเนินโครงการต่อ"ร.ต.เสถียร กล่าว

ด้านนายสมชาย เข็มเพชร นายกสมาคมเกษตรกร อ.จุน จ.พะเยา กล่าวว่า เนื่องจากเป็นเรื่องสำคัญของปากท้องชาวนา แม้ล้มป่วยทางสมาคมจะจัดส่งตัวแทนไปร่วมการชุมนุมในครั้งนี้อย่างแน่นอน เพราะรายได้จากการจำนำข้าวทำให้ชาวนาอยู่ดีกินดีมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ราคาผลผลิตการเกษตรชนิดอื่นก็ดีตามไปด้วย เพราะข้าวราคาดี ชาวนาขายข้าวได้ราคามีเงินใช้จ่าย เกิดการไหลเวียนของเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ ด้วยมีการใช้จ่ายกันทุกพื้นที่ ซึ่งนโยบายจำนำข้าวเป็นสิ่งที่ดี เป็นผลดีต่อเกษตรกรทำนาจริง แต่การขาดทุนนั้นขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของผู้ที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีการทุจริตรัฐบาลก็ต้องตรวจสอบและแก้ปัญหาให้ได้ อย่าปล่อยให้ผู้ที่เป็นเหลือบของรัฐบาลมาสร้างความได้เปรียบโดยใช้นโยบายของรัฐบาลเป็นช่องทางทุจริตได้อีกต่อไป

ด้านนายมาโนชญ์ เทศอินทร์ ผู้นำเกษตรพอเพียง ต.แม่กา อ.เมือง จ.พะเยา กล่าวว่า โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าจำนำข้าวของรัฐบาลทำให้เกษตรกรทำนาได้รับเงินจริง และได้ขายข้าวในราคาที่สูงกว่าการไปขายให้กับพ่อค้าคนกลาง หากคิดอย่างคนเห็นแก่ตัวบ้าง คือ ถ้ารัฐบาลจะขาดทุนบ้างเพื่อให้เกษตรกรฟื้นตัวได้และอยู่ดีกินดี ใช้จ่ายกระตุ้นเศรษฐกิจ คิดว่ารัฐบาลคงสามารถแบกรับได้ เพราะตนคิดว่าการขาดทุนคงไม่ใช่เพราะการจำนำอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่มีกลุ่มคนที่ฉกฉวยหาผลประโยชน์จากนโยบายที่เรียกว่าคอรัปชั่นเชิงนโยบาย แต่เกษตรกรทำไม่ได้ มีแต่คนที่รู้กลไกในนโยบายเท่านั้น ซึ่งเป็นประเด็นที่รัฐบาลจะต้องระมัดระวังและตรวจสอบหามาตรการไม่ให้คนที่เห็นแก่ตัวฉวยโอกาสทุจริตในโครงการนี้ได้อีก

http://bit.ly/140RkcH
  • โพสต์ทูเดย์
  • การค้าและการลงทุน
  • Read more
  • 9 reads

ม็อบชาวนาบุกปชป.ด่าหมอวรงค์

Submitted by info on Wed, 19/06/2013 - 15:51

ม็อบอ้างเป็นชาวนาพิษณุโลกบุกปชป.​ชูป้ายด่าไม่เอาหมอวรงค์ ​อัดจำนำข้าวขาดทุนไม่เกี่ยวกับคอรัปชั่น

ที่พรรคประชาธิปัตย์ มีกลุ่มบุคคลอ้างว่า เป็นตัวแทนเครือข่ายชาวนาภาคเหนือ จ.พิษณุโลก ประมาณ 20 คน นำโดยนายอนิรุธ ดีฉนวน มาวมตัวกันและชูป้ายข้อความโจมตี นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม ส.ส.พิษณุโลก พรรคประชาธิปัตย์ ข้อความว่า

“หมอวรงค์คุณกินข้าว ไม่สำนึกช่วยชาวนา ก็อย่าเอาชาวนาเป็นเครื่องมือทางการเมือง” “คนพิษณุโลกไม่เอาหมาวรงค์ อย่าเอาชาวนามาเล่นเกมการเมือง” “ทำตามนโยบาย ตันละ 15,000-20,000 บาท ใครจะมาเอาผิด?”

นอกจากนี้ กลุ่มดังกล่าวได้ยื่นหนังสือถึงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยืนยันว่าการขาดทุนในโครงการจำนำข้าวต่างจากการทุจริต เพราะเป็นการซื้อข้าวที่ราคาสูงกว่าท้องตลาดต้องมีการขาดทุนอยู่แล้ว ซึ่งถือเป็นการแก้ปัญหาให้ชาวนาและกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้จะขาดทุนแต่ก็ได้กำไรคืนในภายหลัง

นอกจากนี้ การเรียกร้องไปยังนายอภิสิทธิ์ และ สส.ประชาธิปัตย์ ว่าอย่านำประเด็นการรับจำนำไปเป็นประเด็นทางการเมืองเพื่อทำลายล้างพรรคเพื่อไทยและทำลายชาวนา ​นอกจากนี้ยังระบุว่าการที่รัฐบาลปรับลดราคาจำนำข้าวเหลือเกวียนละ 1.2 หมื่น บาท เป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์กดดัน

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก สส.กทม. และ นายยุคล ชนะวัฒน์ปัญญา สส.จันทบุรี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ออกมารับหนังสือร้องเรียน ​และชี้แจงว่าพรรคไม่ได้เป็นต้นเหตุในการที่รัฐบาลปรับลดราคาจำนำข้าวลงจากเกวียนละ 1.5 และ ​ 2 หมื่น บาท เหลือ 1.2 ​ และ 1.5 หมื่นบาท เรื่องดังกล่าวเป็นมติของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) และยืนยันว่าการที่พรรคนำเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นออกมาเปิดเผยนั้นเพื่อให้รัฐบาลแก้ไข และพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มีเจตนาที่จะขัดขวางรัฐบาลในการทำโครงการที่ช่วยเหลือชาวนาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่า ​ขณะที่มีการยื่นหนังสือนั้น นพ.วรงค์ได้นั่งอยู่ในร้านกาแฟด้านหน้าพรรค แต่กลุ่มคนดังกล่าวกลับมีพฤติกรรมเหมือนไม่รู้จัก นพ.วรงค์ นอกจากนี้ ยัมี นายหนึ่งดิน วิมุตตินันท์ ทนายความชมรมผู้รักความเป็นธรรม ที่เป็นทนายให้กลุ่มคนเสื้อแดงในการเคลื่อนไหวหลายครั้ง ยื่นหนังสือต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ตรวจสอบการชุมนุมของกลุ่มองค์กรพิทักษ์สยาม และยื่นหนังสือให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลาออก อีกทั้ง ยังพบซึ่งมีพระภิกษุและสามเณรมาร่วมถือป้ายอยู่ด้วย แต่เมื่อผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามชื่อ และขอดูใบสุทธิ พระรูปดังกล่าวกลับไม่ตอบคำถาม และเดินออกไปจากพรรค

http://bit.ly/141bROo
  • โพสต์ทูเดย์
  • การค้าและการลงทุน
  • Read more
  • 4 reads
  • 1
  • 2
  • 3
  • 4
  • 5
  • 6
  • 7
  • 8
  • 9
  • …
  • next ›
  • last »

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Creative Commons License

เนื้อหาทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ใช้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0 (Creative Commons Attribution 3.0 License) สามารถนำไปใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง และจ่ายแจกได้ ขอเพียงระบุที่มาเท่านั้น พัฒนาและออกแบบเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม

l เกี่ยวกับเรา l ติดต่อเรา l

drupal stats
viewsSyndicate content Syndicate content