พิธีกรรมอำพรางอันนำมาสู่ข้อสรุปแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น และ 1 ใน 6 ประเด็นร้อน ก็คือ มาตรา 190

โดย : 
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch)
ภาพ: 

 

จักรชัย โฉมทองดี ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขต การค้าเสรีภาคประชาชน หรือ เอฟทีเอ วอทช์ ซึ่งก่อนหน้านี้ เข้ายื่นหนังสือต่อ สามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้เปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ที่ว่าด้วยการจัดทำหนังสือสนธิสัญญากับต่างประเทศ ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภาก่อน

เอฟทีเอ วอทช์ เสนอให้ปรับปรุงมาตรา 190 โดยเพิ่มเติมการกำหนดประเภทของหนังสือสัญญาในวรรคห้า และขอให้สภาผู้แทนราษฎรเร่งรัดการออกกฎหมายตามมาตรา 190 และมาตรา 330 (3) เกี่ยวกับการจัดทำหนังสือสัญญาโดยเร็ว ซึ่งกลุ่มเอฟทีเอ วอทช์ ได้เสนอร่าง พ.ร.บ.การจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศฉบับประชาชนต่อสภาไปแล้ว

ต่อมา กลุ่มเอฟทีเอ วอทช์ ได้ชุมนุมที่กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมยื่นร่าง พ.ร.บ.การจัดทำหนังสือสัญญา

จักรชัย โฉมทองดี

ระหว่างประเทศ พ.ศ. ....ฉบับประชาชน ต่อ รัชนันท์ ธนานันท์ รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย กระทรวงการต่างประเทศ เนื่องจากกลุ่มเอฟทีเอ วอทช์ กังวลการออกกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 จะดำเนินการรวบรัด ขาดความมีส่วนร่วมจากประชาชน จึงร่วมกันร่างกฎหมาย ซึ่งรัฐธรรมนูญให้ประชาชน 1 หมื่นคน เสนอกฎหมายได้ และเรียกร้องให้กระทรวงพิจารณา เพราะพ.ร.บ.ฉบับนี้มีเวทีเจรจาที่โปร่งใสเปิดกว้างกับทุกฝ่าย

การ "ตีปี๊บ" แก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 ช่วงที่ผ่านมา มีใครที่ได้ยินว่านักการเมืองพูดถึงข้อเสนอของภาคประชาชน ข้างต้นบ้าง

เหตุใดภาคประชาชนบอกว่า มาตรา 190 รัฐธรรมนูญ 2550 ไม่มีปัญหาในด้าน "เนื้อหา" แต่นักการเมืองต้องการแก้ไข
 มาตรา 190 บัญญัติ ว่า

"พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึก และสัญญาอื่นกับนานาประเทศหรือกับองค์การระหว่างประเทศ

หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตพื้นที่นอกอาณาเขต ซึ่งประเทศไทยมีสิทธิอธิปไตยหรือมีเขตอำนาจตามหนังสือสัญญา หรือตามกฎหมายระหว่างประเทศ หรือจะต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามหนังสือสัญญา หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวาง หรือมีผลผูกพันด้านการค้า การลงทุน หรืองบประมาณของประเทศอย่างมีนัยสำคัญ ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภา ในการนี้ รัฐสภาจะต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับเรื่องดังกล่าว

ก่อนการดำเนินการเพื่อทำหนังสือสัญญากับนานาประเทศ หรือองค์การระหว่างประเทศตามวรรคสองคณะรัฐมนตรีต้องให้ข้อมูลและจัดให้มีการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชน และต้องชี้แจงต่อรัฐสภาเกี่ยวกับหนังสือสัญญานั้น ในการนี้ ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกรอบการเจรจาต่อรัฐสภาเพื่อขอความเห็นชอบด้วย

เมื่อลงนามในหนังสือสัญญาตามวรรคสองแล้ว ก่อนจะแสดงเจตนาให้มีผลผูกพัน คณะรัฐมนตรีต้องให้ประชาชนสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญานั้น และในการที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญาดังกล่าวก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน หรือ ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม คณะรัฐมนตรีต้องดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบนั้นอย่างรวดเร็ว เหมาะสม และเป็นธรรม

ให้มีกฎหมายว่าด้วยการกำหนดขั้นตอนและวิธีการจัดทำหนังสือสัญญาที่มีผล กระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศอย่างกว้างขวางหรือมีผล ผูกพันด้านการค้า หรือการลงทุน อย่างมีนัยสำคัญ รวมทั้งการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการปฏิบัติตามหนังสือสัญญา ดังกล่าว โดยคำนึงถึงความเป็นธรรมระหว่างผู้ที่ได้ประโยชน์กับผู้ที่ได้รับผลกระทบจาก การปฏิวัติตามหนังสือสัญญานั้นและประชาชนทั่วไป

ในกรณีที่มีปัญหาตามวรรคสอง ให้เป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญที่จะวินิจฉัยชี้ขาด โดยให้นำบทบัญญัติตามมาตรา 154 (1) มาใช้บังคับกับการเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญโดยอนุโลม"


มาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ 2550 นั้น มีเนื้อความจาก มาตรา 224 ของรัฐธรรมนูญ 2540 ที่บัญญัติว่า

"พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการทำหนังสือสัญญาสันติภาพ สัญญาสงบศึกและสัญญาอื่นๆ กับนานาประเทศ หรือกับ องค์การระหว่างประเทศ

หนังสือสัญญาใดมีบทเปลี่ยนแปลงอาณาเขตไทยหรือเขตอำนาจแห่งรัฐหรือจะ ต้องออกพระราชบัญญัติเพื่อให้การเป็นไปตามสัญญา ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา" พิจารณาโดยถ่องแท้แล้ว มาตรา 190 เป็นปัญหาหรือนักการเมืองเป็นปัญหาเสียเอง