หวั่นดีลโลกร้อนแท้งก่อนซัมมิต
เลขาธิการยูเอ็นจี้ประชาคมโลกฉวยช่วงเวลาแห่งประวัติศาสตร์เร่งผลักดันให้ เกิดข้อตกลงร่วมกันในการต่อสู้กับโลกร้อน ผู้นำหลายชาติเตือนมีโอกาสมวยล้มหลังประเด็นใหญ่ยังค้างคาทั้งที่ใกล้ซัมมิ ตระดับผู้นำ แต่ทำเนียบขาวเผย "โอบามา" มั่นใจตกลงกันได้ทัน ขณะที่โพลล์ล่าสุดเผยมะกันชนจำนวนมากยังไม่รู้ร้อน
บรรดาผู้นำประเทศจากกว่า 120 ชาติมีกำหนดจะร่วมประชุมสุดยอดเวทีโลกร้อนที่กรุงโคเปนเฮเกนวันศุกร์นี้ แล้ว แต่การเจรจาของเจ้าหน้าที่ระดับล่างตลอด 9 วันที่ผ่านมาจนถึงวันอังคารที่เป็นการประชุมรัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอย่างเป็น ทางการ ยังไม่บรรลุผลสำเร็จในประเด็นสำคัญๆ ความคืบหน้าอย่างเชื่องช้านี้ทำให้พวกนักเคลื่อนไหวร้อนรนและโมโหโกรธามาก ขึ้น
บัน กีมูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ เจ้าภาพหลักของการประชุมนี้ กล่าวต่อที่ประชุมรัฐมนตรีเมื่อค่ำวันอังคารว่า การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นช่วงเวลาชัดเจนครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ "เรารู้ว่าเราต้องทำ เรารู้ว่าโลกคาดหวังอะไร งานของพวกเราที่นี่และบัดนี้คือการทำข้อตกลง ข้อตกลงบนผลประโยชน์ร่วมกันของพวกเรา" เขากล่าว
เลขาธิการยูเอ็นยอมรับว่า การหาข้อตกลงเกี่ยวกับความช่วยเหลือด้านการเงินแก่ประเทศกำลังพัฒนาอาจต้อง รอกระทั่งถึงวันสุดท้ายของการประชุม จึงยากมากที่จะทำให้พวกผู้นำตกลงกันในเวลาแค่ 1-2 วัน
นายกฯ กอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษซึ่งเดินทางถึงเดนมาร์กแล้ว กล่าวยอมรับว่า เป็นเรื่อง "ยากมาก" ที่บรรลุข้อตกลงกันได้เมื่อหลายประเด็นยังไม่ได้สะสาง ขณะที่นายกฯ เควิน รัดด์ ของออสเตรเลีย เตือนเช่นกันว่า "ไม่มีการรับประกัน" ว่าจะมีข้อตกลงเกิดขึ้น
ด้านอัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐ ได้เรียกร้องให้ผู้นำโลกพบปะกันอีกครั้งที่กรุงเม็กซิโกซิตีเดือน ก.ค.ปีหน้าเพื่อทำงานนี้ให้เสร็จ
หากการเจรจามาราธอนนี้คืบหน้าด้วยดี ที่ประชุมระดับผู้นำวันศุกร์นี้น่าจะมีข้อสรุปออกเป็นความตกลงที่ครอบคลุม ในด้านการจำกัดก๊าซเรือนกระจกและจัดตั้งกลไกที่จัดเงินหาช่วยเหลือนับหมื่น ล้านเหรียญฯ แก่ประเทศยากจน
ทว่าร่างข้อตกลงฉบับใหม่เผยให้เห็นว่าการเจรจายังไม่คืบหน้า เมื่อข้อความในร่างนี้ไม่ได้ระบุถึงตัวเลขเป้าหมายระยะยาวของการลดการปล่อย ก๊าซเรือนกระจก, จุดสูงสุดที่ใช้เป็นบรรทัดฐาน, เป้าของการจำกัดอุณหภูมิไม่ให้สูงขึ้น หรือกระทั่งการให้เงินช่วยเหลือชาติยากจนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน
โรเบิร์ต กิบส์ โฆษกทำเนียบขาวแถลงเมื่อวันอังคารว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา ยังเชื่อว่าทุกฝ่ายจะสามารถหาข้อตกลงที่สมเหตุสมผลในการใช้งานได้ระหว่างการ ประชุมเวทีนี้ "ท่านประธานาธิบดีเชื่อว่าเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่ใช้งานได้จริงๆ เราจำเป็นต้องมีความโปร่งใส" เขากล่าว
สหรัฐซึ่งไม่ได้ลงนามพิธีสารเกียวโตว่าด้วยการจำกัดการปล่อยก๊าซ และสภายังไม่ผ่านกฎหมายมาบังคับใช้ในประเด็นนี้ ถูกวิจารณ์มากว่าทุ่มเทน้อยเกินไป โอบามาเสนอว่าสหรัฐจะลดก๊าซคาร์บอนลง 17% จากระดับของปี 2548 ภายในปี 2563
อีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจของซ็อกบีที่สอบถามชาวอเมริกันวัยผู้ใหญ่ทั่วประเทศระหว่างวันที่ 8-10 ธ.ค.ที่ผ่านมาเกี่ยวกับความตระหนักรู้ถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โลก พบว่า ยังมีอเมริกันชนเกือบครึ่งหนึ่งหรือถึง 49% ที่วิตกเพียงเล็กน้อยหรือไม่วิตกแม้แต่น้อยเกี่ยวกับปัญหาโลกร้อน ขณะที่ 35% วิตกอย่างมากหรือวิตกพอประมาณ ผลล่าสุดนี้ชี้ว่าชาวอเมริกันที่ไม่ทุกข์ร้อนกับปัญหาที่ทั่วโลกวิตกขณะนี้ เพิ่มจำนวนขึ้นจากเมื่อ 2 ปีก่อนถึง 10% ส่วนกลุ่มที่วิตกมากก็ลดลงเช่นกัน จาก 48% เมื่อปี 2550

