รัฐฟุ้งเปิดเสรีอาเซียนไทยได้มากกว่าเสีย
เอกชนจี้รัฐเร่งหามาตรการช่วยเหลือหวั่นรายย่อยเจ๊ง
กรมเจรจาฯ แจงเปิดเสรีการค้า-บริการอาเซียนได้มากกว่าเสีย ทำให้เศรษฐกิจขยายตัว เกิดการลงทุนจากต่างประเทศ ชี้มีได้ก็ต้องมีเสียหากธุรกิจขนส่งไทยจะได้เปรียบ รัฐต้องเข้ามาสนับสนุน ขณะที่ผู้ประกอบการรถบรรทุกวอนต้องการนโยบายที่ชัดเจนจากรัฐบาล หวั่นเปิดเสรีลอจิสติกส์รายย่อยเจ๊ง
นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ ผู้อำนวยการส่วนการค้าบริการอาเซียน กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยถึง การเปิดเสรีด้านการขนส่งอาเซียนในอีก 6 ปีข้างหน้าว่า การเปิดเสรีด้านการขนส่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปในเชิงบวกมากกว่าลบ ทั้งนี้ ไม่ใช่เฉพาะการขยายตัวด้านธุรกิจการขนส่งในประเทศไทยอย่างเดียวที่ต้องมีชาว ต่างชาติเข้ามาลงทุน และถือหุ้นมากในสัดส่วน 70% ในปี 2558 ซึ่งต้องมองภาพรวมในแง่การขยายตัวการ ลงทุนในสมาชิกอาเซียนอีก 9 ประเทศ อย่างไรก็ตาม ธุรกิจของประเทศน่าจะเติบโตไปในทิศทางที่ดี เพราะการเปิดเสรี ไม่ใช่จะมองเพียงภาคการขนส่งอย่างเดียว จะต้องมองถึงการลงทุน สินค้า และธุรกิจ การบริการทุกๆ ประเภทที่ภาษียังสูงอยู่
อย่างไรก็ตาม หากสามารถเปิดเสรี ได้อย่างเต็มรูปแบบ และเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ มองว่าการเติบโตทางธุรกิจ ย่อมเกิดขึ้นแน่ๆ และคาดว่าจะเติบโตมากกว่าตอนที่ประเทศไทยยังไม่เปิดเสรี นอกจากนี้ การเปิดเสรีจะทำให้มีการเคลื่อนย้ายเงินทุนโดยเสรี รวมทั้งยังสามารถเคลื่อนย้ายบุคลากรแรงงานที่มีฝีมืออีกด้วย
?การเปิดเสรีดังกล่าว ถ้าเป็นไปตามแผนที่วางไว้ เชื่อว่าในภูมิภาคอาเซียน จะมีขีดความสามารถในการแข่งขันได้กับประเทศใหญ่ๆ ในโลกนี้ได้ แต่ก็ขึ้นอยู่ว่าในภูมิภาคอาเซียนจะร่วมมือกันหรือเปล่า ถ้าลำพังแต่ละคนต่างแยกกันไปเปิดเสรี โดยที่ไม่ยอมช่วยเหลือซึ่งกันและกัน แน่นอนว่า ประเทศที่ใหญ่กว่าได้ประโยชน์ ไปแบบเต็มๆ ประเทศที่อ่อนแอกว่าก็เสียเปรียบมาก ถ้าจะให้ได้เปรียบต้องขึ้นอยู่กับรัฐบาลด้วย ที่ต้องคอยออกมาตรการด้านการเปิดเสรีควบคู่ไปด้วย ต้องอาศัยกฎระเบียบและนโยบายรัฐบาลด้วย?
สำหรับการเปิดเสรีการขนส่งนั้น ผลกระทบก็ต้องมีตามมาแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นด้านบวกและด้านลบขึ้นอยู่กับว่าสิ่งที่จะมากำหนดยุทธศาสตร์ของ อาเซียน นั้น ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่ ถ้าต่างคน ต่างทำ หรือประเทศนั้นกำหนดยุทธศาสตร์ มาเพื่อเอาเปรียบกันเอง ตรงนี้ก็รับไม่ได้ ทุกอย่างต้องสอดคล้องกันถึงจะกำหนดยุทธศาสตร์นั้นๆ ได้
นายรณรงค์ กล่าวถึงภาพรวมของประเทศไทยในเรื่องการเปิดเสรีว่า ยังไม่ไปไกลนักในแง่ของมาตรการที่ชัดเจน แต่ว่ารัฐบาลกำลังทำอยู่ รวมทั้งการเปิดเสรีทางการค้ายังไม่ค่อยชัดเจน จึงยังกำหนดอะไรยังไม่ลงตัว อย่างไรก็ดี การรองรับการเปิดเสรีนั้น เป็นหน้าที่ของทุกกระทรวง ทบวง กรม และผู้ที่รับผิดชอบโดยตรงทางด้านขนส่งก็คือกระทรวงคมนาคม ต้องมีการแบ่งความรับผิดชอบออกไป ส่วนกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศมีวิธีการเจรจาที่ให้ผลกระทบกับผู้ประกอบ การรายเล็กให้น้อยที่สุด และพยายามจะให้เกิดผลบวกมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
?ผู้ประกอบการรายย่อยต้องเตรียม รับมือให้ดีกับการเปิดเสรี ต้องพยายามเตรียมบุคลากรที่มีฝีมือรองรับไว้ รวมทั้งเทคโนโลยีต้องมี ส่วนเงินทุนนั้นสามารถหาได้ในภายหลัง อย่างไรก็ดี ปัจจัย 3 อย่างนี้ต้องเตรียมให้พร้อม และบริหารการจัดการให้ดี ไม่เช่นนั้นเตรียมตัวแพ้คู่ต่อสู้ชาวต่างชาติแน่ๆ?
นายรณรงค์ กล่าวถึงอนาคตการขนส่งไทยว่า ถ้าจะมองอนาคตต้องมองอดีตด้วย เพื่อจะมาเป็นประสบการณ์ในการดำเนินงานในอนาคต เนื่องจากว่าขนส่งไทยในปัจจุบันมีผู้ถือหุ้นแอบแฝง ให้คนไทยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อยู่หรือไม่ ซึ่งก็มีอยู่แล้วแต่ยังไม่เปิดเผยตัวตน แต่ถ้าการเปิดเสรีขึ้นมาคนไทยที่เป็นผู้ถูกจ้างอาจจะตกงาน เพราะว่าบริษัทนั้นๆ จะขึ้นมาเป็นผู้บริหารแบบเต็มตัว
ด้านนายภูมิพัฒน์ คิดชอบ อุปนายก สมาคมขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าส่งออก กล่าวว่า ที่ผ่านมาผู้ประกอบการขนส่งสินค้าได้รับผลกระทบอย่างหนักประมาณ 60-70% จากเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่ภาครัฐก็ไม่มีนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนผู้ประกอบการ ทำให้ผู้ประกอบไม่สามารถวางแผนระยะยาวได้ เช่น เรื่อง พลังงานทดแทน นโยบายก็ไม่ชัดเจน เรื่อง การจัดตั้งสภาการขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย ก็ไม่มีความคืบหน้า ที่ผ่านมาเอกชนพยายามช่วยเหลือตัวเองทุกวิถีทาง ทั้งลดต้นทุน ลดพนักงาน ลดเงินเดือน เพื่อรักษาตัวให้รอด
ส่วนเรื่องการปรับตัวเพื่อรับมือกับการเปิดเสรีนั้น ขณะนี้ผู้ประกอบการได้ตระหนักและพยายามพัฒนาตัวเอง ทั้งการรวมกลุ่ม การเข้าอบรมตามสมาคมต่างๆ รวมถึงเข้าร่วมกิจกรรมกับภาครัฐ แต่การแก้ปัญหาการขนส่งไทยทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งรัฐ-เอกชนต้องร่วมมือกัน แบบบูรณาการจึงจะสามารถแก้ไขได้

