แอฟริกาตีรวนเวทีประชุมโลกร้อน
การ ประชุมโลกร้อนของยูเอ็นหยุดชะงักนานหลายชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ ภายหลังชาติจากแอฟริกายกขบวนวอล์กเอาต์ประท้วงประเทศร่ำรวยไม่เอาจริงกับการ ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หวังล่มพิธีสารเกียวโต แต่สุดท้ายยอมรอมชอม
ข่าวรอยเตอร์รายงานว่า การประชุมวางกรอบการทำงานว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีองค์การสห ประชาชาติ (ยูเอ็น) เป็นเจ้าภาพที่กรุงโคเปนเฮเกนต้องล่าช้านานกว่า 5 ชั่วโมงเมื่อวันจันทร์ กว่าที่กลุ่มประเทศจากทวีปแอฟริกาจะยอมกลับสู่เวทีประชุม หลังจากที่พากันก่อหวอดวอล์กเอาต์ประท้วงโดยกล่าวหาประเทศร่ำรวยว่าพยายามจะ ทำลายพิธีสารเกียวโตที่ผูกมัดประเทศอุตสาหกรรมร่วม 40 ชาติลดการปล่อยก๊าซที่ก่อภาวะเรือนกระจกอย่างน้อย 5.2% จากระดับของปี 2533 ไปจนถึงปี พ.ศ. 2555
การเจรจาเพื่อหาข้อตกลงมาสืบแทนพิธีสารโลกร้อนฉบับนี้ติดขัดมาตั้งแต่เริ่ม มีการเจรจาหารือกันที่บาหลีของอินโดนีเซียเมื่อ 2 ปีก่อน ถึงขณะนี้เวลาในการต่อรองเพื่อหาความตกลงฉบับใหม่เพื่อแก้ปัญหาภาวะโลกร้อน เริ่มกระชั้นเข้ามาทุกที เมื่อเหลือเวลาอีกไม่กี่วันจะถึงการประชุมสุดยอดในระดับผู้นำจาก 110 ประเทศวันสุดท้ายของการประชุมศุกร์นี้
การตีรวนของประเทศแอฟริกาทำให้ผู้แทนเจรจาทั้งหลายประนีประนอมด้วยการแต่ง ตั้งรัฐมนตรีประกบคู่ชาติยากจนและร่ำรวยเพื่อหาทางแก้ปัญหาในประเด็นสำคัญๆ เช่น ให้กานากับอังกฤษร่วมกันดูด้านระดมทุนนับหมื่นล้านดอลลาร์ในกองทุนเพื่อช่วย เหลือชาติยากจน และเกรนาดากับสเปนดูปัญหาขัดแย้งกรณีการแบ่งภาระลดก๊าซภาย ในปี 2563
การเดินออกจากห้องประชุมของชาติแอฟริกาซึ่งนำผู้แทนจากแอลจีเรียทำให้เพ นนี วอง รัฐมนตรีด้านโลกร้อนของออสเตรเลียตำหนิว่า ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาเล่นเกมในเมื่อการประชุมใกล้จะจบในอีกไม่กี่วัน
ประเด็นปัญหาขัดแย้งมาจากประเทศกำลังพัฒนาต้องการขยายพิธีสารเกียวโตฉบับ ปี 2540 ออกไป และร่างความตกลงใหม่อีกฉบับสำหรับใช้กับประเทศยากจน แต่ชาติร่ำรวยส่วนใหญ่กลับต้องการให้ร่วมพิธีสารเกียวโตเข้ากับความตกลงฉบับ ใหม่เป็นฉบับเดียวกันเพื่อให้มีผลผูกมัดทุกประเทศไปพร้อมกัน
ขณะที่ชาติรวยกับชาติจนยังทะเลาะกันไม่จบนี้ อีกด้านหนึ่งประธานาธิบดีโมหะเหม็ด นาชีด แห่งมัลดีฟส์ ประเทศหมู่เกาะในมหาสมุทรอินเดียที่เสี่ยงจมทะเล เตือนว่าบางทีอาจสายเกินไปแล้วที่จะช่วยประเทศของตน
อัล กอร์ อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐเพิ่งเสนอรายงานระบุว่าระดับน้ำทะเลอาจสูงขึ้นอีก 0.5-1.5 เมตร หรือเลวร้ายสุดอาจถึง 2 เมตรภายในปี 2643 ซึ่งจะกระทบต่อผู้คนตามชายฝั่งหลายร้อยล้านคน
คณะผู้จัดกล่าวว่าการเจรจาของเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่จะมีความเข้มข้นและลง ลึกในรายละเอียดจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการช่วงค่ำวันอังคาร โดยบัน กีมูน เลขาธิการยูเอ็นจะขึ้นกล่าวปราศัยในพิธีเปิด และจะมีผู้นำประเทศเข้าร่วม เช่น นายกฯ กอร์ดอน บราวน์ ของอังกฤษ, นายกฯ เควิน รัดด์ ของออสเตรเลีย และประธานาธิบดีลูอิซ อินาเซียว ลูลา ดา ซิลวา จากบราซิล
ส่วนด้านนอกของเวทีประชุม ตำรวจเดนมาร์กเผยว่าตำรวจได้ยิงแก๊สน้ำตาสลายกลุ่มผู้ประท้วงที่ปาระเบิดขวด และจุดไฟเผาสิ่งกีดขวางในเขตคริสเตียนชานวันจันทร์ และจับกุมผู้ประท้วงอีกกว่า 200 คน แต่เหตุการณ์นี้ไม่รุนแรงเท่ากับในวันเสาร์ที่มีผู้ถูกจับกุมร่วม 1,000 คน

