มอบรางวัลนักต่อสู้สิทธิมนุษยชน
ข่าวสด 15 ธ.ค. 52 - เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. ที่อาคารศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถ.แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จัดมหกรรมงานสิทธิมนุษยชน เนื่องในโอกาสวันสิทธิมนุษยชนสากล 10 ธ.ค.ประจำปี 2552 โดยในปีนี้ใช้คำขวัญว่า "รู้สิทธิ รักสิทธิ ไม่ละเมิดสิทธิ" ในงานมีการมอบรางวัล บุคคลและองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนดีเด่นประจำปี"52 โดยประเภทบุคคลชาย คือนายสุวิทย์ กุหลาบวงษ์ ผู้ประสานศูนย์ข้อมูลสิทธิมนุษยชนภาคอีสาน มีผลงานต่อต้านเหมืองโพแทชในพื้นที่ภาคอีสาน ประเภทบุคคลหญิงนางหอมหวล บุญเรือง ประธานกลุ่มอนุรักษ์ขุนน้ำดอยแม่ออกฮู มีผลงานต่อต้านการทำสัมปทานระเบิดหิน เพื่อปกป้องป่าต้นน้ำในจังหวัดเชียงราย ส่วนประเภทภาคเอกชนได้แก่ เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก มีผลงานเรียกร้องให้ปรับปรุงโครงการมาบตาพุด จ.ระยอง จนศาลปกครองมีคำสั่งระงับโครงการ นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลเกียรติยศให้กับผู้อุทิศตนเพื่อสิทธิมนุษยชน ได้แก่ นายวิฑิต มันตาภรณ์และ นางพันธุ์ทิพย์ กาญจนะจิตรา สายสุนทร
ต่อ มานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ "รัฐบาลกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน" โดยก่อนที่นายกฯ จะขึ้นปาฐกถา นางหอมหวล กล่าวกับนายกฯ ว่า ขอให้นายกฯ ยกเลิกสัมปทานเหมืองหินในพื้นที่ดอยแม่ออกฮู เพราะเราจะไม่มีน้ำทำนาต่อไป พวกเราใช้น้ำทำเกษตรแบบพอเพียง เราต่อสู้กันกว่า 10 ปี แต่เหมืองก็ยังไม่หมดไปแต่ยังจะมีการออกสัมปทานใหม่อีก ขณะที่นายสุวิทย์ ขอให้ทบทวนโครงการเหมืองแร่โพแทช เช่นเดียวกับนายน้อย ใจตั้ง ตัวแทนเครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก ที่ขอให้นายกรัฐมนตรีทบทวนโครงการในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด และขอขอบคุณที่รัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายขึ้นมาแก้ปัญหา
จาก นั้นนายอภิสิทธิ์ กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า เรื่องสิทธิมนุษยชนนั้น เรามีอยู่และเป็นอยู่ ซึ่งสิทธิไม่ได้เกิดขึ้นมา เพราะมีกฎหมายหรือมีใครมากำหนดกติกา ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า ประเทศของเรามีปัญหาการละเมิดสิทธิหลายรูปแบบ อีกทั้งยังมีการละเมิดสิทธิจากความขัดแย้งในรูปแบบต่างๆ ซึ่งรวมไปถึงปัญหาทางการเมืองและอำนาจรัฐ โดยรัฐบาลพยายามวางกลไก เพื่อไม่ให้ใช้อำนาจรัฐไปในทางที่ไม่ถูกต้อง นอกจากนี้ประเด็นที่ท้าทายสังคมไทยคือ การละเมิดสิทธิชุมชน จากกระบวนการพัฒนา ทำให้เกิดผลกระทบจากทั้งระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม โดยรัฐจะเดินหน้าวางกลไกส่งเสริมสิทธิด้านต่างๆ และได้ประกาศแผนสิทธิมนุษยชนแห่งที่จะมีผลตั้งแต่ปี 2552-2556 โดยแผนดังกล่าวจะส่งเสริมกระบวนการการมีส่วนร่วม และปกป้องสิทธิในการอยู่ร่วมกัน
นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงปัญหาในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดว่า ปัญหาการละเมิดสิทธิเกี่ยวกับการพัฒนา รัฐบาลพยายามหาความสมดุล ดังเช่นกรณีมาบตาพุดที่รัฐบาลประกาศควบคุมมลพิษและวางแนวทางให้เป็นไปตามรัฐ ธรรมนูญ มาตรา 67 วรรคสอง และเมื่อศาลมีคำสั่งอย่างไร เราก็พร้อมจะทำให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์

