คนนับแสนประท้วงโลกร้อนที่เดนมาร์ค
คม ชัด ลึก 13 ธ.ค. 52 - คนนับแสนร่วมประท้วงโลกร้อนที่เดนมาร์ค ขณะตำรวจจับผู้ประท้วงเกือบพันคน
(13ธ.ค.) ตำรวจประเมินว่ามีผู้ประท้วง 40,000 คน เดินถือเทียนและคบเพลิงประท้วงในย่านดาวทาวน์ของกรุงโคเปนเฮเก้นของเดน มาร์ค ท่ามกลางอากาศหนาวเย็นเมื่อวันเสาร์ ขณะที่ผู้จัดงานอ้างว่าผู้ประท้วงมีจำนวนนับแสนคน และมีผู้ประท้วง 968 คนถูกควบคุมตัวในการประท้วงครั้งใหญ่สุดที่เคยมีมาครั้งนี้ เพื่อเรียกร้องให้ 192 ชาติที่เข้าร่วมประชุมเรื่องสภาพอากาศของโลก ที่เบลล่า เซ็นเตอร์ บรรลุข้อตกลงแก้ปัญหาโลกร้อนที่ เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ท่ามกลางการเจรจาที่กำลังมีปัญหาจากประเด็นความขัดแย้งในหมู่ชาติร่ำรวย เรื่องข้อเรียกร้องต่อจีนและชาติเศรษฐกิจที่กำลังมาแรงอื่นๆ
การประท้วงซึ่งส่วนใหญ่เป็นไปโดยสงบกลายเป็นศูนย์กลางนักเคลื่อนไหวเรื่องโลกร้อนตั้งแต่ ยุโรปไปจนถึงเอเชีย แต่โฆษกของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า ตำรวจปราบจลาจลได้ล้อมจับผู้ประท้วง 968 คน เพื่อสกัดบรรดานักเคลื่อนไหววัยหนุ่มสาว หลังจากบางคนซึ่งสวมหน้ากาก ได้ใช้ก้อนหินขว้างกระจกอดีตสำนักงานตลาดหลักทรัพย์และกระทรวงการต่างประเทศ มีตำรวจนายหนึ่งได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเพราะถูกฝูงชนขว้างด้วยก้อนหิน และผู้ประท้วงหนึ่งคนบาดเจ็บเพราะประทัด และก่อนหน้านี้มีหลายคนถูกจับเพราะละเมิดกฏหมายเข้มงวดของเดนมาร์ค ที่ห้ามพกมีดพกหรือสวมหน้ากากในระหว่างการประท้วง
ส่วนในเบลล่า เซ็นเตอร์นั้น สหภาพยุโรป หรืออียู กับญี่ปุ่น และออสเตรเลีย เข้าร่วมกับสหรัฐฯ ในการวิจารณ์ร่างสนธิสัญญาเกี่ยวกับโลกร้อนที่ ระบุให้ประเทศกำลังพัฒนาใหญ่ๆต้องควบคุมปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของตน เฉพาะหากได้รับการสนับสนุนด้านการเงินจากนอกประเทศเท่านั้น ซึ่งบรรดาชาติร่ำรวยไม่เห็นด้วย และต้องการให้ร่างดังกล่าว ระบุข้อผูกมัดให้ชาติกำลังพัฒนาต้องจำกัดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ไม่ว่าจะได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากภายนอกหรือไม่ก็ตาม
ก่อน หน้านี้ นายไจราม ราเมช รัฐมนตรีสภาพแวดล้อมอินเดียกล่าวว่าประเทศของเขาซึ่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกมาก เป็นอันดับห้าของโลก จะไม่ยอมตกลงมากไปกว่าที่ยอมรับไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะชลอการเติบโตของการปล่อย ก็าซ โดยได้เสนอไว้ง่าจะลดปริมาณแก็สเรือน กระจกต่อเมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการผลิต ระหว่างร้อยละ20-25 ภายในปี 2020 เพราะยืนยันว่าผลประโยชน์ของชาติอยู่เหนือสิ่งอื่นใด
ส่วนจีนซึ่งถูกระบุว่าปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากเป็นอันดับหนึ่ง ได้สมัครใจให้คำมั่นก่อนหน้านี้ที่จะคุมปริมาณการปล่อนก๊าซของตน แต่ไม่ต้องการให้มีการผูกมัดด้วยกฏหมายระหว่างประเทศ ในมุมมองของจีนนั้น สหรัฐนและชาติร่ำรวยต่างมีความรับผิดชอบอย่างหนักในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ในอันที่จะลดก๊าซเรือนกระจก และมองว่าข้อตกลงใดใดจากการประชุมที่กรุงโคเปนเฮเกน สมควรพิจารณาระดับ
การพัฒนาของชาติต่างๆด้วย

