อี20-อี85โอละพ่อ!ลูกผีลูกคน

<p>ฐานเศรษฐกิจ 8 - 11 มิ.ย. 50<br /><br />
ค่ายรถเมินอี85 สนับสนุนนโยบายรัฐอ้างเพิ่งเดินเครื่องผลิตรถอี20 เพียง 5 เดือน , ประเมินได้ไม่คุ้ม สวนทางมาดามติ้ง ยัน"วอลโว่-จีเอ็ม"พร้อมนำเข้ารถอี85 ในอีก 3 เดือน ด้านปลัดก.พลังงาน "พรชัย" เผยอนาคตอาจยกเลิกน้ำมันอี20 ในปั๊ม ขณะที่รมว."สุวิทย์ " รับมาตรการส่งเสริมอี85 ฉุดขาอุตสาหกรรมรถอี20 แต่ไม่กระเทือนถึงอีโคคาร์ มั่นใจปริมาณเอทานอลเหลือเฟือ 3 ปี แน่จากผลผลิตอ้อยเพิ่มถึง 1.5 เท่า <br /><br />
<br /><br />
จากการที่ภาครัฐ ได้เห็นชอบมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนให้มีการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ที่มีส่วนผสมของเอทานอล 85 % หรืออี 85 ให้มากขึ้น โดยยกเว้นอากรขาเข้าชิ้นส่วนสำหรับรถยนต์อี85 ที่มีลักษณะเฉพาะและเป็นอุปกรณ์หลัก เพื่อปรับเปลี่ยนมาใช้น้ำมันอี 85 และไม่มีผลิตในประเทศเป็นการชั่วคราวเป็นเวลา 3 ปี ลดอัตราภาษีสรรพสามิตรถยนต์อี85 เหลือ 25-35 % ตามแต่ขนาดของซีซี และลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันอี85 ลงเหลือ 2.5795 บาทต่อลิตร จากที่เก็บจากน้ำมันเบนซิน 3.6850 บาทต่อลิตร ทำให้หลายฝ่ายมีความเป็นห่วงว่าจะกระทบต่อการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานหรืออีโคคาร์และรถยนต์อี20 ตามมานั้น<br /><br />
<br /><br />
*อี85กระทบรถอี20<br /><br />
<br /><br />
ล่าสุดนายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ให้สัมภาษณ์"ฐานเศรษฐกิจ"ถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการหารือกับค่ายรถยนต์ 14 บริษัท เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน ที่ผ่านมา ได้รับเสียงสะท้อนว่าการผลิตรถยนต์อี20 อาจจะได้รับผลกระทบบ้างจากความต้องการของตลาด หลังจากที่มีการผลิตออกมาจำหน่ายได้เพียง 5 เดือน เนื่องจากประชาชนอาจหันไปใช้รถยนต์อี85 แทน เพราะมีราคาใกล้เคียงกัน แต่ราคาน้ำมันถูกกว่ามาก ในส่วนนี้ผู้ผลิตรถยนต์คงต้องไปปรับปรุงกระบวนการผลิตบางส่วน <br /><br />
<br /><br />
โดยเฉพาะค่ายรถญี่ปุ่นเองที่ผลิตรถยนต์อี20 ออกมาจำหน่ายในประเทศไทยแล้ว เวลานี้ก็มีเทคโนโลยีที่จะพัฒนาไปสู่การใช้อี85 ได้ เห็นได้จากมีการจำหน่ายรถยนต์อี85 ในแถบประเทศอเมริกาใต้ และในสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากความต้องการของตลาดไม่ตอบรับรถยนต์อี20 ผู้ผลิตคงต้องไปปรับปรุงกระบวนการผลิตเอง ทางบริษัท ฮอนด้าฯ ก็มีความสนใจ และกำลังดูว่าจะผลิตรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้อี85 ได้ มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน และภาครัฐจะมีมาตรการสนับสนุนอย่างไร<br /><br />
<br /><br />
*เชื่อไม่ส่งผลอีโคคาร์<br /><br />
<br /><br />
นายสุวิทย์ กล่าวอีกว่า ส่วนจะมีผลกระทบต่อโครงการผลิตรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากลหรืออีโคคาร์ ซึ่งมี 6 บริษัทที่ได้รับการส่งเสริมสิทธิประโยชน์จากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือบีโอไอไปแล้วนั้น ต่างได้รับการยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบทำให้สบายใจ เพราะหากเกิดผลกระทบจะทำให้สัดส่วนการลงทุนที่ได้รับการอนุมัติการลงทุนจากบีโอไอไปแล้วมูลค่ารวม 1 แสนล้านบาท ได้รับผลกระทบได้ <br /><br />
<br /><br />
อย่างไรก็ตาม ได้เร่งรัดให้บริษัทรถยนต์ทำการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ออกมาโดยเร็วภายในสิ้นปีนี้ จากแผนเดิม 2-3 ปี เพราะว่าราคาน้ำมันที่เป็นอยู่ในเวลานี้ ทำให้ความต้องการรถยนต์ประหยัดพลังงานอย่างอีโคคาร์มีมาก อีกทั้งสาเหตุที่การส่งเสริมรถยนต์อี85 ไม่กระทบต่ออีโคคาร์เนื่องจากยอดการผลิตรถยนต์อีโคคาร์ที่แจ้งไว้ 800,000 คัน จะจำหน่ายในประเทศประมาณ 400,000 คัน และส่งออกอีก 400,000 คัน แสดงว่าผู้ผลิตรถมองเห็นความสำคัญของตลาดต่างประเทศด้วย<br /><br />
<br /><br />
ที่สำคัญราคารถยนต์อีโคคาร์จะต่ำกว่า เพราะเสียภาษีสรรพสามิต 17 % เมื่อเทียบกับรถยนต์อี85 เสียที่ 25 % อีกทั้ง รถยนต์อี85 ที่จะส่งเสริมการใช้ได้ ต้องเป็นประเทศที่มีศักยภาพในการผลิตเอทานอล หากไม่มีส่วนนี้แล้วก็ไม่สามารถส่งเสริมได้ ดังนั้น ความกว้างขวางของตลาดรถยนต์เวลานี้ จะเป็นเรื่องของรถยนต์ประหยัดน้ำมันมากกว่า ซึ่งรถยนต์อีโคคาร์ที่ใช้น้ำมัน 1 ลิตรต่อ 20 กิโลเมตร ยังผลิตขึ้นมาไม่มาก ทำให้ความต้องการอีโคคาร์มีมากกว่ารถยนต์อี 85 อยู่แล้ว <br /><br />
<br /><br />
*ยันปริมาณเอทานอลเหลือเฟือ<br /><br />
<br /><br />
ส่วนกำลังการผลิตเอทานอล ที่จะมารองรับการใช้น้ำมันอี 85 นั้นไม่มีปัญหา เพราะเวลานี้มีผู้ประกอบการได้รับใบอนุญาตการผลิตถึง 47 ราย ปริมาณผลิตไม่ต่ำกว่า 12 ล้านลิตรต่อวัน ขณะเดียวกันปริมาณวัตถุดิบที่จะนำมาผลิตเอทานอลก็มีมากพอ เนื่องจากเวลานี้รัฐบาลมีวาระอ้อยแห่งชาติขึ้นมา ที่เน้นการเพิ่มผลิตของอ้อยขึ้นไปเป็น 1.5 เท่าภายในเวลา 3 ปี จากที่ปีก่อนผลิตอ้อยได้ 73 ล้านตัน ก็จะเป็น 110 ล้านตัน ในปริมาณนี้ก็จะมีวัตถุดิบมาผลิตเอทานอลได้เพิ่มขึ้นจากที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน <br /><br />
<br /><br />
ทั้งยังได้รับการยืนยันจากนายสิริวุทธิ์ เสียมภักดี นายกสมาคมการค้าผู้ผลิตเอทานอลไทย ถึงการผลิตเอทานอลเพื่อเป็นวัตถุดิบในการผลิตแก๊สโซฮอล์อี 85 อีกว่า ขณะนี้มีโรงานเอทานอลที่เดินเครื่องผลิตแล้วจำนวน 11 แห่ง กำลังการผลิตประมาณ 1.57 ล้านลิตรต่อวัน แต่ทำการจำหน่ายได้เพียงประมาณ 800,000 ลิตรต่อวันเท่านั้น ในส่วนที่เหลือต้องสต๊อกไว้เพื่อทำการส่งออก เนื่องจากตลาดในประเทศมีจำกัด เพราะรัฐบาลยังไม่ประกาศยกเลิกการใช้น้ำมันเบนซิน ออกเทน 95 และ 91 ขณะที่แก๊สโซฮอล์อี 20 ยังมีปริมาณการใช้น้อยวันละกว่า 100,000 ลิตรเท่านั้น <br /><br />
<br /><br />
"ขอยืนยันว่าปริมาณเอทานอลที่ผลิตได้ในเวลานี้จะเพียงพอต่อการรองรับอี85 ได้อย่างสบาย และภายในสิ้นปีนี้ จะมีโรงงานเอทานอลเพิ่มขึ้นมาอีก 4-5 แห่ง จะทำให้กำลังการผลิตเอทานอลเพิ่มขึ้นกว่า 2 ล้านลิตรต่อวัน อีกทั้งการใช้อี85 ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน แต่จะค่อยเป็นค่อยไปเหมือนกับอี20 ในช่วง 5 เดือนที่ผ่านมามีรถยนต์กว่า 60,000 คันเท่านั้น ในขณะเดียวกันในช่วง 1-2 ปีนี้ หากยอดการใช้อี85 เพิ่มขึ้นอีก ก็จะมีโรงงานผลิตเอทานอลเพิ่มขึ้นตาม เพราะมีการออกใบอนุญาตให้ตั้งโรงงานแล้วกว่า 45 แห่ง กำลังการผลิตรวม 12 ล้านลิตรต่อวัน "<br /><br />
<br /><br />
ส่วนจะทำให้ผู้บริโภคตอบรับการใช้อี85 มากเท่าใดนั้น ต้องขึ้นกับส่วนต่างราคาของอี85 กับน้ำมันเบนซินออกเทน 95 ว่าควรเป็นเท่าใด ซึ่งหากต่ำกว่า 15 บาทต่อลิตรเชื่อว่าจะทำให้ผู้บริโภคหันมาใช้อี85 เพิ่มมากขึ้น<br /><br />
<br /><br />
*วอลโว่-จีเอ็มนำร่องอี85ต้นQ4<br /><br />
<br /><br />
ด้านพล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รมว.กระทรวงพลังงาน เปิดเผยภายหลังการหารือกับกลุ่มโรงกลั่นน้ำมันเมื่อ 6 มิถุนายนที่ผ่านมาว่า บริษัทน้ำมัน สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย ผู้ผลิตเอทานอล และค่ายรถยนต์ เตรียมความพร้อมในการส่งเสริมการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์อี 85 โดย ขณะนี้ทางค่ายรถยนต์ยุโรป 2 ราย ได้แก่ วอลโว่ และจีเอ็ม ได้ให้การตอบรับที่จะนำเข้ารถยนต์อี85 เพื่อมาทดลองทำตลาดในช่วง 3 เดือนข้างหน้า โดยขอให้ทางกระทรวงพลังงานนำข้อเสนอในการลดอากรขาเข้าสำหรับรถยนต์อี85 ไปหารือกับกระทรวงการคลังว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ เพื่อให้เกิดแรงจูงใจในการนำเข้ารถยนต์อี85 ขณะที่ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นยังไม่พร้อมนำเข้าเวลานี้ แต่คาดว่าจะทำสายการผลิตบางรุ่นได้ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า<br /><br />
<br /><br />
สำหรับโครงสร้างราคาน้ำมันอี85 และการกำหนดสเปกน้ำมันนั้น ได้มอบให้นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน รวบรวมความคิดเห็น เพื่อประกอบการวางแนวทางการส่งเสริม อี85 พร้อมกับมอบให้กรมธุรกิจพลังงาน สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) ร่วมกันศึกษามาตรฐานน้ำมันอี85 เพื่อประกาศใช้ต่อไป<br /><br />
<br /><br />
ด้านนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.ปตท. กล่าวว่า เห็นว่าหากจะให้จูงใจประชาชนในระยะแรก ราคาน้ำมันอี85 ควรต้องต่ำกว่าเบนซิน 95 ที่ระดับ 15-20 บาทต่อลิตร แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกระทรวงพลังงาน ที่จะเป็นผู้วางโครงสร้างราคา แต่บมจ.ปตท.ก็พร้อมที่จะเปิดปั๊มน้ำมันอี85 ขึ้นมา ในระยะ 3 เดือนข้างหน้านี้หากมีรถยนต์อี85 เข้ามา ซึ่งในเบื้องต้นทางบมจ.ปตท.และบางจากจะนำร่องเปิดรายละ 15 แห่ง<br /><br />
<br /><br />
*อนาคตอี20 อาจไม่ขายในปั๊ม <br /><br />
<br /><br />
นายพรชัย รุจิประภา ปลัดกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การส่งเสริมการใช้น้ำมันอี85 จะต้องส่งเสริมให้เกิดผลในเชิงพาณิชย์ เนื่องจากเป็นน้ำมันของประเทศไทย ที่เกษตรกรสามารถปลูกพืชอย่างไรก็ตามในปัจจุบัน ประเทศไทยมีน้ำมันกว่า 7 ประเภท ทั้ง เบนซิน 95, 91, อี10, อี20 ทำให้ผู้ค้าน้ำมัน และสถานีบริการมีความยุ่งยากในการบริหาร ดังนั้น ในอนาคตจะต้องมีความชัดเจนว่าควรจะมีน้ำมันที่จำหน่ายผ่านสถานีบริการกี่ประเภท ซึ่งในเบื้องต้นเห็นว่าน้ำมัน อี20 ควรจะหายไป ควรเหลือแค่เพียงน้ำมันอี10 และ อี85 ที่จำหน่ายในสถานีบริการน้ำมัน และมีน้ำมันเบนซิน 95 จำหน่ายแค่เพียงบางสถานีเท่านั้น โดยเรื่องนี้ได้มอบหมายให้ ปตท. และ บางจาก ร่วมกับกรมธุรกิจพลังงาน ทำการศึกษาความเหมาะสม<br /><br />
<br /><br />
*อย่างไรก็ดีจากการสอบถามไปยัง นายเลียม เบนเฮม รองประธานฝ่ายรัฐกิจ ภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก และแอฟริกา บจก. ฟอร์ด มอเตอร์ และ นายพอล สโตคส์ ประธานบริหาร บจก. วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) กล่าวสอดคล้องกันว่า การนำเข้ารถอี 85 ในปีนี้ คงจะเป็นลักษณะนำมาทดสอบใช้งานก่อน ส่วนการนำเข้ารถเพื่อทำตลาดนั้น คงต้องพิจารณาดูก่อน เนื่องจากภาษีสรรพสามิต รถอี85 ที่ผ่านครม.นั้นยังไม่จูงใจเพียงพอให้ค่ายรถยนต์ทำตลาดอี85 ในประเทศไทย โดยเห็นว่าอย่างน้อยน่าจะกำหนดภาษีสรรพสามิตที่ระดับ 17-20 % เท่ากับรถอีโคคาร์ <br /><br />
<br /><br />
นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ รองประธานกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด (บจก.) เปิดเผยหลังการหารือว่า การส่งเสริมแก๊สโซฮอล์อี85 เป็นเรื่องดีในระยะยาวต่อประเทศ ซึ่งโตโยต้ามีการผลิตรถยนต์อี85 ในประเทศบราซิลอยู่แล้ว แต่สำหรับประเทศไทยต้องใช้เวลาระยะหนึ่ง เนื่องจากโตโยต้าประเมินว่า การจัดหาปริมาณเอทานอลที่ใช้ผลิตเป็นวัตถุดิบอี85 อาจยังไม่เพียงพอ เพราะเท่าที่มีอยู่น่าจะรองรับกับรถยนต์อี20 ได้เท่านั้น ซึ่งหากมีโรงงานเอทานอลตั้งขึ้นมาใหม่และเหลือเฟือทำอี85 แล้ว ก็จะสอดคล้องกับแผนที่บริษัทจะผลิตรถยนต์อี85 ออกมา โดยคาดว่าในอีก 2 ปีข้างนี้ถึงจะมีรถอี85 รุ่นแรกของโตโยต้าออกมาทำตลาดได้ในประเทศไทย และใน 4 ปี หรือในปี 2555 ถึงจะสามารถผลิตรถอี85 ได้ครบทุกรุ่น เพื่อสอดคล้องกับกำลังการผลิตเอทานอลในประเทศ <br /><br />
<br /><br />
ส่วนนโยบายอี85 ที่ออกมานั้นจะมีผลกระทบต่อรถยนต์อี 20 หรือไม่นั้น คงเป็นเรื่องความต้องการของตลาดและประชาชนว่าจะต้องชั่งใจในการเลือกซื้อรถยนต์แบบใด ซึ่งหากจะจูงใจให้ประชาชนหันมาซื้อรถยนต์อี85 ควรจะลดภาษีสรรพสามิตในน้ำมันอี85 ให้มากกว่า ทั้งนี้เพื่อให้ราคาน้ำมันอี85 ต่ำกว่าเบนซิน 95 มากเพียงพอ โดยส่วนตัวเห็นว่า หากน้ำมันอี85 ต่ำกว่าเบนซิน 95 ที่ ประมาณ 15 -17 บาทต่อลิตรก็เชื่อว่าจะจูงใจผู้บริโภคแล้ว <br /><br />
<br /><br />
*ค่ายรถเมินผลิตรถอี85 <br /><br />
<br /><br />
สอดคล้องกับนายศุภรัตน์ ศิริสุวรรณางกูร ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บจก. โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย และนายกสมาคมอุตสาหกรรมรถยนต์ไทย กล่าวกับ"ฐานเศรษฐกิจ"ว่า ผู้ผลิตรถยนต์เพิ่งลงทุนทำรถยนต์ อี20 ตามนโยบายของรัฐบาลเมื่อ 1 มกราคม 2551 ที่ผ่านมา หากจะมาลงทุนทำรถ อี85 ก็คงกระทบกับการลงทุนพอสมควร หากโครงการรถอี85 เกิดขึ้นจริง ในอนาคตรถบางรุ่นที่เป็นอี20 จะต้องปรับเปลี่ยนเป็นรถ อี85 แน่นอน ซึ่งความเป็นจริงแล้ว การปรับเปลี่ยนเชื้อเพลิงเช่นนี้จะต้องปรับเปลี่ยนค่อยเป็นค่อยไป ขณะที่รถอี85 ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องของราคาแก๊สโซฮอล์ อี85 ว่าจะมีความเหมาะสมเพียงใด และจูงใจให้ผู้ใช้รถเปลี่ยนมาเติมได้มากน้อยแค่ไหน <br /><br />
<br /><br />
*ชี้ข้อเสียอี85 เปลืองเชื้อเพลิงกว่า <br /><br />
<br /><br />
ส่วนนายสาโรช เกียรติเฟื่องฟู รองประธานอาวุโส ฟอร์ด ประเทศไทย ผู้ผลิต จัดจำหน่ายและบริการหลังการขาย รถยนต์ฟอร์ดในประเทศไทย กล่าวว่า นโยบายผลักดันใช้รถอี85 คงไม่สามารถเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้นี้ เนื่องจากมาตรการดังกล่าวยังไม่จูงใจมากพอให้เกิดการผลิตได้ <br /><br />
<br /><br />
โดยปัจจุบัน รถยนต์ส่วนใหญ่ใช้อี20 ซึ่งได้การลดหย่อนภาษีสรรพสามิตเหลือเพียง 25 % แต่มีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงกว่ารถที่ใช้เบนซินปกติประมาณ 7-10 % หากราคาน้ำมัน อี20 ถูกกว่า 10 %ก็นับว่าคุ้มค่า แต่แก๊สโซฮอล์ อี85 ซึ่งมีอัตราการสิ้นเปลืองมากกว่าเบนซินธรรมดา 28-30 % หากน้ำมันเบนซิน 95 มีราคา 40 บาท/ลิตร อี85 ก็จะมีราคา ประมาณ 30 บาท/ลิตรเท่ากับราคาถูกกว่าเพียง 25 % หากเป็นเช่นนั้นคงไม่คุ้มที่จะใช้รถอี85 แทน อี20 และสุดท้ายต้องดูที่ราคาของเอทานอลที่จะมาผสมทำแก๊สโซฮอล์ อี 85 ด้วย <br /><br />
<br /><br />
"ฟอร์ด เราคงไม่สามารถนำฟอร์ด โฟกัส มาพัฒนาเป็นรถอี85ได้ เนื่องจากปัจจุบันนำเข้ามาจากฟิลิปปินส์ ดังนั้น ไม่ได้ประโยชน์จากการยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนสำหรับอี85 รวมทั้งการปรับปรุงรถ อี85 ต้องใช้ชิ้นส่วนจำนวนมาก ทำให้ต้องลงทุนเพิ่ม ต้นทุนการผลิตรถสูงขึ้น อีกทั้งภาษีสรรพสามิตของรถอี85 ยังเท่ากับรถ อี20 ดังนั้นฟอร์ดไม่รู้ว่าจะผลิตโฟกัส อี85 ไปทำไม เพราะต้นทุนแพงกว่า โฟกัส20" <br /><br />
<br /><br />
ขณะที่โครงการผลิตรถยนต์นั่งในประเทศ หรือบี-คาร์ หรือ ที่ได้ชื่ออย่างเป็นทางการว่า ฟอร์ด เฟียสต้า จะพัฒนาให้เป็นรถอี85 ได้หรือไม่ ต้องดูว่ารัฐยกเว้นภาษีนำเข้าชิ้นส่วนนาน 3 ปี แต่ฟอร์ด เฟียสต้า จะเริ่มจำหน่ายจริงในปี 2553 กับฟอร์ดจะได้การยกเว้นภาษีแค่ 1 ปี ดังนั้น จึงไม่คุ้มกับการลงทุนอย่างแน่นอน <br /><br />
<br /><br />
ด้านนายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน รองประธานกรรมการบริหารอาวุโส บจก. เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ กล่าวว่า รถอี85 จะส่งผลกระทบกับรถอี20 หรือไม่ ขึ้นกับราคาน้ำมันในตลาดโลก หากราคาพุ่งไปถึง 50 บาท/ลิตร ก็ทำให้ น้ำมัน อี20 มีราคาแพงมาก ส่วนน้ำมันอี85 ที่ผสมเอทานอลถึง 85 % จะมีราคาถูกกว่า ทำให้ผู้ใช้รถสนใจเติม อี85 อย่างไรก็ตาม รถอี85 จะต้องปรับปรุงชิ้นส่วนจำนวนหนึ่งให้รองรับ อี85 ทำให้มีราคาสูงขึ้น เปรียบเทียบเหมือนรถเกียร์อัตโนมัติที่มีราคาแพงกว่ารถเกียร์ธรรมดา</p>

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด