พาณิชย์รื้อกม.แข่งขันทางการค้า เข้มปตท.-จำปีทำธุรกิจ-ยกชั้นเทียบดีเอสไอ

นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้กรมการค้าภายในทบทวนกฎหมายแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2542 ทั้งฉบับ โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน เพื่อให้สามารถนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี พิจารณาให้ความเห็นชอบ เสนอเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา ก่อนจะปิดประชุมสมัยสามัญในเดือนพ.ค.นี้ เบื้องต้นจะปรับปรุงยกระดับหน่วยงานเดิมซึ่งสังกัดสำนักแข่งขันทางการค้า กรมการค้าภายในให้เป็นหน่วยงานอิสระ เทียบเท่ากรมโดยอาจจัดตั้งคล้ายกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) เพราะการพิจารณาข้อร้องเรียนที่ผ่านมาทำได้ช้าต้องรอเรียกประชุมคณะกรรมการ แข่งขันทางการค้าจึงจะพิจารณาข้อร้องเรียนได้ โดยหน่วยงานใหม่จำเป็นต้องจัดให้มีพนักงานสอบสวนสามารถทำงานได้เต็มเวลา เพื่อให้การสอบสวนเอาผิดกับธุรกิจที่ทำความผิดอย่างจริงจัง

นอกจาก นี้ จะเปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปเป็นส่วนหนึ่งของคณะลูกขุนในการพิจารณาคดี คล้ายๆ กับศาลของสหรัฐ อเมริกา และคัดเลือกผู้แทนที่มาจากภาคประชาชน เอ็นจีโอ ให้เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าด้วย รวมทั้งจะแก้ไขปรับปรุงกฎเกณฑ์เกี่ยวกับรัฐวิสาหกิจที่เดิมยกเว้นไม่ต้อง ปฏิบัติตามกฎหมายดังกล่าวในเรื่องของอำนาจเหนือตลาด การร่วมทุน และอื่นๆ โดยเตรียมจะแก้ไขใหม่ให้บางประเภทของรัฐวิสาหกิจต้องตกอยู่ภายใต้กฎหมายดัง กล่าวด้วย โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ประกอบกิจการแข่งขันกับภาคเอกชนโดยตรง เช่น บางธุรกิจของบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน), บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน), บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน), การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และบริษัท ขนส่ง จำกัด

"ปัจจุบันมี รัฐวิสาหกิจหลายแห่งโดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่แปลงทุนมาจัดตั้งเป็นบริษัทจำกัด และบริษัทมหาชนจำกัดตามกฎหมายว่าด้วยทุนรัฐวิสาหกิจ แต่ยังมีฐานะเป็นรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ และยังมีเอกสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจบางประการ ตามอำนาจของกฎหมายเดิมเหนือเอกชนทั่วไป แต่เมื่อมีกำไรแทนที่จะส่งเข้าคลังทั้งหมด กลับนำผลกำไรแบ่งปันกับผู้ถือหุ้นรวมทั้งผู้ถือหุ้นเหมือนกับบริษัทเอกชน บางรายประกอบกิจการลักษณะเข้าข่ายต้องห้าม ตามกฎหมายว่าที่เป็นการได้เปรียบผู้บริโภคและผู้ประกอบการเอกชนรายอื่น แต่ได้รับการยกเว้นไม่อยู่ในบังคับ ซึ่งไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการรายอื่นที่เป็นเอกชนเราจึงต้อง จัดระเบียบใหม่" นางพรทิวากล่าว

อย่างไรก็ตาม เตรียมจะมีการปรับปรุงโทษให้เข้มข้นขึ้นอีกด้วย โดยอยู่ระหว่างศึกษากฎหมายของต่างชาติที่มีประสิทธิ ภาพ ซึ่งหากไทยไม่มีการปรับตัว เมื่อก้าวเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี"58 แล้ว จะทำให้การแข่งขันทางการค้าของไทย ไม่สามารถที่จะแข่งขันกับประเทศอื่นได้ โดยที่ผ่านมาในอดีต การบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้ในทางปฏิบัติ มีการบังคับใช้กฎหมายได้น้อยมาก และไม่สามารถเอาผิดกับผู้กระทำความผิดได้