$node = stdClass Object (
[nid] => [18525]
[type] => [news]
[language] => [th]
[uid] => [3]
[status] => [1]
[created] => [1265638289]
[changed] => [1265638289]
[comment] => [0]
[promote] => [1]
[moderate] => [0]
[sticky] => [0]
[tnid] => [0]
[translate] => [0]
[vid] => [18525]
[revision_uid] => [3]
[title] => [3ปัจจัยดันนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยพุ่ง!]
[body] => [<span class='print-link'></span> <p>เอกชน สั่งจับตา 3 ปัจจัยบวก เศรษฐกิจฟื้น-บาทแข็ง-เอฟทีเอ จูงใจผู้ประกอบการเตรียมนำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตส่งออกเพิ่ม เผยกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญทั้งอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องนุ่งห่มห่มหลาย เริ่มขยับเป็นแถว ขณะที่นำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยจ่อขยับตามรับกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศฟื้น เครื่องสำอางจากแดนกิมจิมาแรงสุดๆ ยอดนำเข้าปีที่แล้วโตกว่า 105%</p>
<p>นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากแนวโน้มค่าเงินบาทที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่ามีโอกาสแข็งค่าไปถึงระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากยังมีทิศทางที่ผันผวนแข็งค่ากว่าสกุลเงินของคู่แข่งจะส่งผลต่อความ สามารถในการแข่งขันการส่งออกของไทยได้ อย่างไรก็ดีในด้านบวกของเงินบาทที่แข็งค่าคือ ทำให้การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศทั้งสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปเพื่อ ผลิตส่งออกตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อจำหน่ายในประเทศจะมีราคาที่ถูกลง ประกอบกับในปีนี้เศรษฐกิจทั้งใน และต่างประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น รวมถึงผลจากที่ไทยได้มีความตกลงเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)กับหลายประเทศ ทำให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าโดยส่วนใหญ่ลดลง</p>
<p>จากทั้ง 3 ปัจจัยหลักที่กล่าวมาจะมีผลทำให้ไทยมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพื่อ ผลิตส่งออก และเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญที่คาดว่าจะมีการนำเข้าวัตถุดิบ หรือสินค้ากึ่งสำเร็จรูปเพื่อผลิตส่งออกเพิ่มขึ้น อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น ส่วนกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคฟุ่มเฟือยที่คาดว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายใน ประเทศเพิ่มขึ้น อาทิ เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ ผ้าผืนเพื่อจำหน่ายตามย่านการค้า เช่น สำเพ็ง พาหุรัด รวมถึงเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น</p>
<p>"จะเห็นว่าจากเงินบาทที่แข็งค่ามีหลายกลุ่มที่ไม่ออกมาโวยวาย เช่นอิเล็กทรอนิกส์ เพราะที่ผ่านมาวัตถุดิบเกือบ 100% เขาพึ่งพาการนำเข้า ดังนั้นเมื่อซื้อวัตถุดิบเข้ามารูปดอลลาร์และขายสินค้าออกไปรูปดอลลาร์จึง ไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทผันผวนมากนัก ส่วนในสินค้าเครื่องนุ่งห่มหรือการ์เมนต์ที่ใช้วัตถุดิบผ้าผืนนำเข้าสัดส่วน ประมาณ 30% ของการผลิตเพื่อส่งออก แต่ปีนี้แนวโน้มสัดส่วนนำเข้าน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 40% เพราะส่วนหนึ่งผ้าที่ลูกค้าต้องการไม่มีผลิตในไทย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาผ้าผืนในประเทศปรับตัวสูงขึ้น และที่สำคัญการนำเข้าวัตถุดิบในรูปดอลลาร์เพื่อผลิตส่งออกในรูปดอลลาร์ที่ เพิ่มขึ้น ยังช่วยลดภาระในการประกันความเสี่ยงค่าเงินบาทได้ด้วย"</p>
<p>ด้านนายสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย กล่าวว่า จากการที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มในประเทศมีการใช้ผ้าผืนนำ เข้าเพิ่มขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อโรงงานทอผ้ามากเหมือนในอดีต เนื่องจากเวลานี้จากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน(อาฟต้า)รวมถึงเอฟทีเออื่นๆ ทำให้ไทยส่งออกผ้าผืน และสิ่งทอประเภทอื่นๆได้เพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้โรงงานทอผ้าส่วนใหญ่ได้เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น และในต้นทุนที่ต่ำลง<br />
ส่วนดร.ขัติยา ไกรกาญจน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มากนัก เพราะวัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากกรณีเงินบาทแข็งค่าคือการแลกเงินดอลลาร์กลับมา เป็นเงินบาทจะทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้ลดลง หรือทำให้ขาดทุนกำไรได้ ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลช่วยดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพไม่แข็งค่าเกินคู่ แข่งขัน</p>
<p>ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการนำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศ กล่าวว่า ผลจากทั้ง 3 ปัจจัยข้างต้น คาดว่าปีนี้ไทยจะมีการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้นทั้ง เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกา รถยนต์นั่ง โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ เครื่องสำอางจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งแม้ในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในช่วงวิกฤติ แต่จากข้อมูลของกรมศุลกากรระบุปีที่แล้วไทยนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศ มูลค่า 12,599 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าจากเกาหลีใต้ 373 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 105%</p>
]
[log] => []
[revision_timestamp] => [1265638289]
[format] => [2]
[name] => [info]
[picture] => []
[data] => [a:3:{s:13:"form_build_id";s:37:"form-b3070c0b4ae934ee4a9b6fd1e40eae9a";s:7:"contact";i:1;s:17:"mimemail_textonly";i:0;}]
[path] => [news/8/february/10/18525]
[field_from] => array (
[0] => array (
[value] => []
[safe] => []
)
)
[field_page_views] => array (
[0] => array (
[value] => []
[safe] => []
)
)
[print_display] => [1]
[print_display_comment] => [0]
[print_display_urllist] => [1]
[print_mail_display] => [1]
[print_mail_display_comment] => [0]
[print_mail_display_urllist] => [1]
[print_pdf_display] => [1]
[print_pdf_display_comment] => [0]
[print_pdf_display_urllist] => [1]
[taxonomy] => array (
[73] => stdClass (
)
[84] => stdClass (
)
)
[files] => array (
)
[build_mode] => [0]
[readmore] => []
[content] => array (
[print_links] => array (
[#weight] => [-101]
[#value] => [<span class='print-link'></span>]
[#title] => []
[#description] => []
[#printed] => [1]
)
[body] => array (
[#weight] => [-4]
[#value] => [ <p>เอกชน สั่งจับตา 3 ปัจจัยบวก เศรษฐกิจฟื้น-บาทแข็ง-เอฟทีเอ จูงใจผู้ประกอบการเตรียมนำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตส่งออกเพิ่ม เผยกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญทั้งอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องนุ่งห่มห่มหลาย เริ่มขยับเป็นแถว ขณะที่นำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยจ่อขยับตามรับกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศฟื้น เครื่องสำอางจากแดนกิมจิมาแรงสุดๆ ยอดนำเข้าปีที่แล้วโตกว่า 105%</p>
<p>นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากแนวโน้มค่าเงินบาทที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่ามีโอกาสแข็งค่าไปถึงระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากยังมีทิศทางที่ผันผวนแข็งค่ากว่าสกุลเงินของคู่แข่งจะส่งผลต่อความ สามารถในการแข่งขันการส่งออกของไทยได้ อย่างไรก็ดีในด้านบวกของเงินบาทที่แข็งค่าคือ ทำให้การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศทั้งสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปเพื่อ ผลิตส่งออกตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อจำหน่ายในประเทศจะมีราคาที่ถูกลง ประกอบกับในปีนี้เศรษฐกิจทั้งใน และต่างประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น รวมถึงผลจากที่ไทยได้มีความตกลงเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)กับหลายประเทศ ทำให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าโดยส่วนใหญ่ลดลง</p>
<p>จากทั้ง 3 ปัจจัยหลักที่กล่าวมาจะมีผลทำให้ไทยมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพื่อ ผลิตส่งออก และเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญที่คาดว่าจะมีการนำเข้าวัตถุดิบ หรือสินค้ากึ่งสำเร็จรูปเพื่อผลิตส่งออกเพิ่มขึ้น อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น ส่วนกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคฟุ่มเฟือยที่คาดว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายใน ประเทศเพิ่มขึ้น อาทิ เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ ผ้าผืนเพื่อจำหน่ายตามย่านการค้า เช่น สำเพ็ง พาหุรัด รวมถึงเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น</p>
<p>"จะเห็นว่าจากเงินบาทที่แข็งค่ามีหลายกลุ่มที่ไม่ออกมาโวยวาย เช่นอิเล็กทรอนิกส์ เพราะที่ผ่านมาวัตถุดิบเกือบ 100% เขาพึ่งพาการนำเข้า ดังนั้นเมื่อซื้อวัตถุดิบเข้ามารูปดอลลาร์และขายสินค้าออกไปรูปดอลลาร์จึง ไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทผันผวนมากนัก ส่วนในสินค้าเครื่องนุ่งห่มหรือการ์เมนต์ที่ใช้วัตถุดิบผ้าผืนนำเข้าสัดส่วน ประมาณ 30% ของการผลิตเพื่อส่งออก แต่ปีนี้แนวโน้มสัดส่วนนำเข้าน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 40% เพราะส่วนหนึ่งผ้าที่ลูกค้าต้องการไม่มีผลิตในไทย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาผ้าผืนในประเทศปรับตัวสูงขึ้น และที่สำคัญการนำเข้าวัตถุดิบในรูปดอลลาร์เพื่อผลิตส่งออกในรูปดอลลาร์ที่ เพิ่มขึ้น ยังช่วยลดภาระในการประกันความเสี่ยงค่าเงินบาทได้ด้วย"</p>
<p>ด้านนายสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย กล่าวว่า จากการที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มในประเทศมีการใช้ผ้าผืนนำ เข้าเพิ่มขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อโรงงานทอผ้ามากเหมือนในอดีต เนื่องจากเวลานี้จากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน(อาฟต้า)รวมถึงเอฟทีเออื่นๆ ทำให้ไทยส่งออกผ้าผืน และสิ่งทอประเภทอื่นๆได้เพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้โรงงานทอผ้าส่วนใหญ่ได้เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น และในต้นทุนที่ต่ำลง<br />
ส่วนดร.ขัติยา ไกรกาญจน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มากนัก เพราะวัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากกรณีเงินบาทแข็งค่าคือการแลกเงินดอลลาร์กลับมา เป็นเงินบาทจะทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้ลดลง หรือทำให้ขาดทุนกำไรได้ ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลช่วยดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพไม่แข็งค่าเกินคู่ แข่งขัน</p>
<p>ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการนำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศ กล่าวว่า ผลจากทั้ง 3 ปัจจัยข้างต้น คาดว่าปีนี้ไทยจะมีการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้นทั้ง เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกา รถยนต์นั่ง โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ เครื่องสำอางจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งแม้ในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในช่วงวิกฤติ แต่จากข้อมูลของกรมศุลกากรระบุปีที่แล้วไทยนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศ มูลค่า 12,599 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าจากเกาหลีใต้ 373 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 105%</p>
]
[#title] => []
[#description] => []
[#printed] => [1]
)
[#content_extra_fields] => array (
[title] => array (
[label] => [หัวข้อข่าว]
[description] => [Node module form.]
[weight] => [-5]
)
[body_field] => array (
[label] => [เนื้อหา]
[description] => [Node module form.]
[weight] => [-4]
[view] => [body]
)
[revision_information] => array (
[label] => [Revision information]
[description] => [Node module form.]
[weight] => [0]
)
[menu] => array (
[label] => [Menu settings]
[description] => [Menu module form.]
[weight] => [-1]
)
[taxonomy] => array (
[label] => [Taxonomy]
[description] => [Taxonomy module form.]
[weight] => [-3]
)
[path] => array (
[label] => [Path settings]
[description] => [Path module form.]
[weight] => [3]
)
[attachments] => array (
[label] => [File attachments]
[description] => [Upload module form.]
[weight] => [1]
[view] => [files]
)
[print] => array (
[label] => [Printer, e-mail and PDF versions]
[description] => [Print module form.]
[weight] => [2]
)
[url] => array (
[label] => [Link URL]
[description] => [Links to another site.]
[weight] => [7]
)
[click_count] => array (
[label] => [Click counter]
[description] => [How many times the link has been clicked upon.]
[weight] => [9]
)
[last_click] => array (
[label] => [Last click date/time]
[description] => [Date/time of the last click.]
[weight] => [10]
)
[last_status] => array (
[label] => [Last status]
[description] => [Status from the last validity check]
[weight] => [8]
)
[last_status_info] => array (
[label] => [Last status date/time]
[description] => [Last status date/time]
[weight] => [6]
)
[last_checked] => array (
[label] => [Last checked date/time]
[description] => [Date/time of the last validity check]
[weight] => [-2]
)
[urlhash] => array (
[label] => [URL hash]
[description] => [The hashed value of the URL]
[weight] => [4]
)
[reciprocal] => array (
[label] => [Reciprocal link]
[description] => [A reciprocal URL for matching referers]
[weight] => [5]
)
)
[#pre_render] => array (
[0] => [content_alter_extra_weights]
)
[field_from] => array (
[#type_name] => [news]
[#context] => [full]
[#field_name] => [field_from]
[#post_render] => array (
[0] => [content_field_wrapper_post_render]
)
[#weight] => [11]
[field] => array (
[#description] => []
[items] => array (
[0] => array (
[#formatter] => [default]
[#node] => stdClass (
)
[#type_name] => [news]
[#field_name] => [field_from]
[#weight] => [0]
[#theme] => [text_formatter_default]
[#item] => array (
[value] => []
[safe] => []
[#delta] => [0]
)
[#title] => []
[#description] => []
[#theme_used] => [1]
[#printed] => [1]
[#type] => []
[#value] => []
[#prefix] => []
[#suffix] => []
)
[#title] => []
[#description] => []
[#printed] => [1]
)
[#single] => [1]
[#attributes] => array (
)
[#required] => []
[#parents] => array (
)
[#tree] => []
[#context] => [full]
[#page] => [1]
[#field_name] => [field_from]
[#title] => [ที่มา]
[#access] => [1]
[#label_display] => [above]
[#teaser] => []
[#node] => stdClass (
)
[#type] => [content_field]
[#printed] => [1]
)
[#title] => []
[#description] => []
[#printed] => [1]
)
[field_page_views] => array (
[#type_name] => [news]
[#context] => [full]
[#field_name] => [field_page_views]
[#post_render] => array (
[0] => [content_field_wrapper_post_render]
)
[#weight] => [12]
[field] => array (
[#description] => []
[items] => array (
[0] => array (
[#formatter] => [default]
[#node] => stdClass (
)
[#type_name] => [news]
[#field_name] => [field_page_views]
[#weight] => [0]
[#theme] => [text_formatter_default]
[#item] => array (
[value] => []
[safe] => []
[#delta] => [0]
)
[#title] => []
[#description] => []
[#theme_used] => [1]
[#printed] => [1]
[#type] => []
[#value] => []
[#prefix] => []
[#suffix] => []
)
[#title] => []
[#description] => []
[#printed] => [1]
)
[#single] => [1]
[#attributes] => array (
)
[#required] => []
[#parents] => array (
)
[#tree] => []
[#context] => [full]
[#page] => [1]
[#field_name] => [field_page_views]
[#title] => [page_views]
[#access] => [1]
[#label_display] => [above]
[#teaser] => []
[#node] => stdClass (
)
[#type] => [content_field]
[#printed] => [1]
)
[#title] => []
[#description] => []
[#printed] => [1]
)
[#title] => []
[#description] => []
[#children] => [<span class='print-link'></span> <p>เอกชน สั่งจับตา 3 ปัจจัยบวก เศรษฐกิจฟื้น-บาทแข็ง-เอฟทีเอ จูงใจผู้ประกอบการเตรียมนำเข้าวัตถุดิบเพื่อผลิตส่งออกเพิ่ม เผยกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญทั้งอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ อัญมณีและเครื่องประดับ เครื่องนุ่งห่มห่มหลาย เริ่มขยับเป็นแถว ขณะที่นำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยจ่อขยับตามรับกำลังซื้อผู้บริโภคในประเทศฟื้น เครื่องสำอางจากแดนกิมจิมาแรงสุดๆ ยอดนำเข้าปีที่แล้วโตกว่า 105%</p>
<p>นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากแนวโน้มค่าเงินบาทที่หลายฝ่ายวิเคราะห์ว่ามีโอกาสแข็งค่าไปถึงระดับ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งหากยังมีทิศทางที่ผันผวนแข็งค่ากว่าสกุลเงินของคู่แข่งจะส่งผลต่อความ สามารถในการแข่งขันการส่งออกของไทยได้ อย่างไรก็ดีในด้านบวกของเงินบาทที่แข็งค่าคือ ทำให้การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศทั้งสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปเพื่อ ผลิตส่งออกตามคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเพื่อจำหน่ายในประเทศจะมีราคาที่ถูกลง ประกอบกับในปีนี้เศรษฐกิจทั้งใน และต่างประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น รวมถึงผลจากที่ไทยได้มีความตกลงเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ)กับหลายประเทศ ทำให้อัตราภาษีนำเข้าสินค้าโดยส่วนใหญ่ลดลง</p>
<p>จากทั้ง 3 ปัจจัยหลักที่กล่าวมาจะมีผลทำให้ไทยมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเพื่อ ผลิตส่งออก และเพื่อจำหน่ายในประเทศเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว โดยกลุ่มสินค้าส่งออกสำคัญที่คาดว่าจะมีการนำเข้าวัตถุดิบ หรือสินค้ากึ่งสำเร็จรูปเพื่อผลิตส่งออกเพิ่มขึ้น อาทิ อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ เครื่องนุ่งห่ม อัญมณีและเครื่องประดับ เป็นต้น ส่วนกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคฟุ่มเฟือยที่คาดว่าจะมีการนำเข้ามาจำหน่ายใน ประเทศเพิ่มขึ้น อาทิ เครื่องสำอาง เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องอิเล็กทรอนิกส์ รถยนต์ ผ้าผืนเพื่อจำหน่ายตามย่านการค้า เช่น สำเพ็ง พาหุรัด รวมถึงเสื้อผ้าสำเร็จรูป เป็นต้น</p>
<p>"จะเห็นว่าจากเงินบาทที่แข็งค่ามีหลายกลุ่มที่ไม่ออกมาโวยวาย เช่นอิเล็กทรอนิกส์ เพราะที่ผ่านมาวัตถุดิบเกือบ 100% เขาพึ่งพาการนำเข้า ดังนั้นเมื่อซื้อวัตถุดิบเข้ามารูปดอลลาร์และขายสินค้าออกไปรูปดอลลาร์จึง ไม่ได้รับผลกระทบจากค่าเงินบาทผันผวนมากนัก ส่วนในสินค้าเครื่องนุ่งห่มหรือการ์เมนต์ที่ใช้วัตถุดิบผ้าผืนนำเข้าสัดส่วน ประมาณ 30% ของการผลิตเพื่อส่งออก แต่ปีนี้แนวโน้มสัดส่วนนำเข้าน่าจะเพิ่มขึ้นเป็นมากกว่า 40% เพราะส่วนหนึ่งผ้าที่ลูกค้าต้องการไม่มีผลิตในไทย ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาผ้าผืนในประเทศปรับตัวสูงขึ้น และที่สำคัญการนำเข้าวัตถุดิบในรูปดอลลาร์เพื่อผลิตส่งออกในรูปดอลลาร์ที่ เพิ่มขึ้น ยังช่วยลดภาระในการประกันความเสี่ยงค่าเงินบาทได้ด้วย"</p>
<p>ด้านนายสมศักดิ์ ศรีสุภรวาณิชย์ นายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย กล่าวว่า จากการที่ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมเครื่องนุ่งห่มในประเทศมีการใช้ผ้าผืนนำ เข้าเพิ่มขึ้น ไม่ส่งผลกระทบต่อโรงงานทอผ้ามากเหมือนในอดีต เนื่องจากเวลานี้จากข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน(อาฟต้า)รวมถึงเอฟทีเออื่นๆ ทำให้ไทยส่งออกผ้าผืน และสิ่งทอประเภทอื่นๆได้เพิ่มขึ้น ซึ่งขณะนี้โรงงานทอผ้าส่วนใหญ่ได้เริ่มมีการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรใหม่ เพื่อให้การผลิตมีประสิทธิภาพมากขึ้น และในต้นทุนที่ต่ำลง<br />
ส่วนดร.ขัติยา ไกรกาญจน์ ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า เงินบาทที่แข็งค่าไม่กระทบต่ออุตสาหกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์มากนัก เพราะวัตถุดิบส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากกรณีเงินบาทแข็งค่าคือการแลกเงินดอลลาร์กลับมา เป็นเงินบาทจะทำให้ผู้ประกอบการมีรายได้ลดลง หรือทำให้ขาดทุนกำไรได้ ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลช่วยดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพไม่แข็งค่าเกินคู่ แข่งขัน</p>
<p>ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการนำเข้าสินค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศ กล่าวว่า ผลจากทั้ง 3 ปัจจัยข้างต้น คาดว่าปีนี้ไทยจะมีการนำเข้าสินค้าฟุ่มเฟือยเพิ่มขึ้นทั้ง เสื้อผ้า รองเท้า เครื่องใช้ไฟฟ้า นาฬิกา รถยนต์นั่ง โทรศัพท์มือถือ กล้องถ่ายรูป เครื่องสำอาง และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ ที่น่าจับตามองเป็นพิเศษคือ เครื่องสำอางจากประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งแม้ในปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยจะอยู่ในช่วงวิกฤติ แต่จากข้อมูลของกรมศุลกากรระบุปีที่แล้วไทยนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศ มูลค่า 12,599 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นการนำเข้าจากเกาหลีใต้ 373 ล้านบาท ขยายตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 105%</p>
]
[#printed] => [1]
)
[links] => array (
[statistics_counter] => array (
[title] => [60 reads]
)
)
);