ประกันโลจิสติกส์เฮรับอาฟต้า ฐานลูกค้าเพิ่มเบี้ยเข้าต่อเนื่อง

สมาคมวินาศภัยเล็งประกันโลจิสติกส์ทั้งระบบ ชี้เปิดเสรีอาฟต้า สินค้าเดินทางเพียบ หนุนไทยขึ้นชั้นฮับโลจิสติกส์ทางบกง่ายขึ้น มั่นใจ 3-5 ปีภาพชัด ประกันภัยรับอานิสงส์ด้วยแน่ ย้ำช่วยขยายฐานลูกค้าเพิ่มขึ้นทั้งระบบ เบี้ยเข้าสม่ำเสมอทั้งปี

นายประวิทย์ มานะพงศ์ไพศาล รองประธานคณะกรรมการประกันภัยทางทะเลและโลจิสติกส์ สมาคมประกันวินาศภัย เปิดเผยว่า สมาคมกำลังศึกษาการจัดทำกรมธรรม์เกี่ยวกับระบบโลจิสติกส์ โดยต้องการให้ความคุ้มครองการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ได้ทั้งระบบและ สมบูรณ์ โดยในเดือน ก.พ.นี้ สมาคมจะจัดสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับระบบโลจิสติกส์แก่บริษัทประกันภัย ก่อนจะสรุปผลเพื่อพิจารณาการจัดทำกรมธรรม์ต่อไป

"เรื่องโลจิสติกส์ ยังเป็นศาสตร์ใหม่สำหรับตลาดประกันภัยไทย และยังไม่มีกรมธรรม์ฉบับมาตรฐานที่คุ้มครองสินค้าได้ครบทั้งระบบ ที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นเพียงกรมธรรม์ประกันภัยความรับผิดของผู้ขนส่ง จึงยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ ซึ่งเชื่อว่าระบบโลจิสติกส์จะมีบทบาทต่อภาครัฐและเอกชนมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องมีระบบการประกันภัยเข้ามารองรับด้วย ขณะเดียวกันก็ต้อง ไม่ซ้ำซ้อนกับประกันภัยที่มีอยู่เดิม เช่น ประกันภัยคลังสินค้า" นายประวิทย์กล่าว

นายวาสิต ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการ บมจ.เมืองไทยประกันภัย กล่าวว่า ตลาด โลจิสติกส์ถือเป็นโอกาสที่ดีของไทย โดยเฉพาะเปิดเสรีอาฟต้าจะป็นจังหวะสำคัญให้การขนส่งเคลื่อนย้ายสินค้า ระหว่างกันมากขึ้นโดยเฉพาะการขนส่งทางบก

"3-5 ปีข้างหน้าจะเห็นภาพชัดขึ้นในการที่ไทยจะเป็นศูนย์กลางด้านการขนส่งทางบก จึงถือเป็นโอกาสดีสำหรับธุรกิจในการขยายตลาดการประกันภัยเหล่านี้ ซึ่งสิ่งสำคัญต้องปรับการรับประกันภัยให้คุ้ม ครองสินค้าได้ครอบคลุมตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางจะทำให้มูลค่าตลาดของเบี้ย ประกันภัยส่วนนี้เพิ่มขึ้นได้" นายวาสิตกล่าว

นายพนัส ธีรวณิชย์กุล ผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.กรุงเทพประกันภัย กล่าวว่า ประเทศไทยมีศักยภาพมาก ที่จะเติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางด้านระบบโลจิสติกส์ในอนาคต ซึ่งทิศทางดังกล่าวถูกกำหนดอยู่ในนโยบายระดับประเทศ รวมถึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการพัฒนาระบบบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการ ของประเทศ (กบส.) ซึ่งมีงบประมาณเพื่อพัฒนาระบบโลจิสติกส์ ปี 2552-2554 ถึง 6.8 แสนล้านบาท

นายพนัสมั่นใจว่า ด้วยภูมิศาสตร์ของประเทศไทยที่ติดกับจีน ลาว เวียดนาม กัมพูชา หากพัฒนาระบบขนส่งให้เชื่อมต่อกันได้หมดควบคู่กับการพัฒนาผู้ประกอบการไทย ให้พร้อมก็จะสามารถแข่งขันในเวทีการค้าระหว่างประเทศได้ไม่ยาก

นายนพ ดล มีสุขเสมอ ผู้จัดการแผนกรับประกันภัยทางทะเลและโลจิสติกส์ บริษัท ไทยศรีประกันภัย กล่าวว่า การขยายฐานการรับประกันภัยออกไปให้ครอบคลุม โลจิสติกส์ทั้งระบบ จะทำให้บริษัทประกันภัยมีโอกาสสร้างฐานลูกค้าเพิ่มขึ้น เพราะธุรกิจโลจิสติกส์จะมีลูกค้าใช้บริการตลอดทั้งปี บริษัทจะมีเบี้ยรับต่อเนื่อง ต่างจากระบบเดิมที่บริษัทประกันภัยจะต้องดีลงานกับเจ้าของสินค้า ซึ่งบางรายอาจมีการขนส่งสินค้าเพียงครั้งคราว 4-5 เดือนเท่านั้น การทำตลาดจึงสร้างเบี้ยได้ไม่สม่ำเสมอทั้งปี