Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » หมวดหมู่ » เกษตรกรรม

เกษตรกรรม

ภาคประชาชนนัดชุมนุมหน้าทำเนียบฯ พฤหัสนี้ กระตุ้นรัฐบาลฟังเสียงประชาชน ในการเจรจาเอฟทีเอไทย – อียู จัดตั้งกลไกหารือก่อนหลังการเจรจาทุกรอบ

Submitted by admin on Tue, 26/02/2013 - 16:27
โดย : 
กลุ่มศึกษาศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch)

เมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch) แถลงข่าวการชุมนุมของภาคประชาชนจากกรณีการเจรจาเอฟทีเอ ไทย-สหภาพยุโรป (อียู) ที่โรงแรมเอบีน่า เฮ้าส์

นายนิมิตร์ เทียนอุดม ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าวว่า เอฟทีเอไทย-อียู ที่รัฐบาลกำลังจะไปเริ่มเจรจาในวันที่ ๖ – ๗ มีนาคมนี้ จะเจรจาในหลายประเด็นที่ไม่เคยเจรจาเปิดเสรีมาก่อนในเอฟทีเออื่นๆ และเป็นประเด็นที่มีผลกระทบสูง เช่น ทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับยา ความหลากหลายทางชีวภาพ หรือสินค้าทำลายสุขภาพ เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และบุหรี่ รวมทั้งกระทรวงพาณิชย์เร่งรัดทำกรอบการเจรจา ไม่ได้นำความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ จากเวทีการรับฟังความคิดเห็นเสนอให้รัฐสภาพิจารณาด้วย

“วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ นี้ พวกเราภาคประชาสังคมจะไปชุมนุมกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อกระตุ้นให้รัฐบาลคำนึงถึงข้อเรียกร้องเรื่องการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ รวมทั้งคำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นหากเดินหน้าทำเอฟทีเอ โดยไม่ฟังเสียงของประชาชน ดังนั้นระหว่างการเจรจารัฐบาลต้องจัดตั้งกลไกให้มีการจัดหารือผู้มีส่วนได้เสียครบทุกภาคส่วนทั้งก่อนและหลังการเจรจาในแต่ละรอบ โดยให้มีการชี้แจงท่าทีของคณะเจรจา รายงานความคืบหน้า พร้อมรับฟังและดำเนินการตามข้อเสนอแนะจากผู้มีส่วนได้เสียอย่างสมดุล ไม่ใช่ฟังแต่ความต้องการของภาคธุรกิจส่งออกเท่านั้น” ผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ กล่าว

ด้านนายอภิวัฒน์ กวางแก้ว ประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย กล่าวว่า หากรัฐบาลยอมเซ็นสัญญาเอฟทีเอกับอียู และยอมรับข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาด้านยา จะทำให้ยารักษาโรคถูกผูกขาดยาวนานยิ่งขึ้น ส่งผลให้คนจำนวนมากเข้าไม่ถึงยา เข้าไม่ถึงการรักษา ซึ่งจะเพิ่มภาระให้กับระบบหลักประกันสุขภาพ และงบประมาณของประเทศ “แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะอ้างว่า มีการตั้งคณะทำงาน 2 คณะ แต่ยังไม่มีรายละเอียดอำนาจหน้าที่และองค์ประกอบที่ชัดเจนพอ ดังนั้น รัฐบาลต้องรับปากต่อสัญญาประชาคมว่า จะไม่ยอมรับข้อเรียกร้องของอียูที่เกินไปกว่าความตกลงทริปส์ และต้องให้ทีมวิชาการของ อย.และกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ทำงานเต็มศักยภาพ ไม่ใช่ปล่อยให้ภาคธุรกิจและกรมเจรจาฯบีบคั้นตลอดเวลา”

นายจักรชัย โฉมทองดี ผู้ประสานงานกลุ่มเอฟทีเอ ว็อทช์ ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลยอมรับข้อตกลงเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวกับทรัพยากรชีวภาพ จะส่งผลให้บริษัทการเกษตรขนาดใหญ่เข้ามาผูกขาดเมล็ดพันธุ์ และต้นทุนการผลิตด้านเกษตรกรรมและอาหารจะสูงขึ้นอย่างมาก นอกจากนี้เกษตรกรรายย่อยจะกลายเป็นแรงงานรับจ้างในที่ดินของตัวเอง ซึ่งอาหารจะถูกผูกขาด และถูกกำหนดราคาโดยบริษัท จากการเปิดเสรีการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและการเกษตร “ดังนั้น การเจรจาต้องระมัดระวังอย่างยิ่งในการเจรจาทั้งเรื่องการเปิดเสรีการลงทุนและการคุ้มครองการลงทุน ซึ่งกลไกการรับฟังความคิดเห็นและหารือกับทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่ผ่านมาระหว่างการเจรจาเอฟทีเอ อาเซียน-อียู กรมเจรจาฯก็เคยจัดกลไกที่ว่ามาแล้ว”

ทั้งนี้ การเคลื่อนไหวของภาคประชาสังคมประกอบด้วย เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก, สมัชชาคนจน, เครือข่ายสลัม ๔ ภาค, ชมรมเพื่อนโรคไต} เครือข่ายเพื่อนมะเร็ง, คณะกรรมการองค์การพัฒนาเอกชนด้านเอดส์, มูลนิธิเข้าถึงเอดส์, มูลนิธิศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์, มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค, มูลนิธิเภสัชชนบท, ชมรมเภสัชชนบท, กลุ่มศึกษาปัญหายา, มูลนิธิชีววิถี, มูลนิธิบูรณะนิเวศ, มูลนิธิสุขภาพไทย, กลุ่มเพื่อนแรงงาน, เครือข่ายองค์กรงดเหล้า, เครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์, เครือข่ายชุมชนผู้ได้รับผลกระทบจากแอลกอฮอล์, เครือข่ายชุมชนเฝ้าระวังภัยแอลกอฮอล์ กทม., เครือข่ายเยาวชนป้องกันนักดื่มหน้าใหม่, เครือข่ายคนทำงานด้านการลดอันตรายจากการใช้สารเสพติด (12D), โครงการศึกษาและปฏิบัติการงานพัฒนา, ศูนย์วิจัยและจัดการความรู้เพื่อการควบคุมยาสูบ, เครือข่ายพันธมิตรเพื่อการควบคุมยาสูบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEATCA) และ กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (FTA Watch)

  • ข้อมูลทั่วไป
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เกษตรกรรม
  • FTA Thai-EU
  • 110 reads

ผลกระทบของความตกลงการค้าเสรีไทย-สหภาพยุโรป ต่อพันธุ์พืช ความหลากหลายทางชีวภาพและความมั่นคงทางอาหาร

Submitted by admin on Tue, 26/02/2013 - 13:11
โดย : 
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch)

หากประเทศไทยยอมรับกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาในการเจรจาความตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรป ประเทศไทยต้องแก้ไขกฎหมายคุ้มครองพันธุ์พืช พ.ศ.2542 เพื่อให้เป็นไปตามสนธิสัญญายุปอพ 1991 (UPOV1991) การดำเนินการดังกล่าวจะเกิดผลกระทบต่อเกษตรกร ความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางอาหาร ดังต่อไปนี้

อ้่างอิง: 
มูลนิธิชีววิถี(BioThai Foundation)
  • UPOV
  • เกษตรกรรม
  • FTA Thai-EU
  • Read more
  • 215 reads

ความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิกกับผลกระทบต่อภาคเกษตรและทรัพยากรชีวภาพ

Submitted by admin on Thu, 22/11/2012 - 11:34
โดย : 
มูลนิธิชีววิถี (BioThai Foundation)
อ้่างอิง: 
ดาวน์โหลดเอกสารที่นี่
  • เกษตรกรรม
  • Trans-Pacific Partnership
  • 275 reads

เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก บุกกรมเจรจาฯ ยืนยันไม่เอาทริปส์พลัส ชี้เอื้อผูกขาดเมล็ดพันธุ์ ทำลายความมั่นคงทางอาหาร ทำลายเกษตรกร

Submitted by admin on Fri, 21/09/2012 - 18:07
โดย : 
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch)

ไม่เพียงแต่เรื่องยาราคาแพงที่ประชาชนทั้งประเทศจะต้องแบกรับเพิ่มขึ้นแล้ว การยอมรับเงื่อนไขข้อตกลงทางการค้าว่าด้วยทรัพย์สินทางปัญญาที่เกินไปกว่าข้อตกลงในองค์การการค้าโลก (TRIPs Plus/ทริปส์พลัส) จะส่งผลให้เกิดการผูกขาดเมล็ดพันธุ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบการผลิตเกษตรกรรมและอาหารที่มั่นคงยั่งยืน ตลอดจนเกิดการแย่งชิงทรัพยากรชีวภาพซึ่งเป็นภัยคุกคามความอยู่รอดของเกษตรกรรายย่อยจำนวนมาก

  • กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
  • เครือยเกษตรกรรทางเลือก
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เกษตรกรรม
  • FTA Thai-EU
  • Read more
  • 358 reads

วิเคราะห์ผลกระทบของบททรัพย์สินทางปัญญาด้านความหลากหลายทางชีวภาพ ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีไทยกับสหภาพยุโรป

Submitted by admin on Thu, 20/09/2012 - 16:59
โดย : 
มูลนิธิชีววิถี (BioThai Foundation)

ผลกระทบของการเข้าเป็นภาคีนั้นสูงกว่าประโยชน์ที่ได้รับ เนื่องจากการเข้าเป็นภาคีในสนธิสัญญาบูดาเปสต์ปิดช่องทางในการออกกฎหมายและระเบียบปฏิบัติในการคุ้มครองทรัพยากรจุลินทรีย์ของประเทศในอนาคต

อ้่างอิง: 
ดาวน์โหลดเอกสาร
  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา
  • กรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ
  • จุลินทรีย์
  • พรบ.การจัดทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ
  • สิทธิบัตร
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เกษตรกรรม
  • FTA Thai-EU
  • Read more
  • 417 reads

เอฟทีเอ ว็อทช์ แฉ อุตสาหกรรมส่งออกกุ้ง-ไก่จับมือบรรษัทยาข้ามชาติหนุนกรมเจรจาฯยอมขยายสิทธิผูกขาดยาตามอียู นักวิชาการยาชำแหละพรีม่าร่อนจดหมายบิดเบือนทั่ว

Submitted by admin on Tue, 18/09/2012 - 17:42
โดย : 
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch)

นายจักรชัย โฉมทองดี โครงการศึกษาและปฏิบัติการงานพัฒนา สถาบันวิจัยสังคม
จุฬาฯ ระบุว่า การเจรจาการค้าระหว่างประเทศ เป็นนโยบายสาธารณะที่สำคัญที่ควรประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ คือ ควรดำเนินอยู่บนองค์ความรู้ มีธรรมาภิบาล ปราศจากผลประโยชน์เฉพาะกลุ่ม น่าเสียดายที่ขบวนการเช่นนี้ไม่เกิดในหน่วยงานที่รับผิดชอบการเจรจาในขณะนี้ ขณะที่มีความเห็นแตกต่างกันอย่างมากระหว่างฝ่ายหนึ่งคือนักวิชาการ หน่วยงานรัฐด้านสาธารณะสุขและทรัพย์สินทางปัญญา กับอีกฝ่ายคือธุรกิจบางกลุ่ม แต่ “กรมเจรจาฯ กลับมีท่าทีสอดคล้องกับผลประโยชน์ของบริษัทยาข้ามชาติและผู้ส่งออกสินค้าเกษตรรายใหญ่ และมีความพยายามเร่งให้เกิดการเจรจาเร็วที่สุดอย่างไม่มีเหตุผลรับชัดเจน เช่นไม่ยอมรอการศึกษาผลกระทบด้านสุขภาพที่ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) กำลังดำเนินการอยู่ ทั้งที่จะใช้เวลาอีกไม่นาน”

ดร.สุชาติ จองประเสริฐ นักวิชาการด้านยา กล่าวว่า แม้ตนจะเป็นข้าราชการในสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่ขอพูดในฐานะนักวิชาการอิสระ เพราะเห็นว่าการพัฒนานโยบายสาธารณะต้องมาจากการจัดทำของหน่วยราชการ และต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ ที่ผ่านมามีนโยบายสาธารณะดีๆจำนวนมากที่ออกมาไม่ได้ เพราะมีกระบวนการให้ข้อมูลที่บิดเบือนกับสังคม จากกลุ่มผู้เสียผลประโยชน์หรือคนที่ไม่สามารถเอากอบโกยประโยชน์จากสังคมได้อย่างเต็มที่

“ตามที่สมาคมพรีม่า ส่งจดหมายกล่าวหาการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพขณะนี้แปลความหมายคลาดเคลื่อนจากข้อมูลความเป็นจริง ส่งผลให้การวิจัยผิดพลาด แล้วสำเนาจดหมายนี้ไปยังหน่วยงานรัฐและเอกชน 17 หน่วยงาน เพราะองค์กรเหล่านี้คือองค์กรที่ตัดสินนโยบายสาธารณะ ซึ่งการเขียนเช่นนี้ จะมีผลเมื่อส่งไปยังองค์กรที่ไม่มีความรู้ หากสามารถทำให้เขาชะลอหรือออกนโยบายที่สนับสนุนบรรษัทยาข้ามชาติได้ก็ประสบความสำเร็จ ทั้งๆที่สิ่งที่พรีม่าเขียนในจดหมายไม่ใช่การแปลความ แต่เป็นการหาข้ออ้าง ในการสนับสนุน พรีม่ามีสิทธิให้ความเห็นแต่ไม่ควรโกหก

สาระในจดหมายที่โกหก หรือให้ข้อมูลไม่ครบ อาทิ ในความตกลงทริปส์ไม่มีการชดเชยอายุสิทธิบัตร แม้มีการให้ในบางประเทศไม่ใช่สากล, การทดสอบว่ายามีความปลอดภัยเป็นองค์ความรู้สาธารณะที่ไม่มีสิทธิผูกขาด, หากยอมให้มีการผูกขาด ยาชื่อสามัญจะไม่สามารถขึ้นทะเบียนได้ เมื่อเป็นเช่นนั้นการประกาศบังคับใช้สิทธิ (ซีแอล) จะไม่สามารถปฏิบัติได้จริง, ข้ออ้างที่ว่าให้ บริษัทยาชื่อสามัญลงทุนวิจัย เป็นเรื่องโกหก เพราะใครจะให้ทำวิจัยที่รู้คำตอบแล้ว คณะกรรมการจะไม่ให้ทำวิจัยซ้ำ ทำไมจึงให้ผู้ป่วยมาเสี่ยงอีก เขารู้ว่าบริษัทยาชื่อสามัญในไทยไม่สามารถทำได้ คือปิดช่องนั่นเอง และมาตรการ ณ จุดผ่านแดน ให้ตรวจ จับ ยึด อายัด ลิขสิทธิกับเครื่องหมายการค้า เพราะเห็นด้วยตา แต่ถ้าทำเอฟทีเอจะต้องเป็นทุกประเภทที่จะละเมิดทรัพยสินทางปัญญาด้วย ซึ่งทุกวันนี้ แม้แต่ อย.ยังไม่สามารถฟันธงการละเมิดสิทธิบัตรได้ ต้องส่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ การปล่อยให้มีการยึดจับยาละเมิดสิทธิบัตร ณ จุดผ่านแดน จะทำให้เกิดเหตุการณ์ดังเช่น ยาชื่อสามัญช่วยชีวิตของอินเดียถูกยึดในสหภาพยุโรปถึง 18 ครั้ง ซึ่งล่าสุด สหภาพยุโรปยอมรับแล้วว่า การกระทำนี้ทำไม่ได้ นอกจากนี้ ข้ออ้างเรื่องการคุ้มครองผู้บริโภคจากยาปลอม ยาด้อยคุณภาพนั้น เรื่องทรัพย์สินทางปัญญาไม่ใช่เรื่องของยาปลอม ยาด้อยคุณภาพก็มีทั้งยาแบรนด์เนมและยาชื่อสามัญ”

ดร.ภก.สุชาติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ในฐานะที่อยู่ อย. ยืนยันว่า จุดยืนของการไม่รับข้อตกลงที่เกินไปกว่าทริปส์นั้นสอดคล้องต้องตรงกับสถาบันวิจัยชั้นนำในประเทศนี้ทั้งหมด แต่คงไม่ถูกใจบริษัทยาข้ามชาติ พวกนี้คือปัญหา อุปสรรค ความท้าทาย ที่ผู้กำหนดนโยบายต้องหนักแน่น

ทางด้าน รศ.ดร.ภญ.นุศราพร เกษสมบูรณ์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยว่า ขณะนี้การทำรายงานผลกระทบด้านสุขภาพได้คัดเลือกเนื้อหาการประเมินผลกระทบด้านสุขภาพที่จะเกิดจากเอฟทีเอ ไทย-อียู ใน 4 ประเด็น คือ การ การออกประกาศนียบัตรเพิ่มเติมการคุ้มครองเพิ่มเติม, การ​ผูกขาดข้อมูลการทดสอบยา (Data Exclusivity), การปฏิบัติตามข้อกำหนดในสนธิสัญญาที่อียูบังคับ และการใช้มาตรการ ณ จุดชายแดน รวมถึงประเมินมาตรการบรรเทาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และทางทีมวิจัยจะทำหนังสือชี้แจงไปทุกหน่วยงานที่พรีม่าได้ทำหนังสือให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง

ทั้งนี้ การอภิปราย กระบวนการพัฒนากฎหมายนโยบายสาธารณะ ปัญหา อุปสรรค ความท้าทาย กรณีศึกษาการการจัดทำ FTA Thai-EU ต่อการเข้าถึงยา ร่วมจัดโดยสถาบันวิจัยสังคม, ศูนย์ศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมือง คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และแผนงานพัฒนากลไกเฝ้าระวังระบบยา (กพย.) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เกษตรกรรม
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • FTA Thai-EU
  • 277 reads

เกษตรกรและภาคเกษตรกรรมไทยกับการเจรจาเอฟทีเอไทย-อียู คาดการณ์ผลกระทบเบื้องต้น

Submitted by admin on Thu, 03/06/2010 - 11:12
โดย : 
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch)
อ้่างอิง: 
มูลนิธิชีววิถี
  • การค้าและการลงทุน
  • เกษตรกรรม
  • FTA Thai-EU
  • 3439 reads
  • 1 attachment

จดหมาย ถึง ประธานคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ เรื่อง ขอส่งข้อมูลและข้อเสนอแนะประกอบการพิจารณายับยั้งการเปิดเสรีในภาคการเกษตร ป่าไม้และประมงภายใต้ความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน (ACIA)

Submitted by admin on Wed, 11/11/2009 - 17:03
โดย : 
มูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน(ประเทศไทย)
อ้างอิงแหล่งที่มาที่เกี่ยวพัน: 
# เอกสารแนบ 2 :ความคิดเห็น ข้อเท็จจริง และข้อเสนอกรณีคำชี้แจง ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน
  • ACIA
  • อาเซียน
  • การค้าและการลงทุน
  • เกษตรกรรม
  • AFTA
  • Read more
  • 1715 reads

ความตกลงการลงทุนอาเซียน: คำเตือนและข้อเสนอแนะจากนักกฎหมายระหว่างประเทศ

Submitted by admin on Wed, 04/11/2009 - 00:00
โดย : 
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch)

หากผู้นำไปลงนามและมีผลบังคับใช้ ประเทศไทยต้องอนุวัติกฎหมายในประเทศ ตาม โดยหลัก Standstill and rollback คือ เมื่อใดที่เราไม่ได้กำหนดข้อยก เว้นไว้ก็จะต้องเปิดเสรี ส่วนกฎหมายภายในประเทศอื่นๆก็จะไม่มีผลในการ ป้องกัน

  • ACIA
  • ลาวัณย์ ถนัดศิลปะกุล
  • การค้าและการลงทุน
  • เกษตรกรรม
  • AFTA
  • Read more
  • 2373 reads

104 องค์กรคัดค้านเสรีลงทุนอาเซียนชม กนศ.ทบทวนมติ แต่ยืนยันขอตรวจสอบไม่เลิก

Submitted by admin on Tue, 03/11/2009 - 00:00
โดย : 
กลุ่มศึกษาศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch)
3 พ.ย.52 ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีการแถลงข่าวเรื่อง รัฐบาล และคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจ (กนศ.) ต้องทบทวนการยกเลิกข้อสงวนในการเปิดเสรีการลงทุนอาเซียน (ACIA) ในสาขาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การทำไม้จากป่าปลูก และการปรับปรุงพันธุ์พืช จัดโดยมูลนิธิเกษตรกรรมยั่งยืน (ประเทศไทย) และกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอว็อทช์) ร่วมกับกลุ่มเครือข่ายองค์กรประชาชน 103 องค์กร
 
  • ACIA
  • อาเซียน
  • การค้าและการลงทุน
  • เกษตรกรรม
  • AFTA
  • Read more
  • 1357 reads
  • 1
  • 2
  • 3
  • next ›
  • last »

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Creative Commons License

เนื้อหาทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ใช้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0 (Creative Commons Attribution 3.0 License) สามารถนำไปใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง และจ่ายแจกได้ ขอเพียงระบุที่มาเท่านั้น พัฒนาและออกแบบเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม

l เกี่ยวกับเรา l ติดต่อเรา l

drupal stats
viewsSyndicate content Syndicate content