?ภาคประชาชน? ตามติดความคืบหน้ากฎหมายลูก ม.190
เมื่อวันที่ 28 พ.ค. 52 เวลา 10.00 น. กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน (เอฟทีเอว๊อทช) พร้อมด้วยตัวแทนเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวีเอดส์ ประเทศไทย ชมรมเพื่อนโรคไต เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก และเครือข่ายผู้บริโภค ประมาณ 50 คน เดินทางไปยื่นหนังสือและขอเข้าพบนายสามารถ แก้วมีชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อติดตามความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการจัดทำหนังสือระหว่างประเทศที่ทางเครือข่ายประชาชนรวบรวม 10,000 รายชื่อและนำเสนอต่อรัฐสภาไปเมื่อวันที่ 18 มีนาคม ที่ผ่านมา
นายสามารถแจ้งว่า รายชื่อทั้งหมดได้ส่งให้กรมการปกครองตรวจสอบรวม 10,378 รายชื่อ ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนที่ฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกำลังพิจารณาว่าประชาชนเข้าชื่อโดยใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญหมวด 3 ว่าด้วยสิทธิเสรีภ่าพ และหมวด 5 ว่าด้วยแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐหรือไม่ จากนั้นจะนำส่งประธานรัฐสภา ทั้งนี้ โดยส่วนตัวนายสามารถเชื่อว่า กฏหมายนี้เป็นไปตามหมวด 3 และ 5 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งก็ขอเอาใจช่วยและจะช่วยผลักดันด้วย
รองประธานสภาผู้แทนราษฎรกล่าวเสริมว่า กฎหมายภาคประชาชนน่าจะสามารถผ่านขั้นตอนต่างๆ รวมทั้งขั้นตอนของการให้นายกรัฐมนตรีเซ็นรับรองในฐานะที่เป็นกฎหมายการเงิน ซึ่งเชื่อว่าจะทันเข้าสภาพร้อมกับอีก 2 ร่างคือ ร่างของรัฐบาลและร่างของพรรคประชาธิปัตย์ ในการเปิดสภาสมัยสามัญในวันที่ 1 สิงหาคม นี้

นายจักรชัย โฉมทองดี ตัวแทนกลุ่มศึกษาข้อตกลงฯ กล่าวว่า กลุ่มภาคประชาชนขอยืนยันว่า เนื้อหาใจความสำคัญของกฎหมายนี้ สนับสนุนสิทธิเสรีภาพของประชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ซึ่งก็คือ ข้อมูลการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ อันถือเป็นส่วนหนึ่งในแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐชัดเจน จึงขอให้ทางสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ทางกลุ่มยังขอให้ความเห็นในเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญมาตรา 190 ว่าการแก้ไขสามารถทำได้ แต่ควรคงหลักการสำคัญของมาตรานี้คือ 1) การผ่านการพิจารณาของรัฐสภา 2) ความโปร่งใส 3) การมีส่วนร่วมของประชาชน
ทั้งนี้ ผู้็้สื่อข่าวรายงานว่า ความล่าช้าในการพิจารณาร่างกฎหมายของภาคประชาชนฉบับดังกล่าวเกิดจากมีเจ้าหน้าที่สภาบางคนพยายามยับยั้งร่างกฎหมายโดยอ้างว่า ไม่เข้าข่ายหมวด 3 และ 5

