มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ติง กรมทรัพย์สินทางปัญญาควรออกกฎหมายเพื่อการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาPCT
(9 เม.ย.51/กรุงเทพฯ) วันนี้ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อขอส่งผู้แทนเข้าร่วมรับฟังและให้ข้อคิดเห็นในการประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 6) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นตอนทางกฎหมายในการที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกภาคีอนุสัญญาความร่วมมือทางสิทธิบัตร (PCT)
เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะอนุวรรตตามความตกลงดังกล่าว ในการออกเป็นกฎกระทรวง แทนที่จะออกเป็นกฎหมาย ซึ่งหมิ่นเหม่ต่อการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และ ไม่มีกฎหมายใดๆ ในปัจจุบันรองรับ อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการกฤษฎีกา แจ้งว่า เพิ่งได้รับหนังสือเมื่อวานนี้ ต้องรอให้มีหนังสือแจ้งเป็นทางการว่าจะอนุญาตให้เข้าร่วมรับฟังได้หรือไม่
รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาอ้างมาโดยตลอดว่า การเข้าเป็นสมาชิกภาคีอนุสัญญา PCT ไม่จำเป็นต้องออกเป็นกฎหมาย โดยอ้างว่า ตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติสิทธิบัตร เปิดช่องให้สามารถออกเป็นกฎกระทรวงได้ อย่างไรก็ตาม ทางนักวิชาการ และภาคประชาสังคมที่ติดตามเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการค้า เห็นว่า ความพยายามดื้อดึงของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่จะออกเป็นแค่กฎกระทรวงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะขัดทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรค 2 และ วรรค 5 และ ขัดกับมาตรา 17 ของ พรบ.สิทธิบัตรเอง
![]() |
|
รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ |
“แม้ว่าในมาตรา 17 จะเปิดช่องในกรณีที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับสิทธิบัตร แล้วให้ถือว่าคำขอดังกล่าวเป็นคำขอรับสิทธิบัตรตาม พรบ.นี้ แต่นั่นเป็นแค่คำขอรับสิทธิบัตรจากต่างประเทศที่มีผลในไทยเท่านั้น แต่ไม่น่าจะครอบคลุมถึงคำขอรับสิทธิบัตรที่จะไปมีผลในต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจของ พรบ.สิทธิบัตร ฉบับปัจจุบันของไทย ฉะนั้นกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ควรดำเนินตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 คือออกกฎหมายเพื่ออนุวรรตตาม ไม่ใช่ลักไก่ ออกเป็นกฎกระทรวง ไม่ยอมออกเป็นกฎหมายที่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร”
รศ.ดร.จิราพร ระบุว่า ความรีบร้อนของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในการเข้าเป็นสมาชิก PCT โดยไม่มีการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และไม่ยอมออกเป็นกฎหมายอนุวรรตตามนั้น นอกจากจะไม่ทำให้ไทยได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากเป็นการเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับนี้แล้ว จะยิ่งสร้างความอ่อนแอให้ระบบการดำเนินงานด้านสิทธิบัตร เพราะเป็นการยืมจมูกคนอื่นหายใจ
คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 6) นั้น มี ศ.อรุณ ภาณุพงศ์ เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งวันนี้ เป็นการประชุมครั้งที่ 5 โดยมีตัวแทนของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเข้าร่วมชี้แจง คือ นางพวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ พาณิชยกุล รองอธิบดี นายสมศักดิ์ พาณิชยกุล, นายวีระศักดิ์ ไม้วัฒนา, น.ส.ทักษอร สมบูรณ์ทรัพย์ และนายนพเกษม โชติดิลก


