Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » รายงานพิเศษ » มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ติง กรมทรัพย์สินทางปัญญาควรออกกฎหมายเพื่อการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาPCT

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ติง กรมทรัพย์สินทางปัญญาควรออกกฎหมายเพื่อการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาPCT

Submitted by admin on Wed, 09/04/2008 - 00:00
โดย : 
มูลนิธิเพื่อผุ้บริโภค

(9 เม.ย.51/กรุงเทพฯ) วันนี้ มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคได้ทำหนังสือถึงเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อขอส่งผู้แทนเข้าร่วมรับฟังและให้ข้อคิดเห็นในการประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 6) ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาขั้นตอนทางกฎหมายในการที่ประเทศไทยจะเข้าเป็นสมาชิกภาคีอนุสัญญาความร่วมมือทางสิทธิบัตร (PCT)

 เนื่องจากไม่เห็นด้วยที่กรมทรัพย์สินทางปัญญาจะอนุวรรตตามความตกลงดังกล่าว ในการออกเป็นกฎกระทรวง แทนที่จะออกเป็นกฎหมาย ซึ่งหมิ่นเหม่ต่อการขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 และ ไม่มีกฎหมายใดๆ ในปัจจุบันรองรับ อย่างไรก็ตาม ทางคณะกรรมการกฤษฎีกา แจ้งว่า เพิ่งได้รับหนังสือเมื่อวานนี้ ต้องรอให้มีหนังสือแจ้งเป็นทางการว่าจะอนุญาตให้เข้าร่วมรับฟังได้หรือไม่

รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์ ประธานมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค เปิดเผยว่า ที่ผ่านมา ทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาอ้างมาโดยตลอดว่า การเข้าเป็นสมาชิกภาคีอนุสัญญา PCT ไม่จำเป็นต้องออกเป็นกฎหมาย โดยอ้างว่า ตามมาตรา 17 ของพระราชบัญญัติสิทธิบัตร เปิดช่องให้สามารถออกเป็นกฎกระทรวงได้ อย่างไรก็ตาม ทางนักวิชาการ และภาคประชาสังคมที่ติดตามเรื่องทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับการค้า เห็นว่า ความพยายามดื้อดึงของกรมทรัพย์สินทางปัญญาที่จะออกเป็นแค่กฎกระทรวงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะถูกต้อง เพราะขัดทั้งรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรค 2 และ วรรค 5 และ ขัดกับมาตรา 17 ของ พรบ.สิทธิบัตรเอง

รศ.ดร.จิราพร ลิ้มปานานนท์

“แม้ว่าในมาตรา 17 จะเปิดช่องในกรณีที่ประเทศไทยเข้าเป็นภาคีความตกลงระหว่างประเทศที่เกี่ยวกับสิทธิบัตร แล้วให้ถือว่าคำขอดังกล่าวเป็นคำขอรับสิทธิบัตรตาม พรบ.นี้ แต่นั่นเป็นแค่คำขอรับสิทธิบัตรจากต่างประเทศที่มีผลในไทยเท่านั้น แต่ไม่น่าจะครอบคลุมถึงคำขอรับสิทธิบัตรที่จะไปมีผลในต่างประเทศซึ่งอยู่นอกเหนืออำนาจของ พรบ.สิทธิบัตร ฉบับปัจจุบันของไทย ฉะนั้นกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ควรดำเนินตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 คือออกกฎหมายเพื่ออนุวรรตตาม ไม่ใช่ลักไก่ ออกเป็นกฎกระทรวง ไม่ยอมออกเป็นกฎหมายที่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร”

รศ.ดร.จิราพร ระบุว่า ความรีบร้อนของกรมทรัพย์สินทางปัญญาในการเข้าเป็นสมาชิก PCT โดยไม่มีการศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น และไม่ยอมออกเป็นกฎหมายอนุวรรตตามนั้น นอกจากจะไม่ทำให้ไทยได้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากเป็นการเป็นภาคีอนุสัญญาฉบับนี้แล้ว จะยิ่งสร้างความอ่อนแอให้ระบบการดำเนินงานด้านสิทธิบัตร เพราะเป็นการยืมจมูกคนอื่นหายใจ

คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 6) นั้น มี ศ.อรุณ ภาณุพงศ์ เป็นประธานคณะกรรมการ ซึ่งวันนี้ เป็นการประชุมครั้งที่ 5 โดยมีตัวแทนของกรมทรัพย์สินทางปัญญาเข้าร่วมชี้แจง คือ นางพวงรัตน์ อัศวพิศิษฐ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ พาณิชยกุล รองอธิบดี นายสมศักดิ์ พาณิชยกุล, นายวีระศักดิ์ ไม้วัฒนา, น.ส.ทักษอร สมบูรณ์ทรัพย์ และนายนพเกษม โชติดิลก

  • PCT
  • กรมทรัพย์สินทางปัญญา
  • จิราพร ลิ้มปานานนท์
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • 3858 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues