Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » รายงานพิเศษ » สัญญาระหว่างประเทศ ต้องเห็นก่อนเซ็น รัฐสภาพิจารณา ประชามีส่วนร่วม

สัญญาระหว่างประเทศ ต้องเห็นก่อนเซ็น รัฐสภาพิจารณา ประชามีส่วนร่วม

Submitted by admin on Sun, 13/05/2007 - 00:00
โดย : 
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน(FTA Watch)

พวกเราไม่ต้องการให้ “ประชาธิปไตยเพียงรูปแบบ” มาพร่าพลาญทำลายชีวิตผู้คนในสังคม เศรษฐกิจชุมชนทรัพยากรชีวภาพ ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม เพียงเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจของคนเพียงบางกลุ่มเท่านั้น

ที่ผ่านมา การทำความตกลงระหว่างประเทศ ทั้งในรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ล้วนไม่มีความเป็นประชาธิปไตย ขาดความโปร่งใส ขาดความรอบคอบ ขาดหลักวิชาการ  ไร้ธรรมาภิบาล และไร้ซึ่งการมีส่วนร่วมของประชาชน ส่งผลให้หลายชีวิต หลายชุมชน และอีกหลายๆภาคส่วนรอวันล่มสลายจากการทำความตกลงระหว่างประเทศนั้นๆ

นอกจากนี้ ภายใต้บริบทโลกาภิวัตน์ การทำความตกลงระหว่างประเทศ กำลังกลายเป็นการเงื่อนไขบีบบังคับ และพันธนาการให้สังคมไทยให้ไร้ทางออก หมดหนทางในการเยียวยาปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น

พวกเรา ไม่ต้องการให้ชีวิตใคร หรือ ชุมชนใด ต้องตกเป็นเหยื่อความโลภและความขลาดเขลาเหล่านั้นอีก ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญของความเป็นประชาธิปไตยว่ายังมีลมหายใจอยู่ในประเทศไทยหรือไม่ และการร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังดำเนินอยู่ในขณะนี้ จะเป็นหมุดหมายสำคัญว่า สังคมไทยจะเดินต่อไปอย่างไรภายใต้โลกาภิวัตน์ที่ขับเคลื่อนโดยกระแสทุนที่เชี่ยวกราก

ประเด็นหนึ่งที่สำคัญขึ้นอยู่กับเนื้อหาของมาตรา 186 ว่าด้วยการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ ว่าจะเป็นเสาหลักที่จะเสริมความแข็งแกร่ง หรือเป็นเพียงไม้ผุๆที่พร้อมลอยเลื่อนไปกับกระแสทุน

ข้อเสนอของภาคประชาชนต่อการปรับปรุงเนื้อหามาตรา 186 ว่าด้วยการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ เป็นบทสรุปที่ได้มาจากการครุ่นคิดไตร่ตรองร่วมกัน มาจากการมองทุกมิติถึงประโยชน์ และทุกข์ร่วมของสังคม โดยมีหลักการสำคัญ ประกอบด้วย การกำหนดอำนาจ บทบาท และสัมพันธ์ ของฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติที่มีความสมดุลและชัดเจนในการดำเนินการและตัดสินใจทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศ สร้างกระบวนการที่โปร่งใส และประชาชนมีส่วนร่วมอย่างมีความหมายเพื่อให้ได้หนังสือสัญญาที่มีประสิทธิภาพ มีกระบวนการที่มีธรรมาภิบาล และเสริมสร้างความสมานฉันท์ในสังคมได้อย่างแท้จริง

 

สัญญาระหว่างประเทศ ต้องเห็นก่อนเซ็น รัฐสภาพิจารณา ประชามีส่วนร่วม

 

นั่นคือ

๑. มีบทบัญญัติชัดเจนที่ให้ หนังสือสัญญาที่ “มีผลผูกพันทางการค้าหรือการลงทุน” ต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาก่อนการแสดงเจตนาผูกพัน

๒. แม้หนังสือสัญญามิได้มีผลให้ต้องแก้กฎหมาย แต่หากพันธกรณีที่เกิดขึ้นมีผลผูกพัน ต่อรายจ่ายหรืองบประมาณของประเทศอย่างสำคัญ  หรือมีผลกระทบต่อประโยชน์ได้เสียของประชาชนอย่างกว้างขวาง หรือมีผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจหรือสังคมของประเทศ จำเป็นต้องได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาก่อนการแสดงเจตนาผูกพัน

๓. รัฐบาลจะต้องให้ข้อมูลในการดำเนินการทำหนังสือสัญญาระหว่างประเทศกับประชาชนโดยทั่วไป ทั้งก่อนเริ่มการเจรจา และระหว่างการเจรจา  รวมทั้งชี้แจงต่อรัฐสภา และจัดให้ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางนโยบาย  การให้ข้อมูลก่อนเริ่มเจรจามีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้ประชาชนและรัฐสภาได้รับทราบกรอบและเป้าประสงค์ของการดำเนินการทำหนังสือสัญญา อันจะนำไปสู่การให้ความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์สูงสุด โดยที่ไม่ส่งผลเสียหายต่อท่าทีการเจรจา

๔. ประชาชนต้องสามารถเข้าถึงรายละเอียดของหนังสือสัญญาก่อนการแสดงเจตนาผูกพัน  เพื่อให้สามารถแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง  เพราะการให้ความคิดเห็นบนข้อมูลจริงจะช่วยให้รัฐบาลและรัฐสภาตัดสินใจในพันธกรณีดังกล่าวอย่างรัดกุมยิ่งขึ้น

๕. กรณีที่การปฏิบัติตามหนังสือสัญญาก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชน คณะรัฐมนตรีต้องหาทางป้องกันเป็นอันดับแรกก่อนการดำเนินการแก้ไขหรือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็ว เหมาะสมและเป็นธรรมต่อไป

๖. มาตราดังกล่าวจะต้องมีผลบังคับใช้ทันทีพร้อมรัฐธรรมนูญ

การมีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญตามร่างข้อเสนอปรับปรุงนี้จะยิ่งเป็นการเพิ่มอำนาจต่อรองและประสิทธิภาพในการเจรจาของฝ่ายบริหาร และทำให้รัฐบาล รัฐสภา และประชาชน มีความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันมากขึ้น ขณะเดียวกันกระบวนการที่ดีสามารถลดความขัดแย้งภายในประเทศได้ และจะเป็นหลักประกันสำคัญของประเทศไทยในการเผชิญกระแสโลกาภิวัตน์

เราหวังว่า การเสียเหงื่อของพวกเราในวันนี้ จะเป็นการเสียเหงื่อที่คุ้มค่า แลกมาซึ่งความสมานฉันท์ในประเทศ ความเคารพซึ่งพลังประชาชน และการดำรงอยู่อย่างสง่างามของชุมชน และทรัพยากรชีวภาพ ธรรมชาติสิ่งแวดล้อมเพื่อลูกหลานของเราในอนาคต

๑๓ พฤษภาคม ๒๕๕๐



 

ภาพประกอบ

กล่าวเปิดการปั่นจัรยานรณรงค์โดย อ.ระพี สาคริก

นำทีมนักปั่นจักรยานโดย อ.ไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ

เริ่มขบวน ณ สวนรถไฟ

ปั่นไปตามทาง

กิจกรรมรณรงค์หน้ากระทรวงการต่างประเทศ

ทีมเยาวชนเข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ด้วย

เมื่อถึงที่หมาย

  • มาตรา 190
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • 662 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues