เอฟทีเอว็อทช์จับตาโรเบิร์ต โซลิคเยือนไทย
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชนหรือเอฟทีเอว็อทช์จับตาการเคลื่อน ไหวของนายโรเบิร์ต โซลิครัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐ อเมริการะหว่างการมาเยือนประเทศไทย ประกาศต่อต้านการนำกฎหมายทรัพย์สิน ทางปัญญาของสหรัฐมาใช้กับไทยและอาเซียน ชี้เป็นสัญญาณเตือนให้ เครือข่ายเกษตรกร กลุ่มผู้ป่วย และผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจาก การใช้ยาแพงในประเทศไทยจับมือกันเป็นพันธมิตรเพื่อต่อต้านแรงผลักดันของฝ่าย สหรัฐ
กรุงเทพ-4 พฤษภาคม 2548/กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชนหรือเอฟทีเอว็อทช์จับตาการ เคลื่อนไหวของนายโรเบิร์ต โซลิครัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐอเมริการะหว่างการมาเยือน ประเทศไทย

ประกาศต่อต้านการนำกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาของสหรัฐมาใช้กับไทยและอาเซียน ชี้เป็นสัญญาณเตือนให้เครือข่ายเกษตรกร กลุ่มผู้ป่วย และผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบจากการใช้ยาแพงในประเทศไทยจับมือกันเป็น พันธมิตรเพื่อต่อต้านแรงผลักดันของฝ่ายสหรัฐ
นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการองค์กรความหลากหลายทางชีวภาพและภูมิปัญญาไทย(BioThai) หนึ่งในองค์กรสมาชิกของกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีกล่าวว่า “ การเดินทางมาพบปะกับผู้นำของประเทศไทยและอาเซียนในครั้งชี้ให้เห็นอย่าง ชัดเจนว่า สหรัฐกำลังผลักดันในทุกวิถีทางให้ประเทศไทยยอมรับกฎหมายสิทธิบัตรตามมาตรฐาน ของสหรัฐ เพราะเมื่อใดก็ตามที่รัฐบาลไทยยอมรับในเรื่องนี้ การเจรจาข้อตกลงเขตการค้าเสรีกับประเทศอาเซียนอื่นๆก็เป็นเรื่องง่ายขึ้น ”
“อย่างไรก็ตามองค์กรภาคประชาชนในประเทศไทยขอบอกผ่านนายโร เบิร์ต โซลิคไปยังรัฐบาลสหรัฐและบรรษัทข้ามชาติทั้งหลายที่อยู่เบื้องหลังว่าไม่ใช่ เรื่องง่ายที่สหรัฐอเมริกาจะผลักดันให้ประเทศไทยยอมรับการขยายสิทธิบัตร เพื่อผูกขาดเรื่องยา หรือการใช้สิทธิบัตรเพื่อผูกขาดพันธุ์พืชพันธุ์สัตว์ เพราะการเดินทางมาเยือนครั้งนี้ของนายโซลิค จะกระตุ้นให้เกษตรกร กลุ่มผู้ป่วย และประชาชนไทยทั้งหลายมารวมตัวกันต่อต้านการเจรจาเขตการค้าเสรีระหว่างไทย กับสหรัฐมากยิ่งขึ้น หลังจากที่ได้แสดงพลังไปครั้งแรกเมื่อการเจรจาระหว่างไทย-สหรัฐรอบที่ 3 ที่พัทยาเมื่อ 4-8 เมษายน 2548 ที่ผ่านมา”
“เราไม่ทราบและเราไม่สนใจว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรได้ไปตกปากรับคำอะไรกับนายโซลิค ประเด็นสำคัญอยู่ที่ข้อตกลงทรัพย์สินทางปัญญาภายใต้องค์กรการค้าโลกหรือ ทริปส์(TRIPs)นั้นเพียงพอแล้ว เราไม่ต้องการทริปส์ผนวก(TRIPs Plus)ซึ่งจะทำให้คนไทยจ่ายค่ายาแพงขึ้น 20,000 ล้านบาท/ปี รวมทั้งจะเปิดช่องให้ฝ่ายสหรัฐเข้ามาจดสิทธิบัตรจากการวิจัยทรัพยากรชีวภาพ ในประเทศไทย” นายวิฑูรย์กล่าว
น.ส.กรรณิการ์ กิจติเวชกุล ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชนได้ให้สัมภาษณ์ในโอกาสเดียวกันนี้ว่า “ กลุ่มประเทศอาเซียนทั้งหมดยกเว้นสิงคโปร์ มีจุดยืนร่วมกันเกี่ยวกับประเด็นทรัพย์สินทางปัญญา ทั้งในเรื่องยาและเรื่องสิทธิบัตรสิ่งมีชีวิตภายใต้การเจรจาในองค์กรการค้า โลก รัฐบาลไทยต้องยืนหยัดจุดยืนของตนเองจะยินยอมตามแรงกดดันของฝ่ายสหรัฐไม่ได้ ”
“ขณะนี้กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรี ภาคประชาชนได้ประสานความร่วมมือกับนักวิชาการและองค์กรภาคประชาชนในประเทศ ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซียอย่างใกล้ชิด และจะเคลื่อนไหวร่วมกันในระดับภูมิภาคเพื่อต่อต้านการผลักดันกฎหมายสิทธิ บัตรของสหรัฐ โดยจะมีการจัดเวทีใหญ่ระดับภูมิภาคในเรื่องดังกล่าวในต้นเดือนมิถุนายนนี้ ที่ประเทศมาเลเซียและประเทศไทย”
น.ส.กรรณิการ์กล่าว

