Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » รายงานพิเศษ » ตอกฝาโลงอาชีพปลูกหอมแดงศรีสะเกษ

ตอกฝาโลงอาชีพปลูกหอมแดงศรีสะเกษ

Submitted by admin on Wed, 11/05/2005 - 00:00
โดย : 
นันทา สิทธิราช

การผลิตหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษจึงมีนัยยะทางเศรษฐกิจทั้งในระดับท้อง ถิ่น และระดับประเทศ เมื่อปี 2547 มีเกษตรกรอยู่ราว 9,475 ครอบครัวที่ ประกอบอาชีพอาชีพปลูกหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งทั้งหมดเป็นเกษตรกรราย ย่อย ที่ในบางรายได้บ่มเพาะความรู้ความชำนาญในอาชีพมาเป็นเวลานาน

                รัฐบาลไทยคาดหวังว่าการจัดตั้งเขตการค้าเสรี (Free trade Area - FTA) ระดับทวิภาคีจะสามารถทำให้ไทยส่งออกสินค้าเกษตรไปยังประเทศคู่ค้าได้มากขึ้น และเกษตรกรไทยก็จะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปัจจุบันมีการจัดทำเขตการค้าเสรีไปแล้วกับหลายประเทศ ดังเช่น ไทย-จีน ไทย-อินเดีย ไทย-บาห์เรน ไทย-ออสเตรเลีย ไทย-ญีปุ่น ไทย-เปรู และไทย-สหรัฐอเมริกา

                กรณีไทย-จีน การทำเขตการค้าเสรีเริ่มมีผลมาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 ที่จะต้องมีการลดภาษีในกลุ่มสินค้าเกษตร ได้แก่สัตว์มีชีวิต เนื้อสัตว์ใช้บริโภค สินค้าประมง ผลิตภันฑ์นม ผลิตภัณฑ์จากสัตว์อื่นๆ ต้นไม้และพืชอื่นๆ มีชีวิต พืชผักใช้บริโภคและผลไม้ การลดอัตราภาษีศุลกากรที่เก็บจากสินค้านำเข้าจะลดลงเป็น 0% ภายในปี 2549

                ทั้งนี้จากเดิมการทำเขตการค้าเสรีจะมีผลในเดือนมกราคม แต่รัฐบาลไทยมีความกระตือรือร้นมากในการเปิดเขตการค้าเสรีจึงเลื่อนการเปิด เขตการค้าเสรีไทย-จีน เข้ามาเป็นเดือนตุลาคม 2546 ผลกระทบที่เกิดขึ้นหลังจากการเปิดเสรีการค้าไทย-จีน พบว่า มีสินค้าพืชผัก เช่น หอม กระเทียม และไม้ผลจากจีน เช่น แอบเปิ้ล สาลี่ ทะลักเข้ามาขายในประเทศไทยในปริมาณที่เพิ่มสูงขึ้น จากเดิมก็เคยมีการลักลอบนำเข้ามาขายอยู่แล้ว แต่ปัจจุบันทำได้โดยถูกกฏหมายและมีราคาที่ถูกลง ในขณะที่พบว่าสินค้าจำพวกผลไม้จากไทยที่ส่งเข้าไปขายในจีนนั้นยังมีปริมาณ ไม่มากนักเพราะพบกับอุปสรรคของระบบการค้าของรัฐบาลจีน

                เวลาผ่านไป 1 ปี พบว่าการเปิดเสรีไทย-จีนส่งผลกระทบกับเกษตรกรหลายกลุ่มเฉพาะอย่างยิ่ง เกษตรกรในกลุ่มที่ปลูกหอม กระเทียม และพืชผักเมืองหนาวหลายล้านครอบครัว กล่าวเฉพาะจ.ศรีสะเกษนับได้ว่าเป็นจังหวัดที่มีการปลูกหอมแดงมากที่สุดใน ประเทศ ปัจจุบันกำลังได้รับพิษจากเอฟทีอย่างหนักหน่วง ขณะนี้เกษตรกรยังอยู่ในภาวะสับสนไม่รู้จะเปลี่ยนอาชีพไปทำอะไร เพราะมาอาชีพปลูกหอมแดงมาเกือบครึ่งชีวิต

หอมแดงรายได้อันอับสองรองจากข้าว

                จังหวัดศรีสะเกษถือเป็นจังหวัดที่มีการผลิตหอมแดงเพื่อจำหน่ายมากที่สุดใน ประเทศ ทำรายได้ให้จังหวัดเป็นอันดับสองรองจากข้าว พื้นที่ปลูกหอมแดงกระจายกันอยู่ในเขตอำเภอยางชุมน้อย อำเภอราษีไศล อำเภอกันทรารมย์ อำเภอกันทรลักษณ์ อำเภอเมือง อำเภอวังหิน กิ่งอำเภอพยุห์ และอำเภออุทุมพรพิสัย (สำนักงานพาณิชย์จังหวัด 2544:12) เมื่อเทียบกับพืชในกลุ่มพืชผักชนิดอื่นๆ แล้วพบว่าหอมแดงมีการผลิตมากเป็นอันดับแรกของพืชในกลุ่มนี้

                พื้นที่ปลูกมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นดังเห็นจากในช่วงปี 2512 มีพื้นที่ปลูกหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษอยู่ราว 2,170 ไร่ มีผลผลิต 1,241,950 กิโลกรัม และค่อยๆ มีการขยายพื้นที่ปลูกจนกระทั่งในปี 2547 มีพื้นที่ปลูก 20,858 ไร่ ปริมาณผลผลิต 53,634,000 กิโลกรัม ลดลงจากปี2546 ที่มีพื้นที่ปลูกหอมแดงอยู่ราว 20,685 ไร่ ปริมาณผลผลิต 62,897,000 กิโลกรัม

                พื้นที่การปลูกหอมแดงแม้ว่าจะมีลักษณะที่เพิ่มขึ้น แต่เมื่อพิจารณาดูแล้วจะเห็นว่าพื้นที่ปลูกและปริมาณผลผลิตจะลดลงในบางปีและ เพิ่มขึ้นมากในบางปี เนื่องจากสภาพการตลาดและปัญหาเรื่องปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์หอม ปุ๋ยและสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีราคาสูงขึ้น ทำให้ในบางปีเกษตรกรขาดเงินทุนและไม่กล้าเสี่ยงมาก

                อย่างไรก็ตามการขยายตัวของพื้นที่ปลูกมีการขยายตัวอย่างช้าๆ แต่เกษตรสามารถเพิ่มผลผลิตต่อไร่ได้สูงขึ้นมาก จากเดิมที่เคยได้เพียง 593 กิโลกรัมต่อไร่ ขยับขึ้นถึง 2,162 กิโลกรัมต่อไร่ ทั้งนี้อาจจะเนื่องมาจากการพัฒนาในเรื่องเทคโนโลยีการผลิตและการใช้ปัจจัย การผลิตเพื่อเพิ่มปริมาณผลผลิตของการผลิตในระบบเกษตรสมัยใหม่

                ปริมาณหอมแดงที่เกษตรจังหวัดศรีสะเกษผลิตได้ในปี 2547 ทั้งหมด 53,634,000 กิโลกรัม เมื่อจำแนกการใช้ประโยชน์และการจำหน่ายของเกษตรกรพบว่าหอมแดงจำนวน 5,535,000 กิโลกรัมถูกเก็บไว้สำหรับทำพันธุ์ หอมแดงจำนวน 1,402,000 เป็นส่วนที่เก็บไว้สำหรับบริโภคในครัวเรือนเกษตรกร และหอมแดงจำนวน 46,697,000 กิโลกรัม เป็นส่วนที่เกษตรกรนำออกขายหรือร้อยละ 87 ของหอมแดงที่ผลิตได้ทั้งหมดในจังหวัด

                การผลิตหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษจึงมีนัยยะทางเศรษฐกิจทั้งในระดับท้องถิ่น และระดับประเทศ เมื่อปี 2547 มีเกษตรกรอยู่ราว 9,475 ครอบครัวที่ประกอบอาชีพอาชีพปลูกหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งทั้งหมดเป็นเกษตรกรรายย่อย ที่ในบางรายได้บ่มเพาะความรู้ความชำนาญในอาชีพมาเป็นเวลานาน

                การขยายพื้นที่ปลูกหอมในจังหวัดศรีสะเกษมีการขยายพื้นที่ปลูกอย่างจริงจัง เมื่อประมาณ 30 กว่าปีที่ผ่านมาเป็นระยะที่เกษตรกรเริ่มมีการใช้เทคโนโลยีในการผลิตกันมาก ขึ้น โดยเฉพาะการที่มีรถขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “รถตีนตะขาบ” มารับจ้างขุดจอมปลวก กระจายดินจอมปลวกให้เป็นแปลงใหญ่สำหรับปลูกหอม ทำให้การบุกเบิกแปลงปลูกสามารถทำได้ง่ายขึ้น และเทคโนโลยีเกษตรสมัยใหม่

ตลาดหอมแดง

                ผลผลิตหอมแดงที่ผลิตในจังหวัดศรีสะเกษส่วนใหญ่ถูกจำหน่ายเพื่อการบริโภคสด ทั้งในประเทศและส่งออกนอกประเทศ การส่งออกขายนอกจังหวัดมีตลาดใหญ่อยู่ที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช สงขลา ปทุมธานี ราชบุรี กรุงเทพฯ และภาคตะวันออกบางจังหวัด (สำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ 2546 :2) โดยมีกลุ่มพ่อค้ารับซื้อในระดับจังหวัดเป็นผู้ส่งหอมต่อให้กับพ่อค้าปลายทาง

                กลุ่มพ่อค้าในจังหวัดจึงเป็นผู้ชี้นำราคาและสภาวะการตลาดหอมแดงในแต่ละปีใน จังหวัดศรีสะเกษ ในเบื้องต้นการกำหนดราคาของพ่อค้าหอมแดงจะดูจากสภาพคล่องของตลาดทั้งภายใน ประเทศและจากตลาดต่างประเทศว่ามีความคล่องตัวมากน้อยเพียงใด โดยที่หากการสถานการณ์มีความคล่องตัวการซื้อขายจะดำเนินการอย่างรวดเร็วพ่อ ค้าจะซื้อหอมแดงอย่างต่อเนื่องเพื่อเอาไว้เก็งกำไร หอมจะมีราคาดีหากยังมีการรับซื้ออย่างต่อเนื่องจากพ่อค้า แต่หากตลาดไม่คล่องตัวการซื้อขายจะเป็นไปอย่างซบเซา และราคาหอมจะเริ่มตกลง พ่อค้าจะไม่ซื้อหอมเก็บไว้เพื่อเก็งกำไร แม้ว่าหอมจะราคาถูกก็ตาม (สำนักงานพาณิชย์จังหวัดศรีสะเกษ 2546: 4)

                ระบบการค้าหอมแดงของจังหวัดศรีสะเกษถูกผูกขาดเกือบทั้งหมดโดยกลุ่มของพ่อค้า ระดับจังหวัดและพ่อค้าเร่ ที่มีความเชื่อมโยงกันในการเป็นผู้รับซื้อหอมแดงเกือบทั้งหมดในจังหวัดโดย อาศัยกลไกของพ่อค้าเร่ในท้องถิ่นเป็นตัวหลัก และกลุ่มพ่อค้าในเมืองก็ยังเป็นจุดรับซื้อใหญ่สำหรับพ่อค้ารายย่อยระดับ อำเภออีกด้วย

                การขายหอมแดงของเกษตรกรบางรายมีการติดต่อกับพ่อค้าเร่โดยตรง เมื่อถึงฤดูเก็บเกี่ยวหอมแดงจะมีรถของพ่อค้าเร่เข้ามารับซื้อในชุมชนหาก สามารถตกลงราคากันได้พอใจทั้งสองฝ่ายเกษตรก็จะตัดสินใจขายหอมแดง แต่ราคาที่เกษตรกรขายได้ก็จะกำหนดโดยตลาดระดับจังหวัดอยู่เช่นเดิม คือเมื่อหอมราคาตกพ่อค้าก็จะรับซื้อในราคาต่ำเช่นเดียวกัน

                เกษตรกรบางรายจะขายผลผลิตทั้งหมดโดยไม่มีการเก็บไว้ทำพันธุ์เพราะต้องรีบนำ เงินไปชำระเงินที่กู้ยืมมา “คั่นขายบ่หมดกะบ่มีเงินส่งเขา จักเงินล้าน เงินแสน เงินเชื่อเบิด มันบ่มีทุน” (สะอิ้ง หิมคุณ สัมภาษณ์ 17 พฤษภาคม 2547) แต่เกษตรกรบางรายมีการขนผลผลิตหอมแดงไปขายที่ตลาดในเมืองด้วยตนเองเพราะคาด หวังว่าจะได้ราคาดีกว่าในชุมชน

                อย่างไรก็ตามเกษตรกรบางรายพบว่าการนำผลผลิตหอมไปขายที่ตลาดท่าเรือ เมื่อไปถึงพบว่าราคาที่ตลาดในเมืองคือตลาดท่าเรือซึ่งเป็นจุดรับซื้อของพ่อ ค้ารายใหญ่มีการรับซื้อในราคาที่ไม่แตกต่างจากราคาที่มีการรับซื้อของพ่อค้า ในชุมชนเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรก็จะหันมาขายให้กับพ่อค้าในชุมชนเช่นเดิม ซึ่งข้อสังเกตคืออาจเป็นไปได้ที่พ่อค้าในเมืองได้กำหนดราคารับซื้อผ่านพ่อ ค้าในชุมชนไว้แล้ว เพราะพ่อค้าเร่ในชุมชนส่วนหนึ่งคือเครือข่ายของพ่อค้าในเมืองนั่นเอง

                พ่อค้ากลุ่มต่างๆ ยังมีการติดต่อสัมพันธ์กันกับเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงในหลายลักษณะ ซึ่งเป็นกลไกหนึ่งที่ทำให้สามารถควบคุมราคาของหอมแดงในจังหวัดศรีสะเกษได้ อย่างเบ็ดเสร็จ เช่น พ่อค้าบางรายให้ความช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกหอมแดงทั้งในด้านการให้กู้เงิน และปัจจัยการผลิตต่างๆ สำหรับลงทุนปลูกหอม เช่น ปุ๋ย และพันธุหอม และเป็นผู้รับซื้อหอมแดงจากเกษตรกร (แสวง รวยสูงเนิน 2532:25)

เอฟทีเอไทย-จีน

                เมื่อมีการเปิดเขตการค้าเสรีไทย-จีน หน่วยงานของรัฐไม่เคยเข้ามาพบเกษตรกรและบอกข้อมูลต่างๆ ที่เกิดขึ้น การดำเนินการของรัฐที่เริ่มต้นทำคือการให้เกษตรกรไปลงชื่อเพื่อลดพื้นที่ ปลูกกระเทียม เกษตรกรส่วนหนึ่งที่ทราบข่าวมีการไปลงชื่อลดพื้นที่ปลูก แต่ก็ไม่ปรากฏว่ารัฐบาลมีความช่วยเหลืออะไรกับเกษตรกร หลังจากนั้น เกษตรกรส่วนหนึ่งเมื่อลดพื้นที่ปลูกกระเทียมเพราะกังวลว่ากะเทียมจะราคาตกก็ หันมาปลูกหอมแทน และประสบกับปัญหาหอมแดงมีราคาตก ขณะที่กระเทียมยังมีราคาอยู่เนื่องจากมีผลผลิตออกมาน้อย

                เกษตรกรประสบกับปัญหาหอมมีราคาตกคาดการณ์ว่าน่าจะเกิดจากการเปิดเขตการค้า เสรีที่เกษตรกรได้รับข้อมูลมาจากสื่อต่างๆ เท่านั้น ดังที่ “ได้ยินข่าวทีวีเขาเว้า ว่ากะเทียมเข้ามาหลาย เปิดเสรีไผกะย่าน “ (สะอิ้ง หิมมะคุณ สัมภาษณ์ 17 พฤษภาคม 2547)

                สถานการณ์ของหอมแดงจากประเทศจีนที่เข้ามาตีตลาดหอมแดงในประเทศโดยเฉพาะในเขต จังหวัดที่มีการปลูกหอมแดงเช่นจังหวัดศรีสะเกษ ปัจจุบันพบว่าหอมแดงจากประเทศจีนที่ชาวบ้านเรียกว่า “หอมแขก” มีการจำหน่ายควบคู่กันกับหอมแดงศรีสะเกษโดยมีราคาต่ำกว่า 2-3 บาทต่อกิโลกรัม แม้ว่าขณะนี้ชาวบ้านจะยังไม่ให้ความนิยมมากนักสำหรับการบริโภคในระดับท้อง ถิ่น แต่ในกลุ่มของผู้ที่ผลิตอาหารจำหน่ายตามร้านค้าต่างๆ พบว่านิยมซื้อหอมที่มีราคาต่ำกว่านำไปประกอบอาหารเพื่อลดต้นทุน ตัวอย่างที่พบในกระเทียมที่ชัดเจนคือว่ากระเทียมจากประเทศจีนได้รับความนิยม ในหมู่ร้านค้าที่ผลิตอาหารจำหน่ายเนื่องจากมีราคาถูกกว่ากระเทียมภายใน ประเทศ

                ผลกระทบของการเปิดเขตการค้าเสรีต่อเกษตรกร หน่วยงานรัฐไม่ได้ให้เกษตรกรมีการเตรียมตัวเพื่อรับมือกับปัญหาที่จะเกิด ขึ้นแต่อย่างใด บอกแต่เพียงว่าถ้าปลูกมากราคาจะตกต่ำและให้ลดพื้นที่ปลูก และไม่มีการดำเนินการแก้ปัญหาหอมราคาตกอย่างจริงจัง การอ้างเรื่องปัญหาตลาดส่งออกเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาทั้งหมดเท่านั้น เพราะสัดส่วนของการส่งออกมีสัดส่วนอยู่ที่ 35 เปอร์เซนต์ของตลาดทั้งหมดเท่านั้น ขณะที่ตลาด 65 เปอร์เซนต์เป็นตลาดภายในประเทศ

                นอกจากนี้การอ้างถึงเรื่องการเพิ่มพื้นที่ปลูกของเกษตรกรที่ทำให้หอมแดงมี ราคาตกต่ำก็ไม่มีเหตุผล เพราะจากตัวเลขพื้นที่ปลูกหอมแดงและราคาพบว่าในปี 2546/47 พื้นที่ปลูกและปริมาณหอมแดงที่ออกสู่ตลาดมีสัดส่วนที่น้อยกว่าในปี 2545/46 แต่หอมแดงในปี 2545/46 กลับมีราคาดีกว่าหอมแดงในปี 2546/47

                ขณะที่เกษตรกรนั้นยืนยันว่าเป็นผลกระทบจากการเปิดการค้าเสรี เนื่องจากกลุ่มของผู้ค้ารับซื้อในจังหวัด และพ่อค้าเร่ที่รับซื้อหอมแดง ซึ่งเป็นผู้ควบคุมความคล่องตัวของการส่งหอมแดงออกจากจังหวัดศรีสะเกษก็ประสบ กับปัญหาคือการที่ไม่สามารถจำหน่ายหอมได้ ทำให้ต้องชลอการรับซื้อหอมแดง เป็นเหตุให้หอมแดงราคาตกลง ดังที่ “ คนมาซื้อเขาว่าตลาดไม่ค่อยเดิน เขาว่าตลาดตาย เขาเอาไปมันกะออกบ่ได้ มื้อนี้ตลาดตาย เขาว่า” (สุวรรณ เฉลิมสุข สัมภาษณ์ 17 พฤษภาคม 2547)

                สถานการณ์ที่เกิดขึ้นเกษตรกรผู้ผลิตหอมแดงส่วนใหญ่ยังไม่ได้ปรับตัวเพื่อ เตรียมรับมือแต่อย่างใด การผลิตที่ประสบกับปัญหาราคาผันผวนเกือบทุกปีทำให้เกษตรกรเพียงแต่ตั้งความ หวังว่าราคาในปีต่อไปคงจะดีขึ้น และยังคงยึดอาชีพนี้ต่อไป ขณะที่ปัญหากลไกการตลาดที่ผูกขาดมายาวนานบวกกับผลกระทบจากการเปิดเขตการค้า เสรีที่ทำให้มีหอมเข้ามาในตลาดเพิ่มขึ้น ก็ยังไม่มีแนวโน้มว่าจะมีการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรผู้จะได้รับผลกระทบไป ในทิศทางใด.

------------------------------------
ที่มา : สำนักข่าวประชาธรรม
หมายเหตุ : เรียบเรียงจากงานวิจัย หอมแดงศรีสะเกษ โดย นันทา สิทธิราช เครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก

  • กระเทียม
  • เกษตรกรรม
  • FTA THAI-CHINA
  • 389 reads

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues