Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » วิกฤตภัยแล้ง อาจกระทบเศรษฐกิจภูธรหนัก

วิกฤตภัยแล้ง อาจกระทบเศรษฐกิจภูธรหนัก

Submitted by info on Wed, 06/03/2013 - 11:10

TMB Analytics มองวิกฤตภัยแล้งปี"56 อาจรุนแรงกว่าคาด หลังน้ำในเขื่อนใหญ่ต่ำกว่าวิกฤตแล้งปี"48 เตือนรัฐบาลเตรียมแผนรับมือ

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี หรือ TMB Analytics ระบุว่า ภัยแล้งปี 2556 เริ่มมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2555 อาจยาวนานถึง พฤษภาคม 2556 ขณะนี้ได้เกิดภัยแล้งแล้ว 35 จังหวัด ภาคอีสานแล้งหนักถึง 15 จังหวัด และภาคเหนือ 13 จังหวัด สาเหตุจากปริมาณน้ำฝนตกปี 2555 น้อยกว่าปี 2554 โดยเฉลี่ยทั้งประเทศมีปริมาณฝนตกสะสมเฉลี่ย 1,482.4 มิลลิเมตร ลดลง 5.0% จากค่าเฉลี่ยกลาง และลดลง 18.1% จากปี 2554

โดยภาคอีสานและภาคเหนือมีปริมาณฝนตกลดลง 28.5% และ 27.8% ตามลำดับ จากปี 2554 ทำให้ปริมาณน้ำในไหลเข้าเขื่อนขนาดใหญ่และอ่างเก็บน้ำลดลง ประกอบกับการเร่งระบายน้ำออกจากเขื่อนเนื่องจากหวั่นจะเกิดวิกฤตน้ำท่วมเช่นเดียวกับปี 2554 ทำให้เขื่อนขนาดใหญ่ภาคเหนือ ที่เป็นแหล่งน้ำให้กับภาคเหนือและภาคกลาง มีปริมาตรน้ำใช้การ ณ วันที่ 1 มีนาคม 2556 เพียง 17.8% ลดลงจากอดีตที่ 40.1% ในช่วงเดียวกันปีก่อน

ขณะที่ภัยแล้งภาคอีสานนั้นเข้าขั้นวิกฤตกว่า มีปริมาตรน้ำใช้การเพียง 13.1% ลดจากอดีตที่ 31.2% จากช่วงเดียวกันปีก่อน นับเป็นระดับต่ำที่สุดในรอบสิบปี ซึ่งปริมาณน้ำดังกล่าวจะต้องบริหารจัดการให้เพียงพอกับฤดูแล้งระหว่างเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม แต่หากฝนทิ้งช่วงในต้นฤดูฝน จะยิ่งทำให้วิกฤติภัยแล้งรุนแรงขึ้นอีก

ผลของภัยแล้งที่ขยายพื้นที่กว้างขึ้นพบว่า ขณะนี้มีพื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบแล้วประมาณ 4 ล้านไร่ โดยกว่า 95% เป็นพื้นที่ปลูกข้าว ทำให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) คาดว่าปริมาณข้าวนาปรังที่จะเข้าโครงการรับจำนำลดลงจากที่ประมาณการณ์ไว้ 11 ล้านตัน เหลือเพียง 7-8 ล้านตันเท่านั้น

โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศงดการปลูกข้าวนาปรังครั้งที่ 2 ในเขตพื้นที่ชลประทาน เพราะปริมาณน้ำอาจไม่เพียงพอ แต่ปรากฏว่าพื้นที่เพาะปลูกในเขตชลประทานลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยากลับสูงกว่าแผนเดิมกว่า 0.92 ล้านไร่ จากที่กำหนดไว้ 5.40 ล้านไร่

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี รายงานว่า หากศึกษาเทียบกับผลกระทบของวิกฤตภัยแล้งครั้งใหญ่ในปี 2548 มีพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบกว่า 13.7 ล้านไร่ พบว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภาคเกษตรของไทย หดตัว 2.7%โดยภาคเหนือและภาคอีสาน หดตัว 4.8% และ 2.8% และเมื่อพิจารณาผลิตภัณฑ์มวลรวมรายจังหวัด เฉพาะภาคเกษตรพบว่าจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งรุนแรงในภาคเหนือ คือ สุโขทัย ตาก และแพร่ มีการหดตัว 17.0%, 13.6% และ 13.0% ส่วนในภาคอีสานพบว่าจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรงคือ อุดรธานี มุกดาหาร นครราชสีมา ชัยภูมิ ซึ่งตัวเลขหดตัวเกินกว่า 10.0% จากปีก่อน

"การหดตัวดังกล่าวเกิดจากรายได้ของเกษตรลดลงเนื่องจากไม่สามารถทำการเกษตรได้ตามปกติ ผลผลิตตกต่ำเนื่องจากขาดน้ำ รวมถึงการระบาดของโรคและแมลงต่างๆในช่วงที่เกิดภัยแล้ง โดยจังหวัดดังกล่าวเป็นพื้นที่เกิดภัยแล้งซ้ำซาก และคาดว่าหากฝนยังคงทิ้งช่วงในต้นฤดูฝน อาจทำให้บางจังหวัดที่กล่าวมาแล้วได้รับผลกระทบสูงกว่าวิกฤติภัยแล้ง 2548 เพราะปีนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนที่ใช้การได้เหลือน้อยกว่าในปี 2548 ค่อนข้างมาก"

ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจทีเอ็มบี ระบุด้วยว่า แนวทางป้องกันความเสียหายสำหรับเกษตรกรและประชาชน คือ การงดปลูกพืชตามประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ใช่เพียงเพราะเพื่อประหยัดน้ำ แต่เป็นการลดความเสียหายจากภัยแล้งที่อาจจะได้รับ สำรองน้ำให้เพียงพอสำหรับการอุปโภคบริโภค และภาครัฐควรมีแผนหรือมาตรการระยะสั้นสำหรับภัยแล้งฉับพลันที่สามารถนำมาปฏิบัติได้ทันที อีกทั้งหาทางแก้ปัญหาวิกฤตภัยแล้งระยะยาว โดยเฉพาะจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่แล้งซ้ำซาก ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในภาคเหนือและภาคอีสาน เพื่อบรรเทาความเสียหายและสามารถใช้พื้นที่ในการเกษตรได้ในฤดูแล้ง

http://bit.ly/YMuNvZ
  • กรุงเทพธุรกิจ
  • การค้าและการลงทุน
  • 32 reads
  • Printer-friendly version
  • PDF version

 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Creative Commons License

เนื้อหาทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ใช้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0 (Creative Commons Attribution 3.0 License) สามารถนำไปใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง และจ่ายแจกได้ ขอเพียงระบุที่มาเท่านั้น พัฒนาและออกแบบเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม

l เกี่ยวกับเรา l ติดต่อเรา l

drupal stats
viewsSyndicate content