สศก.เกาะติดผลไม้ภาคเหนือ อากาศแปรปรวน-ผลผลิตลด
นายสุรศักดิ์ พันธ์นพ รองเลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ช่วงปลายเดือนเมษายน เป็นช่วงที่ลิ้นจี่ของภาคเหนือทยอยออกสู่ตลาด ซึ่งจากการติดตามสถานการณ์ของ สศก. คาดว่าสภาพอากาศที่แปรปรวน อาจทำให้ผลไม้ตามฤดูกาลของไทยต้องออกล่าช้ากว่าปกติประมาณ 1 เดือน ซึ่งในส่วนของผลไม้ภาคเหนือ 2 ชนิดทั้งลิ้นจี่และลำไย พบว่า ลิ้นจี่ของไทยจะเริ่มออกสู่ตลาดในช่วงเดือนพฤษภาคม ถึง มิถุนายน อย่างไรก็ตาม เนื่องจากในภาคเหนือปีนี้ อากาศหนาวเย็นไม่ต่อเนื่อง และในบางพื้นที่มีฝนตกทำให้ต้นลิ้นจี่แตกใบอ่อน การออกดอกกะปริดกะปรอย ส่งผลให้ปีนี้แหล่งผลิตใหญ่ใน 4 จังหวัด ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน มีผลผลิตลดลงจากปีที่แล้ว โดยคาดว่าผลผลิตจะเหลือประมาณ 52,000 ตัน ซึ่งน้อยกว่าปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังต้องติดตามสถานการณ์ของผลผลิตที่อาจลดลงได้อีก หากกระทบอากาศร้อนจัดในช่วงเดือนมีนาคม ถึง เมษายนนี้ รวมทั้งพายุฤดูร้อนที่จะรุนแรงขึ้นตามสภาพอากาศที่แปรปรวน
นอกจากนี้ สศก. ยังประเมินผลผลิตลำไยว่า จะได้รับผลกระทบจากสภาพอากาศแปรปรวนเช่นกัน โดยขณะนี้เริ่มทยอยออกดอกแล้วแต่ช่อดอกไม่สมบูรณ์อีกทั้งการออกดอกก็ล่าช้ากว่าปกติ โดยพบว่าแหล่งผลิตใหญ่ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ซึ่งได้แก่ เชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ตาก และแพร่ จะมีผลผลิตทั้งปีประมาณ 622,000 ตัน ผลผลิตในฤดูทยอยเก็บตั้งแต่เดือนมิถุนายน ถึง กันยายน ประมาณ 507,000 ตัน อย่างไรก็ตาม คาดว่าผลผลิตจะลดลงอีก จากอากาศที่ร้อนจัดและพายุฤดูร้อนในเดือนเมษายนนี้ ทั้งนี้สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรจะยังคงติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องให้ทราบเป็นระยะต่อไป
เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด


