Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » ไทย-สวีเดน ผลักดันความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศในทุกมิติ

ไทย-สวีเดน ผลักดันความร่วมมือและความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศในทุกมิติ

Submitted by info on Tue, 05/03/2013 - 23:03

สุวิภา บุษยบัณฑูร

4 มีนาคม 2556เวลา 13.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และนายเฟดริก ไรน์เฟลด์ท นายกรัฐมนตรีสวีเดน ร่วมกันแถลงถึงผลการหารือ ภายหลังการหารือข้อราชการและร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลง ว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายในการต่อต้านอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร การลักลอบค้ายาเสพติด วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและสารตั้งตั้น การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย และอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ (Law Enforcement Cooperation Agreement) และ แผนปฏิบัติการร่วมไทย-สวีเดน ฉบับที่ 2 (Joint Plan of Action) สรุปสาระสำคัญดังนี้

นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีสวีเดน สำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่น ในการเยือนราชอาณาจักรสวีเดนอย่างเป็นทางการ ซึงไทยและสวีเดน มีความสัมพันธ์ทางการทูตอันดีต่อกันมาเป็นเวลายาวนานกว่า 145 ปี ยิ่งสำคัญไปกว่านั้น เป็นความซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับพระราชทานพระบรมราชวโรกาสจากสมเด็จพระราชาธิบดี คาร์ลที่ 16 กุสตาฟ และสมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดน ให้เข้าเฝ้าฯ ซึ่งในฐานะตัวแทนของรัฐบาลไทยและประชาชนชาวไทย ขอน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระพรแด่ทั้งสองพระองค์ ไทยและสวีเดน ต่างเป็นประเทศที่ยึดมั่นในหลักประชาธิปไตย หลักธรรมาภิบาล และมุ่งเน้นการพัฒนาประเทศที่ควบคู่ไปกับยึดถือหลักสิทธิมนุษยธรรม

ในการหารือกับนายกรัฐมนตรีสวีเดน มีการหารือข้อราชการและแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นในหลายประเด็นสำคัญที่ทั้งสองประเทศมีความสนใจตรงกัน และเห็นพ้องกันที่จะเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีในทุกมิติ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น รวมทั้งเพิ่มพูนความร่วมมือในประเด็นภูมิภาคและประเด็นระหว่างประเทศทั่วโลก สำหรับความร่วมมือทวิภาคี นายกรัฐมนตรีทั้งสองได้ร่วมกันเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลว่าด้วยความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายในการต่อต้านอาชญากรรมที่จัดตั้งในลักษณะองค์กร การลักลอบค้ายาเสพติด วัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาทและสารตั้งตั้น การค้ามนุษย์ การก่อการร้าย และอาชญากรรมร้ายแรงอื่นๆ (Law Enforcement Cooperation Agreement) และแผนปฏิบัติการร่วมไทย สวีเดน ฉบับที่ 2 (Joint Plan Action) ซึ่งจะเป็นกรอบในการกำหนดทิศทางความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้า ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงของทั้งสองประเทศที่จะยกระดับความสัมพันธ์ให้ใกล้ชิดมากยิ่งขึ้นต่อไป

ในด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ นายกรัฐมนตรียืนยันความพร้อมที่จะเริ่มการเจรจา Thai-EU FTA ที่จะมีส่วนสำคัญในการขยายการค้าการลงทุนระหว่างสองประเทศได้ในอนาคต และเพื่อยกระดับความเชื่อมโยงด้านการค้าการลงทุน ในการเยือนครั้งนี้ ได้นำคณะนักธุรกิจกว่า 30 ราย จากภาคเอกชนชั้นนำของไทย ประกอบด้วยสาขาอาหาร สาขาพลังงาน/เศรษฐกิจสีเขียว สาขาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ สาขาสินค้าดีไซน์/เศรษฐกิจสร้างสรรค์ และสาขาการธนาคาร ร่วมเดินทาง เพื่อให้มีโอกาสได้พบปะกับนักลงทุนสวีเดน พร้อมสร้างเครือข่ายและขยายช่องทางธุรกิจและแสวงหาโอกาสในการลงทุนระหว่างกัน

นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังได้ตกลงที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และด้านนวัตกรรมละการวิจัย โดยจะเน้นความสำคัญในสาขาพลังงานทางเลือก อุตสาหกรรมสีเขียว การบริหารจัดการทรัพยากร และการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงความร่วมมือด้านการท่องเที่ยว เพื่ออำนวยความสะดวก และเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้แก่นักท่องเที่ยวชาวสวีเดน ที่เดินทางมาท่องเที่ยวในไทยกว่า 350,000 ราย พร้อมทั้งขยายและพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ในระดับภูมิภาคและระดับโลก ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นระหว่างกันในหลายประเด็น

อาทิ พัฒนาการของภูมิภาคทั้งสองภูมิภาค โดยนายกรัฐมนตรีชื่นชมสวีเดนที่สามารถรักษาอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และเป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนกลุ่มประเทศนอร์ดิก แม้ในสภาวะที่สหภาพยุโรปต้องเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจมากมาย และนายกรัฐมนตรีมีความมั่นใจว่าสหภาพยุโรปจะสามารถกลับมามีเสถียรภาพทางเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์แบบอีกครั้ง และเป็นเสาหลักของระบบเศรษฐกิจโลกได้อย่างแน่นอน สำหรับสถานการณ์ต่างๆในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายกรัฐมนตรีใช้โอกาสนี้แจ้งต่อนายกรัฐมนตรีสวีเดน ถึงภารกิจหลักของไทยในการเกิดขึ้นของประชาคมอาเซียนในปี 2015 นี้ว่าขณะนี้ไทยได้ใช้งบประมาณการลงทุน 66,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในการก่อสร้างและพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ที่จะช่วยเชื่อมต่อระบบคมนาคมขนส่งของภูมิภาคอาเซียน และทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางในการขนส่งสินค้าและการลงทุนต่างๆจากสวีเดนในภูมิภาค พร้อมเป็นจุดศูฯย์กลางการเชื่อมต่อในอาเซียนและประเทศเพื่อนบ้านของไทย

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์โลกปัจจุบัน ยังมีอีกหลายประเด็นและปัญหาที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากนานาประเทศในการแก้ไข นายกรัฐมนตรีทั้งสองจึงมีความยินดีที่จะร่วมกันสนับสนุนและกระตุ้นให้เกิดความร่วมมือในระดับพหุภาคี ในการแก้ปัญาต่างๆในระดับโลก อาทิ ลดช่องว่างการพัฒนาและลดความเหลื่อมล้ำทางเพศ และการรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีสวีเดนอีกครั้งสำหรับการต้อนรับและหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้ร่วมกันพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศในทุกมิติต่อไป

http://www.thanonline.com/index.php?option=com_content&view=article&id=172216:-2-&catid=176:2009-06-25-09-26-02&Itemid=524
  • ฐานเศรษฐกิจ
  • การค้าและการลงทุน
  • 45 reads
  • Printer-friendly version
  • PDF version

 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Creative Commons License

เนื้อหาทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ใช้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0 (Creative Commons Attribution 3.0 License) สามารถนำไปใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง และจ่ายแจกได้ ขอเพียงระบุที่มาเท่านั้น พัฒนาและออกแบบเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม

l เกี่ยวกับเรา l ติดต่อเรา l

drupal stats
viewsSyndicate content