คณะอนุกรรมการฯ สรุปแผนชำระหนี้รับจำนำข้าวเปลือกนาปี
คณะอนุกรรมการปิดบัญชีรับจำนำข้าวสรุปแผนชำระหนี้โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ปีการผลิต 54/55 โดยให้นำเงินงบประมาณและจากการระบายข้าวมาชำระหนี้ให้แล้วเสร็จภายใน 3 ปี ซึ่งจะเริ่มนับหนึ่งการชำระหนี้ตั้งแต่ปีงบประมาณ 57...
ผู้สื่อข่าวรายงานข่าวจากกระทรวงการคลังว่า คณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกของรัฐบาลที่มี นางสาวสุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน ได้ให้ความเห็นชอบแผนการจัดสรรงบประมาณชำระหนี้ สำหรับโครงการรับจำนำข้าวนาปี ปีการผลิต 2554/55 ภายในระยะเวลา 3 ปี หรือปีงบประมาณ 2557-2559 โดยไม่ต้องนำสินค้าคงเหลือมาหักจากภาระหนี้ และให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ขอจัดสรรงบประมาณตามเงินที่ ธ.ก.ส.ได้จ่ายไป แต่หากมีการขายสินค้าแล้วได้เงินเมื่อใดให้นำเงินตัดชำระหนี้ต้นเงินที่คงเหลือ เพื่อให้ ธ.ก.ส. สามารถมีเงินทุนในการนำไปใช้จ่ายในโครงการรับจำนำอื่นๆ ได้
ทั้งนี้ โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี 2554/55 มีหนี้ต้นเงินกู้รวมทั้งสิ้น 117,796.66 ล้านบาท ดอกเบี้ย 6,820.67 ล้านบาท กำหนดแบ่งชำระปีที่ 1 (งบประมาณ 57) เป็นต้นเงิน 58,898.33 ล้านบาท ดอกเบี้ย 4,012.16 ล้านบาท ปีที่ 2 (งบประมาณ58) ต้นเงิน 35,339 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2,006.08 ล้านบาท และ ปีที่ 3 (งบประมาณ 59) ต้นเงิน 23,559.33 ล้านบาท ดอกเบี้ย 802.43 ล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการประชุมคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ จำนวน 5 ครั้ง ได้มีข้อสังเกตว่า เพื่อให้การดำเนินงานโครงการรับจำนำผลิตผลการเกษตรมีประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น และเป็นการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดความเสียหายจากการดำเนินโครงการรับจำนำ จึงควรกำหนดมาตรการเพิ่มเติม เช่น 1.ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรมีระบบจัดทำทะเบียนเกษตรกรที่เป็นจริงและเป็นปัจจุบัน เพื่อให้ทราบถึงพื้นที่เพาะปลูก และปริมาณผลผลิตที่เกษตรกรควรได้รับแต่ละราย2.เจ้าหน้าที่ ที่รับขึ้นทะเบียน จะต้องสำรวจพื้นที่จริงอย่างน้อย 20% ของเกษตรกรที่รับขึ้นทะเบียน เพื่อป้องกันการสวมสิทธิของเกษตรกร 3.ควรกำหนดมาตรการเข้มงวดในการควบคุมการสีแปรข้าวเปลือกเป็นข้าวสาร และกำหนดบทลงโทษ เช่น นำข้าวเปลือกไปสีแปรแล้ว 3 วัน ไม่ส่งมอบต้องถูกปรับในอัตราสูง และ 4.ควรมีการบริหารจัดการข้าวที่ดีให้ขายข้าวที่รับจำนำปีต่อปี และกำหนดให้โกดังกลางต้องมีมาตรฐานและติดตั้งกล้องวงจรปิด แล้วเชื่อมโยงมายังศูนย์ควบคุมส่วนกลาง เพื่อตรวจสอบข้าวในโกดังได้ตลอดเวลา ไม่ให้นำข้าวสารในโกดังไปขายแล้วเปลี่ยนข้าวคุณภาพต่ำมาเก็บแทน
สำหรับการกู้เงินของรัฐบาลเพื่อโครงการรับจำนำผลิตผลการเกษตรของรัฐบาล ในฤดูการผลิต 54/55 และฤดูกาลผลิต 55/56 ในฤดูกาลผลิต 54/55 รัฐบาลได้อนุมัติวงเงินกู้รวม 269,160 ล้านบาท ในจำนวนนี้ ได้ดำเนินการกู้ในปีงบประมาณ 55 ซึ่งสิ้นสุด ณ เดือน ก.ย.55 ไปแล้ว 215,750 ล้านบาท และวางแผนการกู้เพื่อนำมาใช้ในส่วนของข้าวนาปรังที่คาบเกี่ยวมาในต้นปีนี้ อีก 53,410 ล้านบาท โดยแผนการกู้ 53,410 ล้านบาทดังกล่าว อยู่ในปีงบประมาณ 56 และจนถึงขณะนี้ได้กู้จากวงเงินนี้ไปแล้ว 49,572 ล้านบาท
ส่วนฤดูการผลิต 55/56 ได้กำหนดแผนเงินกู้ในปีงบประมาณ 56 ไว้จำนวน 140,840 ล้านบาท จนถึงขณะนี้ได้จัดหาเงินกู้สำหรับการรับจำนำข้าวนาปี ฤดูกาลผลิต 55/56 ในวงเงิน 37,428 ล้านบาท และวงเงินสำหรับรับจำนำยาง ในวงเงิน 5,000 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 42,428 ล้านบาท
เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด


