ยุติศึกทะเบียนสารกำจัดศัตรูพืช เอกชนถอนฟ้องกรมวิชาการเกษตร/ชี้แก้ปัญหาเต็มที่จนคลี่คลาย
ดร.วีรวุฒิ กตัญญูกุล นายกสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร เปิดเผยว่า สมาชิกสมาคมคนไทยธุรกิจเกษตร 3 บริษัท ได้ดำเนินการถอนฟ้อง นายจิรากร โกศัยเสวี อธิบดีกรมวิชาการเกษตรต่อศาลปกครองกลางว่าด้วยหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนสารกำจัดศัตรูพืช ตามพ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ.2551 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้ยื่นฟ้องตั้งแต่ปลายปี 2554 และศาลประทับรับฟ้องแล้วด้วย
โดยคำฟ้องระบุว่า ผู้ประกอบการสารกำจัดศัตรูพืชไม่อาจขึ้นทะเบียนได้ทันเวลาที่กำหนด 3 ปี นับแต่มีพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว อันเนื่องจากข้อจำกัดหลายประการ และจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไม่มีสินค้าใช้ในการผลิตพืชผลการเกษตร
ทั้งนี้ โจทก์ซึ่งเป็นสมาชิกของสมาคมเห็นว่า อธิบดีกรมวิชาการเกษตรได้ใช้ความพยายามหลายๆ ทางในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ทั้งทางตรงและทางอ้อม เช่น ผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการสต็อกสินค้าและขายต่อได้อีก 2 ปี ในขณะเดียวกัน ได้เร่งรัดกระบวนการขึ้นทะเบียนที่เป็นอุปสรรคให้รวดเร็วขึ้นกว่าเดิมมาก อาทิ การตรวจสอบเอกสารการขอขึ้นทะเบียน หรือเปิดให้ผู้ประกอบการสามารถทำการทดสอบประสิทธิภาพสารกำจัดศัตรูพืชเองได้เหมือนเดิม นอกเหนือจากทดสอบผ่าน 3 สมาคม ได้แก่ สมาคมกีฏและสัตววิทยาแห่งประเทศไทย สมาคมนักโรคพืชแห่งประเทศไทย และสมาคมวิทยาการวัชพืช
“ผลจากการผ่อนปรน และเร่งรัดการทำงาน ทำให้สามารถขึ้นทะเบียนสารกำจัดศัตรูพืชจนถึงขณะนี้กว่า 1,000 รายการ ช่วยคลี่คลายสถานการณ์การขาดแคลนสารกำจัดศัตรูพืชได้ระดับหนึ่ง” ดร.วีรวุฒิ กล่าว
นอกจากนั้น เหตุอุทกภัยครั้งร้ายแรง เมื่อปลายปี 2554 กระทบการปลูกข้าวหนึ่งฤดู และพอเริ่มฤดูใหม่ต้นปี 2555 ปริมาณฝนน้อย กระทบการเพาะปลูกทั้งข้าว อ้อย และข้าวโพด ซึ่งฤดูแรกต้นปี ข้าวโพดก็ขาดหายไป 50% ทำให้การใช้สารกำจัดศัตรูพืชน้อยกว่าปีก่อนๆ ซึ่งมีส่วนช่วยลดผลกระทบจากปัญหาการขาดแคลนสารกำจัดวัชพืชไม่รุนแรงตามที่คาดการณ์ แต่ด้านราคา มีสินค้าหลายตัวปรับราคาขึ้นประมาณ 10%
“สมาคมฯ และสมาชิกไม่เห็นด้วยกับประกาศของกรมวิชาการเกษตร จนต้องยื่นฟ้องศาลปกครองกลางก็จริง แต่เป็นการต่อสู้ในหลักการ เมื่อกรมวิชาการเกษตร พยายามคลี่คลายปัญหาจนลดความรุนแรงเสียหายลงได้ สมาคมฯและสมาชิกจึงไม่ติดใจและเห็นพ้องว่า สมควรถอนฟ้องกรมวิชาการเกษตร” ดร.วีรวุฒิ กล่าว
เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด


