Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » "ซีพี"มอง"พม่า"ขุมทรัพย์ใหม่ขยายอาณาจักร"ครัวโลก"

"ซีพี"มอง"พม่า"ขุมทรัพย์ใหม่ขยายอาณาจักร"ครัวโลก"

Submitted by info on Mon, 04/06/2012 - 18:17

ประกาศมาก่อนหน้านี้แล้วว่าปีนี้จะเป็นปีที่ทางบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ มองหาโอกาสในการลงทุนและซื้อกิจการใหม่ในกลุ่มที่เกี่ยวกับธุรกิจอาหารเพิ่มเติมอีก หลังเข้าซื้อกิจการในประเทศเวียดนามและจีนแล้ว

นโยบายการลงทุนของซีพีเอฟ เพิ่มเติมจากนี้ไปจะเป็นอย่างไร ผ่านการสัมภาษณ์พิเศษ "อดิเรก ศรีประทักษ์" กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด หรือซีพีเอฟ ตามรายละเอียดต่อไปนี้

- นโยบายการลงทุนของซีพีเอฟ

ปีที่ผ่านมาซีพีเอฟมียอดขายรวม 2 แสนล้านบาท หลังซื้อธุรกิจในจีนและเวียดนาม คาดว่าปีนี้ยอดขายจะโตเพิ่มขึ้นถึง 3 แสนล้านบาท หรือเติบโตเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า 50-60% และยังมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนต่อไป เพื่อสร้างการเติบโตตามยุทธศาสตร์ครัวของโลก ผ่าน 3 แนวทางหลัก ประกอบด้วย 1.การเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรอุตสาหรรมสู่อาหาร และสร้างแบรนด์อย่างครบวงจร 2.ขยายพื้นที่ที่ลงทุนให้กว้างขึ้น โดยปัจจุบันลงทุน 12 ประเทศ ครอบคลุมประชากร 3,000 ล้านคน 3.การซื้อกิจการเนื่องจากมูลค่าตลาดหรือมาร์เก็ตแคป ปัจจุบันที่่ 3 แสนล้านบาท เป็นขนาดที่มีกำลังซื้อธุรกิจได้ง่ายขึ้นและมีฐานะทางการเงินที่แข็งแรง แต่ละปีซีพีเอฟมีกระแสเงินสดเกินกว่า 2 หมื่นล้านบาทต่อปี และโดยปกติซีพีเอฟตั้งเงินลงทุนขยายกิจการปีละ 1.2 หมื่นล้านบาท

การซื้อกิจการเพื่อควบรวมให้ธุรกิจมีขนาดใหญ่ขึ้น ในปัจจุบันมีหลายบริษัทนำเสนอขายกิจการมาให้ซีพีเอฟพิจารณาหลายบริษัท ซึ่งทางบริษัทต้องมีการคัดเลือกให้ดี ซื้อแล้วต้องเสริมธุรกิจและทำให้เกิดประโยชน์

- การลงทุนในประเทศพม่า

ซีพีเอฟไม่ได้ลงทุนพม่า ผู้ลงทุนคือ เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือซีพี ซึ่งได้เข้าลงทุนเมื่อ 15 ปีก่อนหน้านี้แล้ว

วันนี้พม่าเริ่มเปิดประเทศ มีการปรับค่าเงินให้เป็นสากลมากขึ้น และเรื่องประชาธิปไตยก็เริ่มชัดเจน จึงมองว่าวันนี้พม่าเป็นประเทศที่เนื้อหอมมากในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน ไม่ว่าจะเป็นประเทศสหรัฐอเมริกา, ยุโรป, ญี่ปุ่น, อินเดีย, เกาหลีใต้ หรือสิงคโปร์ สนใจเข้าไปลงทุน

เครือซีพี ถือเป็นผู้นำในธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมไปสู่อาหาร ในส่วนไก่เนื้อ ไก่ไข่ เป็นเบอร์หนึ่งในพม่า อยู่แล้ว หลังจากนี้พม่าจะเติบโตเร็วเชื่อว่าทางเครือซีพีจะขยายในพม่ามากขึ้น

- แนวทางในการลงทุนในพม่า

ทุกประเทศที่ซีพีเอฟและเครือซีพีเข้าไปลงทุนจะเริ่มจาก FEED หรืออาหารสัตว์ และ FARM หรือการเลี้ยงสัตว์ก่อน และมองหาโอกาสในการขยายสู่ธุรกิจสัตว์น้ำ หลังจากนั้นจะเข้าไปสู่ธุรกิจอาหารเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ถือเป็นกลยุทธ์หลักที่ใช้ในเมืองไทยและทุกประเทศที่เข้าไปลงทุนรวมทั้งประเทศพม่า

การลงทุนของซีพีจะคำนึงถึง 3 ประโยชน์เป็นหลัก ทำให้เกิดการประทับใจในทุกประเทศที่เข้าไปลงทุน โดยใน 3 ประโยชน์จะคำนึงเรื่อง 1.เกิดประโยชน์กับประเทศนั้นๆ 2.ประชาชนประเทศนั้นรวมทั้งเกษตรกรต้องได้ประโยชน์ 3.บริษัทก็ต้องได้ประโยชน์

ก่อนเครือซีพีเข้าไปลงทุนในประเทศพม่า เมื่อ 15 ปีก่อนหน้า พม่าขาดแคลนเนื้อไก่ ไม่มีไก่ขาว ส่วนไก่พื้นเมืองเลี้ยงแบบชาวบ้าน มีปัญหาเรื่องโรค ราคาไก่แพงมาก ไม่พอต่อการบริโภค แต่หลังจากซีพีเข้าไปผลิตเนื้อสัตว์ เกิดความสม่ำเสมอเรื่องซัพพลายที่เข้าไปสู่ตลาดให้คนบริโภค และเกษตรกรมีการปรับมาเลี้ยงไก่ ที่โตเร็วเหมือนบริโภคในเมืองไทยและยุโรปจนรัฐบาลเข้าใจ ว่าเข้าไปช่วยพัฒนาเหมือนในประเทศจีน, อินโดนีเซีย, เวียดนาม ทุกประเทศที่เข้าลงทุนได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล

- หลังเปิดประเทศ การขยายการลงทุนของเครือซีพีจะเป็นรูปแบบใด

วันนี้ในเครือทำเรื่องพันธุ์ข้าวโพด เป็นเบอร์หนึ่งในพม่า ได้รับความนิยมมาก และเลี้ยงไก่ เรื่องสัตว์น้ำกำลังจะเริ่มเหมือนกัน เพราะว่าพม่ามีชายฝั่ง ศักยภาพพม่าเป็นประเทศเกษตร และเกษตรต้องเป็นเกษตรอุตสาหกรรม เป็นอาหารป้อนให้คนในประเทศ และส่งออกได้ เป็นการสร้างสินค้าหลักของประเทศ เราจะขยายในแนวทางนี้เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม พม่ายังมีการเติบโตไม่มาก เพราะกำลังซื้อจำกัด เงินลงทุนจากต่างประเทศยังน้อย ที่ผ่านมาอาศัยการขายผลิตผลการเกษตร ผลิตการประมง และขายก๊าซ โดยรวมกำลังซื้อไม่มากแต่หวังว่า โปรเจ็กต์ใหญ่ๆ ของรัฐบาล เช่น ทวาย จะมีเม็ดเงินและการลงทุนจากต่างประเทศเข้าไปมาก และการเปิดประเทศจะมีหลายประเทศมุ่งลงทุนเพิ่มเพราะมีฐานผู้บริโภคภายในประเทศ 50 ล้านคน มีทรัพยากรอีกมาก กำลังซื้อจะเยอะขึ้นและสินค้าของเราเป็นสินค้าอาหารจะขายดีขึ้น

- ในพม่าจะมีโปรดักต์แชมเปี้ยนอะไรบ้าง

ในพม่ามีสินค้าประเภทอาหาร เช่น ไส้กรอก มีแบรนด์สินค้าของซีพีจำหน่ายในห้าง มีไก่ย่างห้าดาว มีซีพีเฟรชมาร์ท และวันนี้เราเป็นผู้นำเรื่องอาหารสัตว์ อาหารสัตวน้ำ ไก่ เป็นเบอร์หนึ่งและอาหารสำเร็จรูปจะเบอร์หนึ่งต่อไป

อย่างไรก็ตาม การขยายธุรกิจในพม่าคงไม่ได้เร็วมาก แม้จะเปิดประเทศก็ตาม แต่ช่วงแรกต้องใช้เวลาปรับตัวเหมือนกัน เพราะเรื่องการเมืองต้องปรับตัว เศรษฐกิจค่อยเป็นค่อยไปในช่วงต้น เพียงแต่เราต้องเตรียมตัวเองให้พร้อม เวลาเขาปรับตัวเปลี่ยนแปลง ต้องปรับให้ทันเพื่อไม่ให้ขาดโอกาสทางการตลาด

ภายในปี 2015 จะชัดที่สุด หลายอย่างจะถูกขัดเกลาให้เกิดภาพที่ชัดขึ้น ในช่วงที่่่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เกิด และระบบการเมือง ซึ่งมีการเลือกตั้งใหม่จะเห็นชัดว่าเสถียรภาพเป็นอย่างไร การลงทุนต่อไปจะเป็นอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องติดตามกัน

- แนวทางการซื้อกิจการเพิ่มเติมของซีพีเอฟ

ในปีนี้อย่างน้อย 1-2 บริษัทที่เรามองไว้ เป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับอาหาร ไม่ออกนอกไลน์ ส่วนที่เสนอมามีทั้งธุุรกิจในประเทศอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย อาเซียน ส่วนอังกฤษข่าวที่ออกมาทางซีพีเอฟไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการซื้อเบิร์ดอาย ได้ปฏิเสธไปแล้ว

สำหรับการลงทุนในประเทศไทยยังให้ความสำคัญกับการลงทุนโดยสัดส่วนเงินลงทุนที่วางไว้ 1.2 หมื่นล้านบาท 6 พันล้านใช้สำหรับลงทุนในเมืองไทยและอีก 6 พันล้านใช้ลงทุนต่างประเทศ แต่หากซื้อธุรกิจจะมีเพิ่มเป็นพิเศษอีก

ในอีก 3 ปีข้างหน้า ซีพีเอฟคาดการณ์ยอดขายเพิ่มเป็น 5 แสนล้านบาท จากสิ้นปีนี้ที่คาดว่ายอดขายประมาณ 3 แสนล้านบาท และปีนี้รายได้ต่างประเทศจะมากกว่าในประเทศหลังฐานรายได้จากการลงทุนต่างประเทศมีมากกว่าในเมืองไทย

- ทิศทางราคาสุกร-ไก่

แนวโน้มมีขึ้นลงตามกลไกตลาด สินค้าเนื้อสัตว์ เป็นสินค้าคอมมูนิตี้ ราคาจึงขึ้นลงเป็นเรื่องปกติ บาางครั้งของขาดมีปัญหาเรื่องโรค ราคาก็จะปรับขึ้น แต่บางครั้งของเกินหรือกำลังซื้อตก โรงเรียนเปิดเทอม คนใช้เงินน้อยกำลังซื้อก็อ่อนลง ราคาลด

ต้องยอมรับความเป็นจริง ในสินค้ากลุ่มนี้ ปรับตัวของมันเอง ไม่สามารถควบคุมได้ บางช่วงต้องขาดทุน บางช่วงก็กำไร แต่โดยหลักต้องทำให้มีประสิทธิภาพให้ดี ประหยัด ต้นทุนถูก ทำสินค้าคุณภาพดีให้ประชาชน ผู้บริโภคเชื่อถือจึงจะยืนอยู่ได้

ที่มา มติชนออนไลน์

http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1338750851&grpid=03&catid=19&subcatid=1900
  • ประชาชาติธุรกิจ
  • จับตาบรรษัท
  • 59 reads
  • Printer-friendly version
  • PDF version

 

เนื้อหาข่าวเป็นการรวบรวมเพื่อการศึกษาวิจัยเท่านั้น อันเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ มิได้นำไปเพื่อการค้าแต่อย่างใด

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Creative Commons License

เนื้อหาทั้งหมดในเว็บไซต์นี้ใช้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา 3.0 (Creative Commons Attribution 3.0 License) สามารถนำไปใช้ ทำซ้ำ ดัดแปลง และจ่ายแจกได้ ขอเพียงระบุที่มาเท่านั้น พัฒนาและออกแบบเว็บไซต์โดย โอเพ่นดรีม

l เกี่ยวกับเรา l ติดต่อเรา l

drupal stats
viewsSyndicate content