16 คู่ค้ารุมสกัดดาวรุ่งส่งออกไทย
พาณิชย์ แฉ กีดกันการค้าที่มิใช่ภาษีเล่นกันแรง ระบุ 16 ประเทศรุมกินโต๊ะไทย ใช้มาตรการเอดีสกัดนำเข้าแล้ว 63 รายการ อยู่ระหว่างเปิดไต่สวนอีก 5 รายการ อินเดียนำโด่งเล่นงานไทยมากสุด ตามด้วยสหภาพยุโรป และตุรกี พาณิชย์ผนึกเอกชนเตรียมลุยครั้งใหญ่กระทุ้งคู่ค้าให้ยกเลิก ชี้แต่ปีนี้ทำไทยเสียโอกาสส่งออกนับแสนล้านบาท ล่าสุดเตรียมกล่อมออสซี่ยกเลิกเอดีเม็ดพลาสติกช่วยกลุ่ม ปตท.
แหล่งข่าวจากกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ"ว่า จากการที่ปัจจุบันภาษีนำเข้าสินค้าระหว่างประเทศได้ลดลงตามลำดับ เป็นผลจากความตกลงเขตการค้าเสรี(เอฟทีเอ) ระดับทวิภาคี และในกรอบพหุภาคีภายใต้ความตกลงขององค์การการค้าโลก(WTO) ส่งผลให้แต่ละประเทศได้นำมาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี(NTBs)มาใช้ใน การปกป้องอุตสาหกรรมภายในของแต่ละประเทศมากขึ้นตามลำดับ ที่ฮิตมากที่สุดคือมาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด(AD) โดยอ้างเหตุผลราคาสินค้าที่นำเข้าต่ำกว่ามูลค่าปกติของสินค้าชนิดเดียวกัน ที่จำหน่ายเพื่อการบริโภคภายในประเทศของผู้ส่งออก
ทั้งนี้จากข้อมูลล่าสุดมีประเทศที่ใช้มาตรการเอดีกับสินค้าไทยแล้วทั้งสิ้น 16 ประเทศ มีสินค้าไทยที่ถูกใช้มาตรการเอดี โดยการขึ้นภาษีนำเข้าแล้วทั้งสิ้น 63 รายการ และอยู่ระหว่างการเปิดไต่สวนเพื่อใช้มาตรการเอดีกับสินค้าไทยอีก 3 รายการ และอีก 2 รายการถูกไต่สวนภายใต้มาตรการตอบโต้การอุดหนุน(CVD) และภายใต้มาตรการปกป้องการนำเข้าสินค้าที่เพิ่มขึ้น(SG)
สำหรับประเทศที่ใช้มาตรการเอดีกับไทยมากที่สุดในเวลานี้คือ อินเดีย โดยใช้มาตรการเอดีกับสินค้าไทยแล้ว 14 รายการ อาทิ เส้นใยสังเคราะห์ เหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็น ผงเขม่าดำ(คาร์บอน แบล็ก) เครื่องเล่นดีวีดี เป็นต้น และอยู่ระหว่างการเปิดไต่สวนเพื่อใช้มาตรการ AD อีก 2 รายการได้แก่ PVC Pase Resin และCaustic Soda รองลงมาคือสหภาพยุโรป(อียู)ใช้มาตรการเอดีกับไทยแล้ว 7 รายการ อาทิ ข้อต่อข้อเหล็ก เม็ดพลาสติก PET ถุงพลาสติก ข้าวโพดหวานกระป๋อง เป็นต้น และอยู่ระหว่างเปิดไต่สวนเพื่อใช้มาตรการAD กับสินค้าไทย 1 รายการได้แก่ ห่วงแฟ้มเอกสาร มาตรการ CVD 1 รายการได้แก่ Purified terephthalic acid และมาตรการ SG อีก 1 รายการ ได้แก่ โมเดมเชื่อมสัญญาณแบบไร้สาย
ส่วนลำดับที่สามประเทศที่ใช้มาตรการเอดีกับไทยมากที่สุดคือตุรกี ใช้มาตรการแล้ว 8 รายการ อาทิ ผ้าผืนทำด้วยด้ายสังเคราะห์ เส้นใยสังเคราะห์ชนิดสั้น ยางรถจักรยาน ยางรถจักรยานยนต์ เป็นต้น ขณะอีก 13 ประเทศที่ใช้มาตรการเอดีกับไทยประกอบด้วย สหรัฐอเมริกา 6 รายการ บราซิล 4 รายการ ฟิลิปปินส์ อาร์เจนตินา อียิปต์ อินโดนีเซีย ประเทศละ 3 รายการ ตรินิแดดและโตเบโก แอฟริกาใต้ นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย และปากีสถานประเทศละ 2 รายการ โดยที่ออสเตรเลียอยู่ระหว่างเปิดไต่สวนเพื่อใช้มาตรการเอดีกับสินค้าไทย เพิ่มอีก 1 รายการคือ กระจกใส และปากีสถานอีก 1 รายการ คือ ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ ส่วนมาเลเซียและจาเมกาใช้มาตรการเอดีกับไทยแล้วประเทศละ 1 รายการ
"จากการที่ไทยถูกใช้มาตรการกีดกันทางการค้าโดยถูกใช้มาตรการเอดีมากที่สุด ข้างต้น ส่งผลให้ผู้นำเข้ามีภาระที่ต้องเสียภาษีในอัตราสูงกว่าอัตราปกติโดยทั่วไป ทำให้สินค้าไทยมีภาระต้นทุนที่เสียเปรียบคู่แข่ง และเสียโอกาสในการส่งออกมากกว่าแสนล้านบาทต่อปี"
ด้านแหล่งข่าวจากกรมส่งเสริมการส่งออก ดูแลรับผิดชอบกลุ่มสินค้าวัสดุก่อสร้าง เหล็ก พลาสติก และยางพารา และเครื่องจักรกลการเกษตร กล่าวว่า ล่าสุดอยู่ระหว่างประสานกับภาคเอกชนในกลุ่มอุตสาหกรรมพลาสติก และกรมการค้าต่างประเทศ เพื่อส่งข้อมูลให้กับสำนักงานทนายความในออสเตรเลียเพื่อใช้ในการต่อสู้การ ทบทวนอัตราเอดีประจำปีในสินค้าเม็ดพลาสติก แอลแอลดีพีอี ที่ไทยถูกใช้มาตรการมาตั้งแต่ปี 2546 โดยมีผู้ส่งออกสินค้ารายใหญ่ในกลุ่มนี้ไปออสเตรเลียคือ กลุ่มปตท. หากมีผลให้ออสเตรเลียยกเลิกเอดีได้จะช่วยเพิ่มมูลค่าการส่งออกไปออสเตรเลีย ได้อีกนับหมื่นล้านบาทต่อปี
"ในการต่อสู้ครั้งนี้เราคาดหวังจะหลุดเอดี และจะเป็นตัวอย่างและเป็นกำลังใจให้สินค้ากลุ่มอื่นๆที่ถูกใช้มาตรการได้ลุก ขึ้นมาต่อสู้ จากนี้ไปทางกระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการเชิงรุกเพื่อให้สินค้าต่างๆ ได้หลุดพ้นจากมาตรการเอดีได้เร็วขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออกสินค้าอีกมาก"

