สศค.หวั่นเหล้าอียูทะลักหลังขอลดอากรนำเข้าลง 90%
ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เชื่อหากลดภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลงจะกระส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการสุราในไทยแน่
นายสาธิค รังคสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า การเจรจาจัดทำความตกลงการค้าเสรี หรือ เอฟทีเอ ระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป หรือ อียู ในขณะนี้พบว่าทาง อียู ต้องการให้ไทยลดอัตราอากรในส่วนของสินค้าประเภทเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ลง 90% ภายใน 7 ปี ซึ่งปัจจุบันนี้พบว่าคนไทยบริโภคสุราที่นำเข้าจากอียูเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนถึง 73% ของการนำเข้าทั้งหมด จึงเชื่อว่าหากมีการลดอัตราอากรลงตามที่ อียู เรียกร้อง จะส่งผลกระทบกับผู้ประกอบการสุราในไทย และผลกระทบด้านอื่นๆ ตามมาอีกมาก
ดังนั้น สศค. จึงได้เปิดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวใน ทุกภาคส่วน ทั้ง กรมสรรพสามิต กรมศุลกากร ที่จะมีผลต่อรายได้การจัดเก็บภาษี เช่นเดียวกันกับผู้ประกอบการไทยที่ทำธุรกิจดังกล่าว ซึ่งอาจได้รับผลกระทบได้เช่นกัน รวมถึงหน่วยงานในภาคสังคมอย่างกระทรวงสาธารณะสุข เพราะหากมีสุราต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยมากขึ้น ก็อาจมีผลต่อสุขภาพของคนไทยตามมา
อย่างไรก็ตามทาง อียู อาจมีการเสนอ ลดอากรนำเข้าสินค้าบางประเทศที่ไทยส่งเข้าไปจำหน่ายในอียู เพื่อเป็นการแลกเปลี่ยนกับการลดอากรนำเข้าสุราในประเทศไทย โดยกรมเจรจากการค้าระหว่างประเทศจะต้องนำผลกระทบจากทุกภาคส่วนข้างต้นไปใช้ ในการเจรจากับ อียูต่อไป
ทั้งนี้ ปัจจุบัน สศค.ได้จัดทำแผนปรับปรุงภาษีศุลกากรเพื่อเปิดเสรีทางการค้า โดยพบว่าในปี 2550 ไทยมีการนำเข้าสินค้าจากสหภาพยุโร ป จำนวน 1.17 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยแบ่งเป็นสินค้าเกษตร 724 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ คิดเป็น 6.15% ของการนำเข้าทั้งหมด ซึ่งสินค้าเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถือเป็นสินค้าในกลุ่มสินค้าเกษตร มีรายการสินค้ารวม 49 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่มีอัตราอากรศุลกากรอยู่ที่ 54-60%

