เปิดช่องนำเข้าข้าวเปลือก
ซื้อจากเพื่อนบ้านป้อนเข้าโรงสีข้าวไทย โรงสีร้างรัฐเลิกโครงการรับจำนำข้าว
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า เตรียมเสนอให้นางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เห็นชอบแนวทางการนำเข้าข้าวเปลือกจากประเทศเพื่อนบ้าน ภายใต้กรอบเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) เพิ่มเติมจากกรอบปัจจุบันที่อนุญาตให้นำเข้าเฉพาะปลายข้าวและข้าวที่ใช้ใน อุตสาหกรรม เช่น แป้ง เส้นก๋วยเตี๋ยวเท่านั้น เพื่อเป็นการเพิ่มโอกาสการตลาดของไทยให้มากขึ้น ซึ่งหาก รมว.พาณิชย์ เห็นชอบแล้ว จะนำเข้า สู่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธานต่อไป
“แนวคิดนี้เป็นผลจากการหารือกับคณะกรรมการบริหารสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และหอการค้าไทย ซึ่งเห็นว่ามาตรการกำกับดูแลการนำเข้าข้าวภายใต้อาฟต้า ของไทยเข้มงวดมากเกินไป จึงเสนอให้กระทรวงพาณิชย์เพิ่มชนิดของข้าวที่อนุญาตให้นำเข้าเพิ่มขึ้น เพื่อขยายโอกาสทางการตลาดของไทย ขณะเดียวกันยังช่วยให้โรงสีในประเทศ มีข้าวเปลือกสีแปรสภาพเป็นข้าวสารได้มากขึ้น เพราะปัจจุบันโรงสีแทบไม่มีข้าวเปลือก สีแปรสภาพเลย เนื่องจากรัฐบาลไม่ได้ทำโครง การรับจำนำ ที่ต้องฝากเก็บข้าวเปลือกไว้กับโรงสี และสั่งให้มีแปรสภาพ”
ทั้งนี้กระทรวงจึงเห็นว่า น่าจะเปิดให้นำเข้าข้าวเปลือกด้วย แต่ต้องระบุแหล่งที่มาให้ชัดเจน รวมทั้งกำหนดเงื่อนไขว่า ข้าวที่นำเข้ามาแล้วแปรสภาพเป็นข้าวสาร จะต้องทำเพื่อการส่งออกเท่านั้น ห้ามนำเข้ามาขายต่อในประเทศ โดยกำหนดระยะเวลาการนำเข้า และให้ส่งออกก่อนที่ผลผลิตข้าวในประเทศออกสู่ตลาด เพื่อป้องกันการปลอมปนกับข้าวคุณภาพดีของไทย และฉุดให้ราคาตกต่ำลงได้
ด้านนายประ สิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า เห็นด้วยกับแนวคิดนี้ เพราะการนำเข้าข้าวเปลือกจากเพื่อนบ้าน ทั้งกัมพูชา ลาว พม่า จะทำให้ไทยมีข้าวอยู่ในมือมากขึ้น และสามารถกำหนดราคาตลาดได้ หากไทยไม่ทำอะไรเลย เวียดนามจะมาแย่งซื้อไปหมดแล้วส่งออก ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว เวียดนามจะขายข้าวตัดราคาข้าวไทย ถือเป็นการทำลายราคา ตลาด และเกษตรกรให้ได้รับความเสียหาย แต่รัฐ จำเป็นต้องกำหนดมาตรการนำเข้าควบคุมดูแลให้ดี เพื่อป้องกันการปลอมปนกับข้าวไทยจนทำให้ข้าวไทยเสียหาย
“ถ้าไทยนำเข้าข้าวเปลือกจากเพื่อนบ้านมาแปรสภาพแล้วส่งออกต่อ เป็นเรื่องดี เพราะช่วยสกัดเวียดนาม ไม่ให้ซื้อข้าวจากประเทศในอาเซียนไปขายในราคาต่ำ ทำลายตลาดข้าวไทยได้ อย่างข้าวหอมมะลิ ไทยขายตันละ 15,300 บาท แต่เวียดนามเอาของกัมพูชาไปขายเหลือแค่ตันละ 11,000-12,000 บาทเท่านั้น”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มาตรการกำกับดูแลการนำเข้าข้าวภายในอาฟต้า ที่ไทยใช้อยู่ในปัจจุบัน ได้กำหนดให้ผู้ประกอบการนำเข้าได้เฉพาะปลายข้าว และข้าวที่ใช้เป็นวัตถุดิบในอุตสาหกรรมเท่านั้น

