Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » สันตับเต่าขอโฉนดชุมชนจี้สางบิ๊กฮุบ766ไร่

สันตับเต่าขอโฉนดชุมชนจี้สางบิ๊กฮุบ766ไร่

Submitted by info on Thu, 26/08/2010 - 12:28

ชาวสันตับเต่าลำพูน จี้ตรวจสอบอดีตรัฐมนตรี-ผู้สมัครส.ก.เครือญาติ-หน่วยงานรัฐรวมหัวออกโฉนด766 ไร่ วอนสางคดี เร่งออกโฉนดชุมชน ธนาคารที่ดิน

นาง ไวยศรี นันตุ้ย อายุ 57 ปี ชาวบ้านหมู่ 17 บ้านสันตับเต่า ต.บ้านโฮ่ง อ.บ้านโฮ่ง จ.ลำพูน เปิดเผยขณะนี้ครอบครัวของตนและชาวบ้านสันตับเต่ารวม 38 ครอบครัวกำลังประสบปัญหาถูกนายทุนออกโฉนดทับที่ดินทำกินซึ่งเป็นมรดกตกทอด ตั้งแต่บรรพบุรุษ

สืบเนื่องจากชาวบ้านสันตับเต่าซึ่ง อาศัยอยู่ในที่ดินของตนเองมาตั้งแต่ก่อนปี 2546 โดยปู่ย่าตายายได้จับจองพื้นที่ป่าถาวรซึ่งเป็นป่าสงวนแห่งชาติมาใช้ปลูกพืช ล้มลุก ด้วยการปลูกข้าวไร่ ปลูกข้าวโพดและพริกมาช้านาน จนกระทั่ง 3-4 ปีให้หลังฝนเกิดตกทิ้งช่วงซึ่งต้องพึ่งแหล่งเดียว จึงทิ้งการปลูกพืชล้มลุก หันไปปลูกปลูกมะม่วงเขียวมรกต มะม่วงทองดำ พืชทนสภาพแล้งแทน แต่ระหว่างนั้นประมาณ 3ปีก่อนหรือปี 2550 มีนายทุนมาอ้างสิทธิเป็นเจ้าของที่ดินดังกล่าว

โดยอ้างมีโฉนดที่ดินตามกฎหมายถือ ครองอยู่ และให้ชาวบ้านย้ายออกไปจากพื้นที่รวมทั้งสิ้น 5 แปลง ซึ่งเป็นที่ดินทำกินของชาวบ้านประมาณ 100 กว่าไร่ ผู้ถือครองโฉนดคืออดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวง หลายกระทรวง และนายเอก จึงเลิศศิริ ผู้สมัคร ส.ก.และเครือญาติ

นางไวยศรี กล่าวอีกว่า ชาวบ้านไม่ยอมร่วมตัวกันลงชื่อคัดค้าน และยื่นเรื่องเรียนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) และกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ตรวจสอบ แต่กลับถูกนายทุนเล่นงานฉกรายชื่อผู้ร้องเรียนทั้งหมดที่ได้มาจากหน่วยงาน รัฐ นำไปแจ้งจับชาวบ้านทั้งหมด 13 คน รวมถึงตนเองและสามีในข้อหา "หมิ่นประมาท" ต่อมา ยังข่มขู่แจ้งจับชาวบ้านอีก 3 คนในข้อหาบุกรุกที่ดิน

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองคดีอยู่ระหว่างชั้นอัยการ หลังปี 2551 เป็นต้นมาชาวบ้านต้องเดินทางไปรายงานตัวในฐานะผู้ต้องหาอยู่หลายครั้ง ไม่เป็นอันต้องทำมาหากิน

นางกล่าวอีกว่า ฝ่ายนายทุนยังไม่หยุดได้ส่งคนและรถแบ๊คโฮเข้าไปไถถางป่า มีเจ้าหน้าที่รัฐสมคบคิด ออกสำรวจ สำนักงานที่ดินเข้าไปรังวัดออกโฉนดกันแล้ว ยังมีอีกหลายแปลงนายทุนเข้าถางป่าและอยู่ระหว่างยื่นขอออกโฉนด แต่ชาวบ้านรวมตัวคัดค้าน รวมทั้งหมดประมาณ 766 ไร่

"เคยเผชิญหน้ากันเดือนกุมภาพันธ์ 2553 คนของนายทุนเข้ามาถางป่า ฉันและชาวบ้านไปขัดขวาง และแจ้งนายฉลองชัย วรสิทธิ์ นายอำเภอบ้านโฮ่ง นำกำลังตำรวจ สภ.บ้านโฮ่ง เข้ามาดู แต่นานกว่า 6 เดือนแล้ว ยื่นร้องเรียนไปหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งอำเภอบ้านโฮ่ง ก็เงียบไปเลย ส่วนนายทุนนำเมล็ดข้าวโพดมาหว่านขึ้นต้นอ่อนแล้วอ้างว่าเข้ามาทำกิน"

นางไวยศรี บอกอีกว่า ที่ผ่านมานายทุนได้อ้างข้อมูลเท็จกับเจ้าหน้าที่ออกโฉนดว่ามาใช้สิทธิทำกิน ปลูกข้าวโพด ปลูกต้นไผ่ และต้นสัก แต่ความจริงเพิ่งมาปลูกหลังเกิดเรื่อง ส่วนต้นสักนั้นมีอยู่เองตามธรรมชาติ และชาวบ้านต่างหากที่บวชป่าดูแลอนุรักษ์เขตป่าชุมชนมานานแล้ว

ขณะนี้ชาวบ้านอยู่อย่างหวาดผวา เพราะนายทุนเคยส่งนักเลง มือปืนเข้ามาข่มขู่ บางคนกลัวได้ยอมความหรือถูกกล่อมให้รับสารภาพว่าบุกรุกที่ดินนายทุน ตนและชาวบ้านที่ถูกแย่งที่ทำกินไม่ขออะไรมากเพียงแค่อยากให้หน่วยงานเกี่ยว ข้องและรัฐบาลที่มีโครงการนำร่อง "ธนาคารที่ดิน" และโฉนดชุมชน เร่งมาสำรวจตรวจสอบช่วยเหลือโดยด่วน

"ชาวสันตับเต่าไม่ได้ต้องการให้รัฐมา ออกโฉนดให้ ต้องการให้เร่งรัดเพิกถอนสิทธิถือครองโฉนดที่ดินของนายทุน ก่อนที่ผืนป่าและที่ดินทำกินของชาวบ้านจะถูกนายทุนร่วมกับเจ้าหน้าที่รัฐบาง คนมาแย่งไป" นางไวยศรีกล่าว

เก็บเงินพร้อมตั้งกองทุนรองรับธนาคารที่ดิน

นางไวยศรี กล่าวอีกว่า สำหรับโครงการธนาคารที่ดินที่รัฐบาลจะนำร่องนำพื้นที่รกร้างถูกถือครองโดย ไม่ใช้สอยให้จ.เชียงใหม่และลำพูนด้วยนั้น ในส่วนของเราถือว่าอยู่ใน 10 พื้นที่รัฐจะลงมา ซึ่งขณะนี้เรามีการเตรียมความพร้อมแล้วคือมีการเก็บเงินจากชาวบ้านคนละเล็ก ละน้อยในการจัดตั้งกองทุนของเรา ถ้ารัฐจะลงมาช่วย เราก็ได้มีการรวบรวมข้อมูลในพื้นที่รวมทั้งมีการจัดตั้งคณะกรรมการระดับชาว บ้านไว้พร้อมแล้ว ก็อยากให้รัฐบาลมีเงินก้อนลงมาในพื้นที่เพื่อจะเป็นเงินทุนก้อนใหญ่ให้ชาว บ้านได้มีที่ทำกิน

"หากโครงการธนาคารที่ดินมาลงมาจริงและ ถึงขั้นที่รัฐจะช่วยออกโฉนดชุมชนให้ พวกเราสัญญาว่าจะรักษาพื้นแผ่นดินไว้จนถึงชั่วลูกชั่วหลานไว้ทำกิน เพราะโฉนดที่ดินที่เป็นตราครุฑดำ-ครุฑแดงถึงขั้นนั้นเราไม่อยากได้ เพราะได้ไปมันจะถูกนำไปแลกเปลี่ยนที่ดินซึ่งซื้อง่ายขายง่ายซึ่งเราไม่ต้อง การ หากรัฐจัดสรรโฉนดชุมชนให้มันก็คงไม่มากมายเจียดให้ชาวบ้านพอได้มีที่อยู่ทำ กินคนละ 3-5 ไร่ก็พอ เพราะเราเป็นเกษตรกรตัวจริง เพียงแค่อยากได้ผืนแผ่นดินไว้ทำกินแค่นั้นพอ" นางไวยศรีกล่าว

ด้านนายสุแก้ว ฟุงฟู คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย กล่าวย้ำว่า ที่ดินเป็นปัจจัยสำคัญต่อชีวิตเกษตรกรสำหรับใช้ทำมาหากิน แต่ปัญหาของพื้นที่นี้คือผืนดินที่ชาวบ้านเคยทำประโยชน์มาตลอดและเขาไม่ได้ หวังเอกสารสิทธิแต่กลับถูกนายทุนมาเอาไป ชาวบ้านที่นี่เขาอยากได้เพียงโฉนดชุมชน เชื่อว่าโครงการธนาคารที่ดินจะเป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือชาวบ้านได้ แม้จะต้องผ่อนส่งไม่ได้ที่ดินไปฟรีๆ ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะจะได้เป็นหลักประกันว่าเขาจะได้มีที่ดินทำกิน

"รัฐต้องเร่งนำที่ดินรกร้างของนายทุน ไม่ทำประโยชน์ และเก็บภาษีก้าวหน้าสำหรับนายทุนที่ถือครองที่ดินโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์มา เป็นกองทุนให้ชาวบ้านและแก้ปัญหาชาวบ้านที่ถูกนายทุนยึดครองที่อย่างไม่เป็น ธรรม โดยมารับฟังข้อมูลจากชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบโดยตรง" นายสุแก้ว กล่าว

  • กรุงเทพธุรกิจ
  • ที่ดิน
  • 256 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues