หนุนงบขาดดุล-เงินลงทุนเกลี้ยงมั่นใจรัฐต้องกู้ นักเศรษฐศาสตร์จี้รีดภาษีที่ดิน-มรดก
นาย เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ และ Chief Economist ธนาคารไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า นโยบายการคลังปีงบประมาณ 54 จะกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าในปี"52-53 แม้ว่าปีงบประมาณ 54 จะมีการตั้งงบประมาณขาดดุล สูงถึง 4.2 แสนล้านบาท หรือ 4.1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) แต่ถ้าหักรายจ่ายที่เกี่ยวกับภาระหนี้ที่ไม่มีส่วนในการกระตุ้นเศรษฐกิจออก จะเหลือยอดการขาดดุลการคลังที่ไม่รวมรายจ่ายที่เกี่ยวกับภาระหนี้จากการขาด ดุลในงบประมาณเพียง 178 พันล้านบาท หรือ 1.7% ของจีดีพี และเมื่อรวมเงินนอกงบประมาณจากมาตรการไทยเข้มแข็งที่น่าจะเบิกจ่ายได้ประมาณ 150 พันล้านบาท หรือ 1.5% ของจีดีพี จะทำให้รายจ่ายที่เกี่ยวกับภาระหนี้ จากในและนอกงบประมาณปี"54 เท่ากับ 3.2% ของ จีดีพี ซึ่งมากกว่าปีก่อนๆ
"แต่ งบประมาณส่วนใหญ่คาดว่าจะถูกใช้ไปในรายจ่ายประจำเหมือนช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ดังนั้น ภายใต้งบประมาณ ปี"54 ทางเลือกเดียวของรัฐในการลงทุนในโครงการใหม่ๆ คือการกู้" นายเศรษฐพุฒิ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ฐานะการคลังของไทยยังไม่น่าเป็นห่วงทั้งในปัจจุบันและในอนาคต เนื่องจากปัจจุบันยอดขาดดุลการคลังและยอดหนี้สาธารณะอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ
ด้านศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ หรือกรุงเทพโพล เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานด้านการวิ เคราะห์ วิจัยเศรษฐกิจระดับชั้นนำของประเทศ 24 แห่ง เรื่อง "พ.ร.บ.งบประมาณปี 54 : หนี้สิน VS รัฐสวัสดิการ" โดยเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 5-9 ส.ค.ที่ผ่านมา พบว่านักเศรษฐศาสตร์ 85.1% เห็นด้วยที่รัฐบาลจะดำเนินนโยบายงบประมาณแบบขาดดุล ในจำนวนนี้ 52.7% เห็นว่าระดับการขาดดุลควรน้อยกว่า 4.1% ต่อจีดีพี
สำหรับประเด็น หนี้สาธารณะต่อจีดีพี ที่ปัจจุบันอยู่ในระดับ 42.6% ของจีดีพี นักเศรษฐศาสตร์ 58.1% เชื่อว่ายังเป็นระดับไม่น่าเป็นห่วง และเมื่อถามความเห็นเกี่ยวกับนโยบายงบประมาณของรัฐบาล นักเศรษฐศาสตร์ 35.1% เชื่อว่ารัฐบาลจะดำเนินนโยบายงบประมาณแบบสมดุลได้ภายใน 5 ปี หรือปี"58 ขณะที่ 33.8% เชื่อว่าจะดำเนินนโยบายงบประมาณแบบสมดุลได้ภายใน 5-10 ปี หรือช่วงปี"59-63
นอกจากนี้ นักเศรษฐศาสตร์ยังเสนอแนะแนวทางในการปรับเพิ่มการจัดเก็บรายได้ เพื่อรองรับการนำแนวทางรัฐสวัสดิการมาใช้ โดยนักเศรษฐศาสตร์ 38.1% สนับสนุนให้ รัฐบาลเดินหน้าจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ภาษีมรดก เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม 20.5% เสนอให้ขยายฐานภาษีให้ครอบคลุมทุกคน โดยเฉพาะเกษตรกร คนใช้แรงงาน โดยเสนอให้รัฐนำสวัสดิการที่ประชาชนจะได้รับมาเป็นสิ่งจูงใจให้คนเข้ามาอยู่ ในระบบภาษีมากขึ้น

