ต่ออายุVAT7%ไปอีก2ปี! ‘กรณ์’ปลุกผีดันภาษีที่ดิน
รัฐบาลต่ออายุคง VAT 7% ไปอีก 2 ปี ถึงสิ้น ก.ย.55 "กรณ์" ยันไม่กระทบรายได้ ไม่ต้องเก็บภาษีเพิ่ม ผู้ว่าฯ แบงก์ชาติเชื่อไม่เป็นการส่งสัญญาณแนวโน้มเศรษฐกิจแย่
นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารมีมติอนุมัติมาตรการขยายระยะเวลาการคง ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอัตรา 7% ต่อไป อีกเป็นเวลาอีก 2 ปี หลังจากจะหมดเวลาลงในวันที่ 30 ก.ย. 2553 นี้ เนื่องจากประเมินภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน แล้วเห็นว่าการขึ้นภาษี VAT ไม่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และเป็นการทำให้ภาระประชาชนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ การเก็บรายได้ของรัฐบาลที่ผ่านมาก็ดีขึ้น ไม่จำเป็นต้องหารายได้ เพิ่มเติม เพราะภาษีที่เก็บอยู่ในปัจจุบันเพียงที่จะดูแลรายจ่ายของประเทศ ได้ แม้ว่าในปีงบประมาณ 2554 จะเป็นการทำงบประมาณแบบขาดดุล แต่ก็เป็นการทำงบประมาณที่ไม่กระทบกับเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ
"การคงภาษี VAT ออกไปอีก 2 ปี ไม่กระทบกับรายได้และไม่ต้องเก็บภาษีเพิ่ม เพราะการเก็บภาษี VAT ในอัตรา 7% ทำมาตั้งแต่ปี 2542 ที่เศรษฐกิจตกต่ำ โดยรัฐบาลจะเน้นด้านรายจ่าย ด้วยการดูแลควบคุมให้คุ้มค่ามากที่สุด ตามการเก็บรายได้ที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน" นายกรณ์กล่าว
นายกรณ์กล่าวว่า การปรับปรุงโครงสร้างภาษี ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีมีนโยบายชัดเจนที่จะไม่ขึ้นภาษี VAT ส่วนการปรับปรุงโครงสร้าง ภาษีอื่นๆ ต้องมีการพิจารณาแบบบูรณาการ ต้องทำให้การปรับโครงสร้างทำให้ประเทศมีความ สามารถการแข่งขัน และเป็นระบบภาษีที่เป็นธรรม ขณะที่ระบบภาษีที่จะมาลดความเหลื่อมล้ำ ตอนนี้กระทรวงการคลังได้ผลักดัน พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา
ทั้งนี้ การปรับลดหรือเพิ่มการขึ้นภาษี VAT ทุก 1% มีผลทำให้รายได้จากการเก็บภาษีลดหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7 หมื่นล้านบาท หากมีการปรับภาษี VAT ไปในอัตราเดิม 10% จะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 2.1 แสนล้านบาท
นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คลัง มั่นใจว่าการขยายมาตรการดังกล่าวนี้ออกไปอีก 2 ปี จะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นด้านการบริโภคมากขึ้น ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีทั้งระบบนั้น รมว.คลังมีคณะทำงานดูอยู่ ซึ่งจะแยกจาก VAT เพราะต้องดูทุกตัวทั้งนิติบุคคล บุคคลธรรมดา
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า ไม่น่าจะเป็นการส่งสัญญาณแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะต่อไปอาจจะแย่ลง เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจในขณะนี้ยังสามารถเติบโตได้ดี ขณะที่ภาระหนี้ของประเทศก็ไม่ใช่ปัญหา เพียงแต่ว่าถ้าจะให้ส่งผลดีต่อ เศรษฐกิจในระยะยาวมากขึ้น รัฐควรต้องมีการลงทุนที่มากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การลงทุนในระยะยาวมีแนวโน้มดีขึ้น ซึ่งการพัฒนาของไทยก็ต้องเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้มากขึ้นด้วย
"การคง VAT ไว้ที่ 7% ไม่น่าจะมาจากปัจจัยเศรษฐกิจน่าห่วง เพราะเศรษฐกิจปรับดีขึ้นต่อเนื่อง แนวโน้มการลงทุนก็ดีแล้ว และตอนนี้การลงทุนที่เข้ามาเสริมส่วนที่สึกหรอก็มี การลงทุนใหม่ก็มีเข้ามาแล้ว เพราะภาคการส่งออกยังเติบโตได้ดี ส่งผลให้ภาคการผลิตก็เริ่มเพิ่มกำลังการผลิต ทำให้ภาคการผลิตก็ดีขึ้น" นางธาริษากล่าว

