Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » คลังหวั่นช่วยหนี้เน่าเกษตรกรจะส่งเสริมวัฒนธรรมเบี้ยวหนี้

คลังหวั่นช่วยหนี้เน่าเกษตรกรจะส่งเสริมวัฒนธรรมเบี้ยวหนี้

Submitted by info on Wed, 28/07/2010 - 13:03

คลังหนุน ธ.ก.ส. ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาตีความเรื่องช่วยลูกหนี้เน่ากองทุนฟื้นฟูและพัฒนา เกษตรกร ที่มีหลักประกันคุ้มมูลหนี้ หวั่นส่งเสริมวัฒนธรรมเบี้ยวหนี้

นายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงกรณีแนวทางการช่วยเหลือเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของกองทุนฟื้นฟูและ พัฒนาเกษตรกร โดยการลดภาระหนี้ 50% ให้กับสมาชิกที่มีภาระหนี้สินไม่เกินรายละ 2.5 ล้านบาท และต้องเป็นหนี้เสียหรือเอ็นพีแอลก่อนวันที่ 31 ธ.ค. 2552 ซึ่งขณะนี้มีปัญหากรณีของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่ได้ส่งเรื่องให้กฤษฎีกาพิจารณา กรณีที่ลูกหนี้มีหลักทรัพย์ ค้ำประกันมากกว่ามูลหนี้ ซึ่ง ธ.ก.ส. ไม่สามารถตัดเป็นหนี้สูญได้

ทั้งนี้ กระทรวงการคลัง มีความเห็นเช่นเดียวกันว่า การยกหนี้ให้กับเกษตรกรที่มีหลักประกันคุ้มมูลหนี้หรือสูงกว่ามูลหนี้ จะยิ่งเป็นการส่งเสริมเรื่องพฤติกรรมการเบี้ยวหนี้ เป็นการส่งเสริมให้คนที่มีความสามารถในการชำระหนี้พากันไม่จ่ายหนี้ ทำให้เสียวินัยในการชำระเงิน

“คลังลงความเห็นว่า หากให้เดินหน้าโครงการนี้กับ ธ.ก.ส. ต่อ จะทำให้เกิดวัฒนธรรมการเลียนแบบที่ไม่ดี ซึ่งที่ผ่านมาทางกระทรวงการคลังเองก็พยายามเจรจาต่อรอง เพื่อลดเงื่อนไขพิเศษที่เสนอขอความช่วยเหลือเกษตรกรแบบที่มากเกินไปแล้ว” นายสถิตย์ กล่าว

ดังนั้น เงื่อนไขในโครงการแก้หนี้ เกษตรกรสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ได้กำหนดอัตราดอกเบี้ยในช่วงผ่อนชำระอยู่ที่ระดับเอ็มอาร์อาร์ลบ 3% ของเงินต้นที่เหลือ 50% โดยดอกเบี้ยที่เรียกเก็บจะได้รับการลดทั้งหมดเมื่อเกษตรกรลูกหนี้ได้ชำระ หนี้งวดสุดท้ายแล้วเมื่อครบ 15 ปี และกรณีที่เกษตรกรผิดนัดชำระหนี้เกิน 90 วัน นับจากวันครบกำหนดชำระ ธนาคารสามารถดำเนินคดีตามปกติได้ และเกษตรกรลูกหนี้รายนั้นต้องรับภาระหนี้ทั้งหมดที่จะถูกเรียกเก็บ ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยที่พักไว้ตามเดิม รวมทั้งดอกเบี้ยที่ยังไม่เรียกเก็บด้วย

ด้านนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการ ธ.ก.ส. กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. ยืนยันให้ ธ.ก.ส. นำเรื่องดังกล่าวส่งให้กฤษฎีกาตีความ เพื่อให้สามารถตัดภาระหนี้เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามมติ ครม.
สำหรับ ลูกหนี้เสียของสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ทั้ง 4 ธนาคารของรัฐ ได้แก่ ธ.ก.ส. ธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) มีทั้งสิ้น 8 หมื่นราย เป็นลูกหนี้ของ ธ.ก.ส. จำนวน 5.2 หมื่นราย รวมมูลหนี้ทั้งหมด 1.1 หมื่นล้านบาท และเป็นลูกหนี้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเกินมูลหนี้ มีสัดส่วนถึง 80% ของลูกหนี้ที่รับมาดูแล หรือเป็นมูลหนี้ 8,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่นำหลักทรัพย์ที่ดินมาเป็นหลักประกันจำนอง

  • โพสต์ทูเดย์
  • สิทธิเกษตรกรและชุมชน
  • 151 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues