ทีดีอาร์ไอแนะรัฐ เร่งขยายฐานภาษี
รายงานพิเศษ
สถาบัน วิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย(ทีดีอาร์ไอ) เสนอบทความแนะให้มีการขยายฐานภาษี เพิ่มรายได้รัฐ พัฒนาสวัสดิการ ลดเหลื่อมล้ำ โดยระบุรายละเอียดว่า
การ พัฒนาเศรษฐกิจในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคม และจากการศึกษาวิจัยของทีดีอาร์ไอ เมื่อปี "43 พบว่านโยบายการคลังของไทยมีส่วนเอื้อให้เกิดการกระจายตัวของรายได้ที่เท่า เทียมกันมากขึ้น ทั้งในส่วนของการใช้จ่ายภาครัฐและด้านภาษี
โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในด้านภาษี หากมีการขยายฐานภาษีให้สามารถจัดเก็บภาษีได้ทั่วถึงทุกคนเท่าเทียมกัน เชื่อว่าจะทำให้รัฐมีรายได้เพียงพอมาพัฒนาระบบสวัสดิการสังคมและช่วยลดความ เหลื่อมล้ำได้
ในปัจจุบันผู้เสียภาษีเงินได้มีเพียง 8-9 ล้านคน ถือเป็นฐานภาษีที่ต่ำมากคิดเป็นเพียงประมาณ 1 ใน 4 ของกำลังแรงงานทั้งหมด (ไม่นับรวมภาษีเพื่อการบริโภค เช่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีสรรพสามิต ภาษีธุรกิจเฉพาะ) และถึงแม้ว่าผู้ไม่เสียภาษีจำนวนมากไม่เสียเพราะรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำใน การเสียภาษี แต่มีจำนวนอีกมากเช่นกันที่ได้รับการยกเว้นการเสียภาษีด้วยเหตุผลต่างๆ หรือเลี่ยงไม่จ่ายภาษีโดยไม่มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง
ดังนั้นการขยายฐานภาษีด้วยการดึงคนเข้ามาสู่ระบบภาษีอย่างถ้วนหน้าและอย่าง เหมาะสมจึงสามารถเพิ่มรายได้ให้กับรัฐบาล ซึ่งนำไปใช้จ่ายเพื่อคนยากจนและผู้ด้อยโอกาสได้มากขึ้น รวมทั้งสร้างความเท่าเทียมกันของการจ่ายภาษีในกลุ่มผู้มีรายได้ใกล้เคียงกัน ด้วย
นอกจากนั้นการที่สามารถนำคนจำนวนมากขึ้นเข้าสู่ระบบภาษีจะทำให้รัฐบาลมี ข้อมูลรายได้ของประชากรอย่างครบถ้วนยิ่งขึ้น ซึ่งมีความสำคัญเป็นอย่างมากต่อการดูแลคนจนและผู้มีรายได้น้อยที่ได้รับความ เดือดร้อนจากผลกระทบทางเศรษฐกิจในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเป็นจุดอ่อน ของนโยบายดูแลคนจนของไทยมาตลอด
นายสมชัย จิตสุชน ผู้อำนวยการวิจัยด้านการพัฒนาเศรษฐ กิจส่วนรวมและกระจายรายได้ ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่า การขยายฐานภาษีสามารถลดความไม่เสมอภาคทางภาษีได้ โดยต้องแก้ปัญหาที่สืบเนื่องจากสาเหตุข้างต้นอย่างจริงจัง
โดยการ ขยายฐานภาษีควรเป็นประเด็นเร่งด่วนในการปรับโครงสร้างภาษีให้ครอบคลุมผู้ยัง ไม่ได้เสียภาษีตามหลักความเสมอภาคทางภาษี โดยเฉพาะผู้มีความสามารถในการเสียเท่ากับคนอื่นที่ปัจจุบันเสียภาษีอยู่แล้ว เช่น มีรายได้เท่ากัน มีความมั่งคั่งเท่ากัน
ส่วนแนวทางอื่นๆ ได้แก่ ปรับเปลี่ยนกฎหมายว่าด้วยการยื่นเสียภาษี โดยให้ผู้มีอายุครบ 18 ปีทุกคนต้องยื่นแบบฟอร์มการเสียภาษีไม่ว่าจะมีงานทำหรือมีรายได้หรือไม่ โดยอาจมีแรงจูงใจให้ผู้มีรายได้น้อยอยากยื่นแบบฟอร์มเสียภาษีด้วย
ความ พยายามในการปฏิรูประบบภาษีที่ดินและทรัพย์สินในปัจจุบันเป็นเรื่องที่ควรส่ง เสริม และต้องเร่งรัดให้เกิดผลในทางปฏิบัติโดยเร็ว เร่งสร้างระบบการประเมินฐานภาษีที่มีประสิทธิภาพและเป็นธรรม เพื่อให้การขยายฐานภาษีไม่สะดุดและสร้างความเป็นธรรมทางสังคมอย่างแท้จริง
การ ออกแบบระบบภาษีและขยายฐานภาษีควรคำนึงถึงการเปลี่ยน แปลงโครงสร้างของฐานภาษีด้วย เช่น อนาคตฐานภาษีจากทรัพย์สินจะสูงขึ้นตามระดับความมั่งคั่งของประเทศโดยเฉพาะ ทรัพย์สินสะสมของผู้สูงอายุในระยะ 15-20 ปีข้างหน้า ป้องกันการโยกย้ายรายได้จากฐานภาษีหนึ่งไปอีกฐานภาษีหนึ่งที่มีอัตราภาษีต่ำ กว่า
หากทำไม่ได้ในทางปฏิบัติ ควรพิจารณาระบบภาษีแบบอัตราเดียว (uniform tax rate system) ซึ่งแม้จะทำไม่ง่าย แต่ก็น่าจะง่ายกว่าการป้องกันการใช้ประโยชน์จากอัตราภาษีที่ต่างกัน (tax arbitrage)

