Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » สธ.ประกาศคุ้มครอง 4 เขตอนุรักษ์สมุนไพร

สธ.ประกาศคุ้มครอง 4 เขตอนุรักษ์สมุนไพร

Submitted by info on Tue, 27/07/2010 - 16:17

ประกาศคุ้มครองสมุนไพรเขต ป่าชุมชนบ้านหัวทุ่งเชียงใหม่-ป่าซับลังกาลพบุรี-อุทยานฯภูจองนายอย อุบล-ป่าเขาสลัดไดโคราช ระบุกว่า 100ชนิดส่อจะสูญ

นาย จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รัฐมนตรีว่ากระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์เปิดเผยการลงนามในประกาศกระทรวงสาธารณสุขเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2553 เรื่องแผนจัดการเพื่อคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์(ระยะสั้น) พ.ศ.2553-2555 เป็นไปตามมาตรา 57 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ซึ่งได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2553 ดำเนินการในพื้นที่อนุรักษ์ 4 แห่ง

ได้แก่ 1.พื้นที่ป่าชุมชนบ้านหัวทุ่ง เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ 2.พื้นที่เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี 3.พื้นที่เขตอุทยานแห่งชาติภูจองนายอย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี และ 4.พื้นที่ป่าเขาสลัดได อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า สมุนไพรไทยส่วนใหญ่มีแหล่งกำเนิดมาจากป่าไม้ ซึ่งปัจจุบันป่าไม้ถูกทำลายอย่างต่อเนื่องเหลือประมาณ 99 ล้านไร่ ทำให้ระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง มีผลให้พืชสมุนไพรบางชนิดใกล้สูญพันธุ์ รวมทั้งยังประสบปัญหาการลักลอบเข้าไปเก็บสมุนไพรอย่างผิดกฎหมาย ประมาณการว่าประเทศไทยมีพืชสมุนไพรที่ชุมชนท้องถิ่นมีองค์ความรู้ สามารถนำมาใช้เป็นอาหารและยาสมุนไพรประมาณ 800 -1,800 ชนิด หรือประมาณร้อยละ 15 ของพันธุ์พืชที่มีอยู่ในประเทศทั้งหมด และมีผลการศึกษาพบว่าสมุนไพรไทยมากกว่า 100 ชนิด มีแนวโน้มจะหมดในอนาคต จึงต้องเร่งปกป้องเพื่อรักษาระบบนิเวศตามธรรมชาติ คงไว้ซึ่งความหลากหลายทางชีวภาพของสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดของสมุนไพรใน พื้นที่เขตอนุรักษ์ และเกิดการใช้สมุนไพรอย่างยั่งยืน

นายจุรินทร์ กล่าวว่า แผนการคุ้มครองสมุนไพรในพื้นที่เขตอนุรักษ์ 3 ปี ประกอบด้วย 4 แผนงาน ได้แก่ 1. การกำหนดเงื่อนไขการอนุญาตให้บุคคลเข้าไปในพื้นที่ฯ 2.แผนประสานความร่วมมือระหว่างส่วนราชการและชุมชน 3.แผนงานสำรวจและศึกษาวิจัยสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดสมุนไพร 4.แผนติดตามประเมินผล เพื่อลดภาวะคุกคามที่มีผลกระทบต่อสมุนไพรและบริเวณถิ่นกำเนิดสมุนไพร

โดยดำเนินการร่วมกันหลายหน่วยงาน เช่น กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เครือข่ายท้องถิ่น เครือข่ายหมอพื้นบ้าน องค์การบริหารส่วนตำบล เป็นต้น ใช้งบดำเนินการจากกองทุนภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก 9 ล้านบาทเศษ

รายละเอียดพื้นที่อนุรักษ์ 4 แห่ง ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับนี้ พื้นที่เขตอนุรักษ์พื้นที่ป่าชุมชนบ้านหัวทุ่ง เขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ มีพื้นที่ประมาณ 8,000 ไร่ จากการศึกษาความหลากหลายทางพันธุ์พืช พบพืชสมุนไพรที่หมอยาพื้นบ้านเคยใช้ประโยชน์รวม 133 ชนิด

พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าซับลังกา อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี มีพื้นที่ 9 หมื่นกว่าไร่ ถือเป็นผืนป่าใหญ่แห่งเดียวและแห่งสุดท้ายของจังหวัดลพบุรีและภาคกลางที่มี ยังคงความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ ผลการศึกษาวิจัยของผู้เชี่ยวชาญพบสมุนไพรที่มีคุณค่าอย่างน้อย 54 ชนิด และที่สำคัญยังพบสมุนไพรหลายตัว เช่น กลึงกล่อม เบื้องต้นพบฤทธิ์ต้านเชื้อเอดส์ในหลอดทดลองด้วย

พื้นที่อุทยานแห่งชาติภูจองนายอย จ.อุบลราชธานี มีพื้นที่ 4 แสนกว่าไร่ พื้นที่ติดต่อกับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และกัมพูชา จากการสำรวจพื้นที่ตัวอย่างจำนวน 12 แปลง พบสมุนไพร 171 ชนิด ในจำนวนนี้หมอพื้นบ้านนำมาใช้ประโยชน์กว่า 100 ชนิด และยังพบสมุนไพรตัวใหม่อีก 39 ชนิด ที่ยังไม่มีการบันทึกมาก่อน ซึ่งในการสำรวจสมุนไพรในพื้นที่แห่งนี้ จะดำเนินการใน 3 อำเภอรอบๆ เขตอุทยานได้แก่ อ.นาจะหลวย อ.น้ำยืน และ อ.บุณฑริก

สำหรับพื้นที่ป่าเขาสลัดได อุทยานแห่งชาติทับลาน จ.นครราชสีมา มีพื้นที่ 1 ล้านกว่าไร่ เป็นอุทยานที่มีขนาดใหญ่อันดับ 2 ของประเทศ และเป็นป่าลานผืนสุดท้ายของประเทศ มีพืชสมุนไพรที่สำรวจพบเบื้องต้นมากกว่า 200 ชนิด ในจำนวนนี้ทราบชื่อ 149 ชนิด ที่เหลืออีก 54 ชนิดยังไม่ทราบชื่อ แต่หมอพื้นบ้านนำมาใช้ประโยชน์ 86 ชนิด มีพืชหายาก 12 ชนิด มีพืชคุ้มครอง 2 ชนิดคือกวาวเครือขาวและกวาวเครือแดง ขณะนี้มีหมอพื้นบ้านที่ยังใช้ประโยชน์จากสมุนไพรจำนวน 6 คน

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า พื้นที่ตามประกาศครั้งนี้ 4 แห่ง กระทรวงสาธารณสุข ได้ให้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯ จัดทำโครงการสำรวจและศึกษาสมุนไพร เพื่อให้ทราบข้อมูลสมุนไพรที่ถูกต้องครบถ้วนสมบูรณ์ โดยนักวิจัย และผู้เชี่ยวชาญ เพื่อจัดทำทะเบียนพันธุ์พืชสมุนไพรในเขตพื้นที่อนุรักษ์ และนำมาจัดทำเป็นแผนจัดการคุ้มครองในระยะยาว เพื่อใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืนต่อไป

  • กรุงเทพธุรกิจ
  • สิ่งแวดล้อม
  • 273 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues