ชงครม.อุ้มชาวนาตลอดชาติ
ทุ่มประชานิยมสุดตัว ออมสิน-กรุงไทยร่วม
นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในสัปดาห์หน้า กระทรวงพาณิชย์เตรียมเสนอให้ที่ประชุม ครม. พิจารณาเห็นชอบการทำโครงการประกันรายได้เกษตรกรแบบถาวร เพื่อช่วยประกันรายได้แก่เกษตรกรระยะยาว ตามนโยบายของรัฐบาลที่มอบหมายให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการ ซึ่งเป็นการสร้างความชัดเจน รวมถึงเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานยิ่งขึ้น เพราะปัจจุบันการดำเนินโครงการต้องเสนอให้ ครม. พิจารณาอนุมัติก่อนดำเนินการทุกครั้ง
“รัฐบาลอยากให้มีกลไกการประกันรายได้แบบถาวรในการช่วยเหลือเกษตรกร เพื่อจะได้กำหนดงบประมาณประจำในการ ดำเนินงานได้ และยังเป็นการสร้างความมั่นใจให้ กับเกษตรกรได้ว่า รัฐบาลมีทิศทางที่ชัดเจน ในการช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน เกษตรกร ก็สามารถวางแผนการเพาะปลูกได้ เช่น รัฐบาลจะไม่รับประกันราคาข้าวอายุสั้น เกษตรกรก็จะเลิกผลิตข้าวอายุสั้น คุณภาพต่ำ หันมาเพาะปลูกคุณภาพดีแทน เป็นต้น คาดว่า น่าจะผ่านความเห็นชอบจาก ครม. และเริ่มต้นดำเนินการได้โครงการรับประกันข้าวเปลือกนาปีฤดูกาลใหม่ปี 53/54”
สำหรับรายละเอียดโครงการประกันรายได้ถาวรที่กระทรวงพาณิชย์จัดทำจะครอบคลุม หลักเกณฑ์การให้สิทธิประโยชน์แก่เกษตรกร เช่น ปรับปรุงประสิทธิภาพการออกหนังสือรับรองเกษตรกร ที่ในอนาคต รัฐบาลต้องการให้มีการกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่น เช่น องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) มากขึ้น จากปัจจุบันที่ดำเนินการโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
นอกจากนี้ระบุถึงชนิดสินค้าที่รัฐบาลจะดำเนินโครงการประกันรายได้ ปริมาณ และคุณภาพสินค้า โดยต้องกำหนดราคาประกันรายได้ให้เหมาะสมกับคุณภาพสินค้า ส่วนระบบการจ่ายเงินชดเชยให้กับเกษตรกรจะมีการเพิ่ม ธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารกรุงไทย ธนาคารออมสิน ในการจ่ายเงินชดเชยให้เกษตรกร จากปัจจุ บันที่จะจ่ายผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เท่านั้น ที่สำคัญจะมีระบบตรวจสอบ และติดตามการดำเนินการตามโครงการ เพื่อป้องกันปัญหาทุจริต
นายยรรยงกล่าวต่อว่ากระทรวงพาณิชย์ ยังเตรียมมาตรการรองรับปัญหาราคาข้าวเปลือกในประเทศทรงตัวในระดับต่ำ โดยหากเริ่มต้นโครงการประกันรายได้รอบใหม่แล้วราคาข้าวไม่ดีขึ้นจะตั้งโต๊ะ รับซื้อทันที และรับซื้อไม่จำกัดปริมาณจนกว่าราคาจะดีขึ้นถึงจุดที่กำหนด สำหรับราคาที่รับซื้อจะต่ำกว่าราคาประกัน แต่อาจใกล้เคียงราคาตลาด เพราะราคาประกันคำนวณจากราคาต้นทุนการผลิต บวกกำไรให้เกษตรกรอีก 40%
ส่วนการแก้ไขในระยะยาว กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการกำหนดยุทธศาสตร์ตลาดข้าวไทย โดยวางเป้าหมายขายข้าวให้ได้ราคาดี ไม่เน้นปริมาณ เช่น ข้าวหอมมะลิไทยที่ส่งออกได้ปีละประมาณ 2.73 ล้านตัน จะตั้งเป้าราคาขายให้ที่ตันละ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งรายได้จากการส่งออกที่ควรจะเป็นอยู่ที่ 2,730 ล้านดอลลาร์ฯ ข้าวขาวส่งออกปีละ 3.3 ล้านตัน มูลค่าที่ได้รับประมาณ 1,900-2,000 ล้านดอลลาร์ฯ เป็นต้น และต้องแยกตลาดข้าวของไทยกับคู่แข่งอย่างเวียดนามให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้ถูกตัดราคาขาย เช่น ข้าวคุณภาพดี อย่างข้าวหอมมะลิ ต้องขายตลาดบน เช่น สหรัฐ ฮ่องกง สิงคโปร์

