ส.ผู้ ผลิตยาไทย-ตปท.ร้องรัฐแก้ระเบียบจัดซื้อจัดจ้าง
ทีพีเอ็มเอ เตรียมยื่นจดหมายจี้สำนักนายกฯทบทวน-แก้ไข ระเบียบว่าด้วยการจัดการพัสดุ เผย กม.เก่า เปิดช่ององค์การเภสัชฯกินรวบ ขณะที่ ผอ.องค์การเภสัชฯแจง ทำตามระเบียบ ชัดเจนในภารกิจ ผลิตยาเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย
แหล่งข่าวจากสมาคมไทยอุตสาหกรรมผลิตยาแผนปัจจุบัน หรือทีพีเอ็มเอ (TPMA) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า เร็ว ๆ นี้สมาคมจะทำหนังสือถึงนายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่รับผิดชอบเรื่องงบประมาณในการจัดซื้อจัดจ้างพัสดุ เพื่อขอให้มีการทบทวนและปรับปรุงระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยการจัดการพัสดุ พ.ศ. 2535 ข้อ 61 และ 62 ที่กำหนดให้โรงพยาบาลรัฐบาลซื้อยาจากองค์การเภสัชกรรมก่อน ซึ่งถือเป็นความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในตลาดยุคการค้าเสรี
"สมาคม มองว่าการควบคุมค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ เป็นหน้าที่ของรัฐที่ควรทำ แต่ก็ควรจะเปิดให้มีการแข่งขันแบบเสรี และไม่ยึดติดกับราคาเพียงอย่างเดียว และควรพิจารณาจากเรื่องของคุณภาพและราคาควบคู่กันไป"
แหล่ง ข่าวจากบริษัทยาต่างประเทศรายหนึ่งที่เป็นสมาชิกของสมาคมผู้วิจัยและผลิต เภสัชภัณฑ์ หรือพรีม่า (PReMA) กล่าวว่า ขณะนี้พรีม่าอยู่ระหว่างการจัดทำหนังสือเพื่อจะยื่นขอความเป็นธรรมจากการ แข่งขันผ่านไปทางหอการค้าฯ ซึ่งคาดว่าน่าจะยื่นหนังสือพร้อม ๆ กับทีพีเอ็มเอ
นายแพทย์วิทิต อรรถเวชกุล ผู้อำนวยการองค์การเภสัชกรรม กล่าวถึงกรณีการเคลื่อนไหวของบริษัทผู้ผลิตยาเอกชนว่า ก่อนหน้านี้มีความพยายามที่จะชี้ประเด็นในลักษณะดังกล่าวมาเป็นระยะ ๆ อย่างไรก็ตาม องค์การเภสัชฯก็มีความชัดเจนในภารกิจและหน้าที่ ซึ่งจะต้องผลิตยาเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าถึงได้ง่าย ขณะเดียวกันการจำหน่ายยาก็ดำเนินไปตามระเบียบ ข้อบังคับของสถานพยาบาลมาโดยตลอด
"เราไม่ได้ตั้งเป้าในเชิงธุรกิจ หรือต้องแข่งขันหรือทำกำไรเหมือนบริษัทเอกชน แต่เราต้องลงทุนด้านการผลิต การวิจัยและพัฒนา หากพิจารณาแล้วสัดส่วนหรือส่วนแบ่งตลาดขององค์การเภสัชฯมีประมาณไม่ถึง 10% ของตลาดยา"
นายแพทย์วิทิตกล่าวอีกว่า นอกจากทำหน้าที่ผลิตยาทั่วไปแล้ว องค์การเภสัชฯยังเป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญต่อการถ่วงดุลตลาดของคุณภาพและ ราคายากับเวชภัณฑ์ อันเป็นปัจจัย 4 ของประชาชนคนไทย ทำให้ผู้ป่วยได้มีโอกาสใช้ยาดีมีคุณภาพระดับต่างประเทศแต่ราคาคนไทย รวมถึงผลิตยา วัคซีน ที่จะเป็นปัจจัยจำเป็นสำหรับการควบคุมโรคระบาดที่สำคัญ ๆ อีกด้วย

