เต้น!ผักชีพบ สารตกค้าง
อียู พบสารตกค้างในผักชีไทย 17-18 เปอร์เซ็นต์ กรมวิชาการเกษตร เตรียม ออกสุ่มตรวจ และกำหนดบทลงโทษพักใช้ พร้อมเพิกถอนใบรับรองมาตรฐานโรงงานผลิต ...
นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมาทางสหภาพยุโรป (อียู) ออกมาตรการเข้มสุ่มตรวจสารตกค้างในผักของไทยเพิ่มขึ้นจาก 20% เป็น 50% ล่าสุดเมื่อเร็วๆนี้ อียูยังตรวจพบสารตกค้างในผักชีของไทย 17-18% และยังพบเชื้อจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรคทางเดินอาหารในพืชสมุนไพรด้วย ดังนั้น กรมวิชาการเกษตรจึงทบทวนและออกมาตรการตรวจสอบผักที่จะส่งออกไปยังตลาดอียู ที่เข้มงวดมากขึ้น โดยจะสุ่มตรวจพืช 3 ชนิดที่อียูแจ้งเตือน คือ ถั่วฝักยาว มะเขือ พืชตระกูลกะหล่ำ ในอัตรา 50% เพิ่มการสุ่มตรวจสารตกค้างในผัก 3 ชนิด คือ ผักชีไทย กะเพรา โหระพา ในอัตรา 20% เพิ่มการสุ่มตรวจเชื้อจุลินทรีย์ในผัก 3 ชนิด คือ กะเพรา โหระพา สะระแหน่ ในอัตรา 10%
ขณะเดียวกัน ยังมีมาตรการเพื่อควบคุมผู้ประกอบการคัดบรรจุและผู้ส่งออก โดยจะปรับปรุงขั้นตอนการสุ่มตัวอย่างเพื่อตรวจวิเคราะห์สารตกค้างและเชื้อ จุลินทรีย์ และกำหนดบทลงโทษพักใช้และเพิกถอนใบรับรองมาตรฐานโรงงานผลิต หรือจีเอ็มพี กับโรงคัดบรรจุที่ไม่สามารถควบคุมระบบการผลิตให้ปลอดภัย ฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามระเบียบ รวมทั้งกำหนดบทลงโทษพักใช้ และเพิกถอนรายชื่อออกจากทะเบียนให้เป็นผู้ส่งออกผักผลไม้สดในตลาดอียู ทุกรายการ ซึ่งแม้อียูจะยังไม่มีมาตรการขั้นเด็ดขาดในการระงับการนำเข้าผักจากไทย แต่การพบสารตกค้างถี่มากขึ้นจะทำให้ความเชื่อมั่นของตลาดลดลง
นอกจาก นี้ ทางสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียมควรทำหน้าที่เจรจากับอียู กรณีที่มีความเข้มงวดกับการตรวจสอบสินค้าไทยมากเกินไป เพราะการที่ฝ่ายไทยไม่ทำอะไรเลย จะทำให้ไม่มีอำนาจการต่อรอง

