Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » มลพิษระยองน่าห่วงสารปรอทกระทบหญิงท้อง

มลพิษระยองน่าห่วงสารปรอทกระทบหญิงท้อง

Submitted by info on Wed, 14/07/2010 - 00:00

กลุ่มศึกษาและรณรงค์มลภาวะอุตสาหกรรม เผยผลการตรวจสุขภาพประชาชนพื้นที่จังหวัดระยอง พบประชาชนมีอนุพันธ์ของสารเบนซินมากกว่าปกติ 3.1% เสี่ยงเป็นโรคมะเร็ง และพบโลหะหนักประเภทปรอทและสารหนู อีก 34.8% อันตรายมากในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์...

14 ก.ค. น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาและรณรงค์มลภาวะอุตสาหกรรม เปิดเผยผลการตรวจสุขภาพประชาชนพื้นที่จังหวัดระยอง ตามโครงการสำรวจสุขภาพประชาชนในเขตควบคุมมลพิษและนอกเขตควบคุมมลพิษ พบประชาชนมีอนุพันธ์ของสารเบนซินมากกว่าปกติ 3.1% และพบโลหะหนักประเภทปรอทและสารหนู อีก 34.8% ว่า แม้ผลการตรวจสุขภาพประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองครั้งนี้ จะพบสารอันตรายในระดับไม่สูงมากจนน่าวิตก และเป็นผลสำรวจที่เสร็จเพียง 80% ก็ตาม

"ต้องยอมรับว่ามีการเจ็บป่วยเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ซึ่งยังไม่สามารถระบุลงไปได้ชัดเจนว่า เกิดขึ้นจากสารพิษประเภทใดบ้าง แต่เชื่อว่าหากประชาชนยังคงได้รับสารพิษสะสมอยู่ตลอดเวลา ก็จะเกิดการสะสมและส่งผลเสียต่อสุขภาพรุนแรงมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหากประชาชนยังคงต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษอยู่ ก็ยังวางใจไม่ได้ ยกตัวอย่างสารเบนซินที่พบ เป็นสารอินทรีย์ที่ระเหยง่าย และเป็นสารก่อมะเร็ง หากชาวบ้านยังคงต้องหายใจในอากาศที่มีสารเบนซินสะสมอยู่ทุกวันๆ ก็อาจสะสมพัฒนากลายเป็นมะเร็งได้ หรือกรณีสารปรอท เป็นสารที่ทำลายระบบประสาทส่วนกลาง อันตรายมากโดยเฉพาะในผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ หากได้รับสารสะสมในร่างกายปริมาณสูง อาจทำให้ทารกในครรภ์พิการได้" น.ส.เพ็ญโฉม กล่าว

นอกจากนี้ ผู้ประสานงานกลุ่มศึกษาและรณรงค์มลภาวะอุตสาหกรรม กล่าวอีกว่า ข้อเสนอแนะการเฝ้าระวังสุขภาพของประชาชน ควรดำเนินการใน 2 ส่วนหลักคือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งระบบการเฝ้าระวังมลพิษอย่างเข้มข้นมากขึ้น โดยเฉพาะมลพิษทางอากาศ และอีกส่วนคือชุมชน ต้องมีการจัดระบบการเฝ้าระวังด้วยตัวเอง เช่น เมื่อได้กลิ่นผิดปกติจะต้องรู้แล้วว่าควรป้องกันตัวเองอย่างไร ส่วนกระทรวงสาธารณสุขจะต้องมีระบบการติดตามตรวจสอบสุขภาวะของประชาชนใน พื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นฐานข้อมูลในการติดตามการการแพร่กระจายของมลพิษในพื้นที่ต่อไป

  • ไทยรัฐ
  • สิ่งแวดล้อม
  • 410 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues