Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » ปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรวุ่นมิจฉาชีพโผล่หักหัวคิวเก็บ1พันบาท/ราย

ปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรวุ่นมิจฉาชีพโผล่หักหัวคิวเก็บ1พันบาท/ราย

Submitted by info on Mon, 12/07/2010 - 09:33

โครงการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรวุ่นหนัก ต้องชะงักงัน หลัง ธ.ก.ส.ส่งกฤษฎีกาตีความกรณีมูลค่าหลักทรัพย์ของเกษตรกรมีมากกว่ามูลหนี้ ลั่นเดินหน้าช่วยลูกหนี้กองทุนก่อน ด้านเกษตรกรร้องมีกลุ่มมิจฉาชีพโผล่หักหัวคิว เรียกเก็บรายละ 1,000 บาท

นายกนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานแก้ปัญหาหนี้สิน เกษตรกรอย่างบูรณาการ เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการปรับโครงสร้างหนี้สินเกษตรกรต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้แจ้งต่อคณะกรรมการ ธ.ก.ส.เกี่ยวกับปัญหาการปรับโครงสร้างหนี้ โดยเฉพาะกรณีที่มูลค่าหลักทรัพย์ของเกษตรกรมีมากกว่ามูลหนี้ ซึ่งหากดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เมษายน เกรงว่าอาจจะทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย

ดังนั้น ธ.ก.ส.จึงส่งเรื่องนี้ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่าธนาคารจะสามารถ ทำได้หรือไม่ ส่งผลให้การปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรต้องชะลอออกไปก่อนจนกว่าการตีความ จะออกมา

นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าวว่า วันที่ 23 กรกฎาคมนี้ จะเสนอการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรให้คณะกรรมการ ธ.ก.ส.พิจารณา โดยเฉพาะหนี้ของสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้ของ ธ.ก.ส. ซึ่งจะเร่งให้ความช่วยเหลือสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ที่เป็นหนี้กับ ธ.ก.ส.ก่อน จากนั้นจะปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าที่ไม่ใช่สมาชิก ธ.ก.ส. ส่วนเรื่องอัตราดอกเบี้ย ในเร็วๆ นี้ผู้บริหารธนาคาร 4 แห่ง คือ ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารออมสิน จะหารือร่วมกันและน่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เอ็มอาร์อาร์ ที่จะคิดในอัตราเดียวกัน

ส่วนกรณีที่ทรัพย์สินของลูกหนี้สูงกว่ามูลค่าหนี้ แต่หากมีการลดหนี้ไป โดยไม่มีเหตุผลหรือเป็นการลดหนี้แบบเหมาเข่ง ทางผู้บริหารและคณะกรรมการ ธ.ก.ส.เกรงว่าธนาคารจะได้รับความเสียหาย ผู้ที่อนุมัติก็จะมีความผิด ดังนั้น ธ.ก.ส.ได้หารือกับกระทรวงการคลังเพื่อทำหนังสือหารือกับกฤษฎีกา

ด้านคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกฯ และรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ กล่าวว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เชื่อว่าเกษตรกรบางส่วนน่าจะเข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ได้ โดยเฉพาะลูกหนี้ที่ไม่มีปัญหาในกรณีที่ ธ.ก.ส.ส่งกฤษฎีกาตีความ ที่ผ่านมามีเกษตรกรหลายรายเข้าพบตนและต้องการให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโดยเร็ว เพราะมีหนี้ของเกษตรกรจำนวนหนึ่งที่จะหมดอายุความ ทำให้ธนาคารเจ้าหนี้จำเป็นต้องฟ้องร้องดำเนินคดี

นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ยังมีเกษตรกรบางรายเข้าร้องเรียนด้วยว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพใช้โครงการนี้หากินในทำนองว่า หากต้องการเข้าโครงการนี้ ก็ให้มาจ่ายค่าดำเนินการ 1,000 บาทต่อหัว ดังนั้นหากโครงการล่าช้าออกไปก็เกรงว่าจะมีเกษตรกรบางรายถูกหลอกได้

  • คม ชัด ลึก
  • สิทธิเกษตรกรและชุมชน
  • 240 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues