ปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรวุ่นมิจฉาชีพโผล่หักหัวคิวเก็บ1พันบาท/ราย
โครงการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรวุ่นหนัก ต้องชะงักงัน หลัง ธ.ก.ส.ส่งกฤษฎีกาตีความกรณีมูลค่าหลักทรัพย์ของเกษตรกรมีมากกว่ามูลหนี้ ลั่นเดินหน้าช่วยลูกหนี้กองทุนก่อน ด้านเกษตรกรร้องมีกลุ่มมิจฉาชีพโผล่หักหัวคิว เรียกเก็บรายละ 1,000 บาท
นายกนก วงษ์ตระหง่าน ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานแก้ปัญหาหนี้สิน เกษตรกรอย่างบูรณาการ เปิดเผยว่า ขณะนี้โครงการปรับโครงสร้างหนี้สินเกษตรกรต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ได้แจ้งต่อคณะกรรมการ ธ.ก.ส.เกี่ยวกับปัญหาการปรับโครงสร้างหนี้ โดยเฉพาะกรณีที่มูลค่าหลักทรัพย์ของเกษตรกรมีมากกว่ามูลหนี้ ซึ่งหากดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 7 เมษายน เกรงว่าอาจจะทำให้ธนาคารได้รับความเสียหาย
ดังนั้น ธ.ก.ส.จึงส่งเรื่องนี้ให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่าธนาคารจะสามารถ ทำได้หรือไม่ ส่งผลให้การปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรต้องชะลอออกไปก่อนจนกว่าการตีความ จะออกมา
นายเอ็นนู ซื่อสุวรรณ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส.กล่าวว่า วันที่ 23 กรกฎาคมนี้ จะเสนอการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรให้คณะกรรมการ ธ.ก.ส.พิจารณา โดยเฉพาะหนี้ของสมาชิกกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกรที่เป็นลูกหนี้ของ ธ.ก.ส. ซึ่งจะเร่งให้ความช่วยเหลือสมาชิกกองทุนฟื้นฟูฯ ที่เป็นหนี้กับ ธ.ก.ส.ก่อน จากนั้นจะปรับโครงสร้างหนี้ให้ลูกค้าที่ไม่ใช่สมาชิก ธ.ก.ส. ส่วนเรื่องอัตราดอกเบี้ย ในเร็วๆ นี้ผู้บริหารธนาคาร 4 แห่ง คือ ธ.ก.ส. ธนาคารกรุงไทย ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และธนาคารออมสิน จะหารือร่วมกันและน่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ย เอ็มอาร์อาร์ ที่จะคิดในอัตราเดียวกัน
ส่วนกรณีที่ทรัพย์สินของลูกหนี้สูงกว่ามูลค่าหนี้ แต่หากมีการลดหนี้ไป โดยไม่มีเหตุผลหรือเป็นการลดหนี้แบบเหมาเข่ง ทางผู้บริหารและคณะกรรมการ ธ.ก.ส.เกรงว่าธนาคารจะได้รับความเสียหาย ผู้ที่อนุมัติก็จะมีความผิด ดังนั้น ธ.ก.ส.ได้หารือกับกระทรวงการคลังเพื่อทำหนังสือหารือกับกฤษฎีกา
ด้านคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกฯ และรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจฯ กล่าวว่า ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เชื่อว่าเกษตรกรบางส่วนน่าจะเข้าโครงการปรับโครงสร้างหนี้ได้ โดยเฉพาะลูกหนี้ที่ไม่มีปัญหาในกรณีที่ ธ.ก.ส.ส่งกฤษฎีกาตีความ ที่ผ่านมามีเกษตรกรหลายรายเข้าพบตนและต้องการให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโดยเร็ว เพราะมีหนี้ของเกษตรกรจำนวนหนึ่งที่จะหมดอายุความ ทำให้ธนาคารเจ้าหนี้จำเป็นต้องฟ้องร้องดำเนินคดี
นอกจากนี้ จากการลงพื้นที่ยังมีเกษตรกรบางรายเข้าร้องเรียนด้วยว่า มีกลุ่มมิจฉาชีพใช้โครงการนี้หากินในทำนองว่า หากต้องการเข้าโครงการนี้ ก็ให้มาจ่ายค่าดำเนินการ 1,000 บาทต่อหัว ดังนั้นหากโครงการล่าช้าออกไปก็เกรงว่าจะมีเกษตรกรบางรายถูกหลอกได้

