ส่งออกข้าวหืดจับ
บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด
ในปี"53 ไทยเผชิญปัญหาการส่งออกข้าว ทั้งในด้านการลดปริมาณการนำเข้าข้าว จากการที่ประเทศผู้นำเข้าข้าวหันไปบริโภคธัญพืชชนิดอื่นๆ ทดแทน รวมทั้งยังเผชิญการแข่งขันอย่างรุนแรงจากเวียดนาม ที่สามารถส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สถานการณ์ส่งออก ข้าวไทยเริ่มมีปัญหาชัดขึ้น หลังจากปริมาณการส่งออกข้าวของไทยในเดือนเม.ย. ต่ำกว่าเวียดนาม และในเดือนพ.ค.53 ก็ยังคงต่ำกว่าเวียดนามต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การส่งออกข้าวของไทย เนื่องจากราคาข้าวของเวียดนามอยู่ในระดับต่ำกว่าไทยอย่างมาก
ขณะที่ ปริมาณส่งออกข้าวมีแนวโน้มช่วงไตรมาสที่ 2 เหลือเพียงเดือนละ 600,000 ตัน จากที่ไทยเคยส่งออกเฉลี่ยเดือนละ 700,000 ตัน ทำให้คาดว่าในช่วงครึ่งแรกจะส่งออกได้เพียง 4 ล้านตันเท่านั้น ต่ำกว่าเป้าหมาย 11%
สำหรับการส่งออกข้าวในปี"53 คาดว่าอาจมียอดรวมประมาณ 8-8.5 ล้านตัน ลดลงจาก 9.5 ล้านตัน ที่คาดการณ์ไว้เมื่อต้นปี เทียบกับ 8.62 ล้านตันในปี"52 สาเหตุจากตลาดโลกยังไม่มีความต้องการข้าวเพิ่มขึ้น เนื่องจากหลายประเทศหันไปบริโภคสินค้าชนิดอื่นทดแทนข้าว เพื่อชะลอการนำเข้าข้าว เช่น ข้าวโพด ข้าวสาลี เป็นต้น
นอกจากนี้ ปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในภูมิภาคยุโรป ทำให้ประเทศในแถบแอฟริกา ซึ่งเป็นประเทศผู้นำเข้าข้าวรายใหญ่ของไทยที่ใช้เงินยูโรในการค้า ชะลอการนำเข้า เนื่องจากเมื่อเงินยูโรอ่อนค่า ทำให้ราคาข้าวไทยแพงขึ้นในสายตาผู้นำเข้าในแอฟริกา
จากการประเมิน สถานการณ์ข้าวในตลาดโลกในปี"53/54 คาดว่าไทยยังต้องเผชิญการแข่งขันที่รุนแรงต่อไป โดยมีประเด็นสำคัญ ดังนี้
กระทรวง เกษตรของสหรัฐ คาดการณ์ว่าผลผลิตข้าวของโลกในปี"53/54 เพิ่มขึ้นเป็น 459.4 ล้านตันข้าวสาร หรือเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 4%
คาดว่าในปี"54 ปริมาณการค้าข้าวในตลาดโลกเพิ่มขึ้นเป็น 31.4 ล้านตันข้าวสาร หรือเพิ่มขึ้น 6%
คาดว่าปริมาณสต๊อกข้าวปลายปี"54 เพิ่มขึ้นเป็น 96.3 ล้านตัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7% ซึ่งนับว่าอยู่ในเกณฑ์สูงเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี"46 กอปรกับการแข่งขันในการค้าข้าวในตลาดโลกที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น
จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาข้าวทั้งในตลาดโลกและตลาดในประเทศ

