Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » กก.ปฏิรูป ปท.ชี้ต้องผลักดันทั้ง กม.สวัสดิการชาวนา และกองทุนการออม

กก.ปฏิรูป ปท.ชี้ต้องผลักดันทั้ง กม.สวัสดิการชาวนา และกองทุนการออม

Submitted by info on Sat, 10/07/2010 - 09:02

อมราวดี อ่องลา

ดร.เพิ่มศักดิ์ 1 ใน คกก.ปฏิรูป ชี้จำเป็นต้องมีทั้งกองทุนสวัสดิการชาวนาและกองทุนการออมแห่งชาติ ส่วนแก้หนี้นอกระบบไม่ควรใช้มาตรฐานเดียวกัน-วิธีลงทะเบียนช่วยได้ไม่ครอบ คลุม เห็นด้วยกับภาค ปชช. รวม 14 กองทุนบูรณาการหนี้-จัดเงินกู้พิเศษร้อยละ 25 พัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน

ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ ซึ่งเพิ่งได้รับแต่งตั้งเป็นหนึ่งในคณะกรรมการกำกับยุทธศาสตร์การ ปฏิรูป ซึ่งมีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน ให้สัมภาษณ์กับโต๊ะข่าวเพื่อชุมชนถึงร่าง พ.ร.บ. กองทุนสวัสดิการชาวนาที่ยังไม่มีความคืบหน้าและก่อนหน้ามีข่าวว่าซ้ำซ้อนกับ ร่าง พ.ร.บ. กองทุนการออมแห่งชาติของกระทรวงการคลังซึ่งรัฐบาลกำลังผลักดันอยู่ว่า ทั้ง 2 กองทุนมีความสำคัญ ไม่ควรแยกหรือตัดอันใดอันหนึ่งออก เพราะกลุ่ม ชาวนาเป็นกลุ่มที่ต้องการสวัสดิการมากกว่าการออม ขณะเดียวกันก็ต้องมีทุนฟื้นฟูที่ไม่ใช่เพียงการช่วยเหลือ กรณีชราภาพหรือประกอบอาชีพไม่ได้

ดร.เพิ่มศักดิ์ กล่าวว่า อาชีพชาวนากำลังล่มสลาย เนื่องจากชาวนาส่วนใหญ่มีอายุมากและไม่มีสวัสดิการรองรับ กองทุนสวัสดิการชาวนาจึงจำเป็น เพราะช่วยฟื้นฟูโอกาสและทำให้คนกลุ่มนี้อยู่ได้ ส่วนกองทุนการออมแม้จะไม่ใช่คำตอบที่แน่ชัดว่าสร้างสังคมสวัสดิการได้ แต่อย่างน้อยก็นำไปสู่การช่วยเหลือเกื้อกูลกัน เพราะปัญหาหลักของเกษตรกรที่ผ่านคือต้นทุนสูง เพราะไม่ได้ออมเงินไว้ใช้จ่าย แต่ใช้วิธีกู้เงินจากสถาบันการเงินมาใช้ ดังนั้นต้องหนุนทั้ง 2 กองทุนซึ่งมีจุดมุ่งหมายต่างกัน แต่ระวังอย่าให้ขัดกันเอง

ส่วน นโยบายปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาลหรือการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ดร.เพิ่ม ศักดิ์ กล่าวว่า เป็นกลไกเดียวกับกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร คือตัดดอกหมดตัดต้นเหลือครึ่ง ซึ่งต้องศึกษาให้ดี เพราะถึงแม้จะมีประโยชน์ แต่ต้องคำนึงเงื่อนไขลูกหนี้แต่ละกลุ่ม เช่น ลูกหนี้บางรายจ่ายเงินต้นและดอกไปหลายเท่าตัว กลุ่มนี้อาจตัดศูนย์ได้ แต่บางรายที่ยังไม่เคยจ่ายเลยอาจต้องจ่ายมากกว่าครึ่งหรือเกินครึ่ง จะ ใช้มาตรฐานอัตราเดียวกันไม่ได้ นอกจากนี้วิธีการเปิดให้ลงทะเบียน จะช่วยได้เฉพาะคนที่ลงทะเบียนเท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมคนจนจำนวนมากที่ต้องการความช่วยเหลือ

“นโยบาย ของรัฐดีแล้ว แต่เริ่มแล้วต้องมีการปรับ ตอนนี้อาจจัดการได้ประมาณ 5 แสนรายซึ่งเป็นเพียงร้อยละ 10 ของลูกหนี้นอกระบบทั้งหมด สิ่งที่ต้องคิดคือจะมีวิธีการจัดการต่อไปอย่างไร โดยการทบทวนเป็นระยะๆ และปรับให้เข้ากับปัญหา”

สำหรับการให้กองทุนฟื้นฟูฯ ลงไปดูปัญหาการชำระหนี้ รวมทั้งส่งเสริมอาชีพ ดร.เพิ่มศักดิ์ มองว่า เป็นเรื่องที่ดีเพราะเป็นการฟื้นฟูเกษตรกรที่เป็นฐานสำคัญในการพัฒนาประเทศ นอกจากนี้ควรรวมหน่วยงานต่างๆที่ต่างคนต่างทำเรื่องหนี้นอกระบบมาบูรณาการทำ งานร่วมกันเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ

ซึ่งสอดคล้องกับข้อเสนอภาค ประชาชนต่อนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้รวม 14 กองทุนที่เกี่ยวข้องมาบูรณาการร่วมกัน และจัดสรรเงินกู้พิเศษส่งเสริมระบบเกษตรกรรมยั่งยืนร้อยละ 25 ของวงเงินกู้ในแต่ละปี และปฏิรูป ธ.ก.ส.เพื่อเป็นกลไกส่งเสริมคุณภาพคุณภาพชีวิตเกษตรกร โดย ดร.เพิ่ม ศักดิ์ กล่าวว่า เฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มี 14 กองทุน งบประมาณกว่า 7 หมื่นล้านบาทที่ยังไม่ถึงมือเกษตรกรที่เดือดร้อน เพราะกองทุนเหล่านี้ติดขัดเรื่องระเบียบ กฎหมาย วิธีการจัดการที่ไม่คล่องตัว การบูรณาการทุกกองเข้าด้วยกันให้สอดคล้องกับสถานการณ์จะช่วยแก้ปัญหาที่ตรง จุด

สำหรับกรอบเงินกู้พิเศษเป็นข้อเสนอที่ดีในแง่การนำมาใช้ปรับ ปรุงฟื้นฟูการลงทุนระยะยาวในรูปแบบเกษตรกรรมยั่งยืน และร้อยละ 25 ก็มีความเหมาะสม แต่บางรายอาจมากหรือน้อยกว่านี้ได้ตามบริบท และเห็นด้วยที่จะปฏิรูป ธ.ก.ส. เพราะเป็นสถาบันการเงินที่เกษตรกรให้ความเชื่อมั่น ดังนั้นเมื่อเกิดความเสี่ยงก็ต้องร่วมรับผิดชอบกับเกษตรกรด้วย

ดร.เพิ่มศักดิ์ ทิ้งท้ายว่า รัฐต้องเปลี่ยนวิธีการทำงานให้ถึงมือประชาชนไม่ใช่เดินตามกลไกหนึ่งสองสาม สี่ เพราะกว่าจะถึงปลายทางชาวบ้านตายหมดแล้ว อย่างเรื่องหนี้สินต้องลงไปคุยกับชาวบ้าน สร้างทีมที่ทำจากข้างล่างขึ้นมาข้างบน ไม่ใช่ทำแต่แผนระดับชาติ การทำให้ชาวบ้านไม่กลับไปพึ่งหนี้นอกระบบต้องสร้างกลุ่มองค์กรเครือข่ายของ ชุมชนให้เข้มแข็ง สามารถจัดการผลิต จัดการการทุนและพัฒนาองค์กรการเงินได้เองไปพร้อมกันทั้ง 3 องค์ประกอบ

  • โต๊ะข่าวเพื่อชุมชน
  • สิทธิเกษตรกรและชุมชน
  • 246 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues