"สมคิด"ชี้ไทยกินบุญเก่า-ดันจีดีพีโต6% เตือนตั้งรับวิกฤตหนี้ยุโรป-ส่อพ่นพิษใส่ศก.โลก
นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในระยะสั้นไม่น่าเป็นห่วง โดยปี"53 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) มีแนวโน้มเติบได้ 5-6% ตามที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้ ส่วนหนึ่งเพราะกินบุญเก่า หลังประเทศผ่านพ้นวิกฤตเศรษฐกิจปี"40 ทำให้พื้นฐานเศรษฐกิจไทยค่อนข้างแข็งแรงมาก ธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินแข็งแกร่ง ดังนั้นเมื่อเกิดวิกฤตทั่วโลกเมื่อช่วงปี"51-52 ไทยจึงตั้งรับได้ดี ทำให้ช่วงครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยเติบโตได้ดี โดยมีภาคส่งออกช่วย
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือขณะนี้เริ่มมีหลายฝ่ายออกมาเตือน โดยเฉพาะกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ว่า ครึ่งปีหลังจากนี้ต่อเนื่องถึงปี"54 เศรษฐกิจโลกเริ่มส่อแววว่าจะมีปัญหาอีก เพราะขณะนี้ปัญหาหนี้ในยุโรปสูงมาก ฉะนั้นเศรษฐกิจโลกส่ออาการว่าจะเริ่มซึมอีกครั้ง เพราะกำลังซื้อในตลาดโลกเริ่มตก รัฐบาลจึงต้องเร่งปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจภายในประเทศให้เข้มแข็ง ทำให้ตลาดภายในเข้มแข็งให้ประชาชนมีอำนาจซื้อมากขึ้น
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภค เดือนมิ.ย.53 อยู่ที่ระดับ 77.1 ปรับตัวดีขึ้นจากเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา จาก 75.5 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 แต่ดัชนีความเชื่อมั่นของ ผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวอยู่ระดับต่ำกว่า 100 ต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 71 แสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคยังไม่มั่นใจในสถานการณ์ต่างๆ โดยเฉพาะความกังวลต่อความไม่แน่นอนทางการเมือง
ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ที่ระดับ 69.1 ดัชนีเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวมอยู่ที่ระดับ 68.2 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 93.8 ซึ่งเป็นการปรับตัวดีขึ้นครั้งแรกในรอบ 4 เดือน เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มมีความหวังว่าสถานการณ์ต่างๆ น่าจะปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเกี่ยวกับสถานการณ์ในอนาคตปรับตัวดี ขึ้นทุกรายการ และน่าจะมีทิศทางการปรับตัวดีขึ้นเป็นลำดับ เนื่องจากสถานการณ์ทางการเมืองไม่มีความเสี่ยงมากนัก ส่งผลให้ประชาชนเริ่มมั่นใจ และกลับมาจับจ่ายมากขึ้น ประกอบกับช่วงฟุตบอลโลกมาช่วยพยุงเศรษฐกิจให้ดีขึ้น รวมทั้งรัฐบาลเร่งดำเนินโครงการไทยเข้มแข็ง และต่ออายุโครงการลดค่าครองชีพให้กับประชาชน
อย่างไรก็ตามประชาชนส่วนใหญ่ ยังขาดความมั่นใจทางการเมือง จะเห็นได้จากดัชนีความคิดเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในเดือนมิ.ย. ยังต่ำกว่าระดับเดือนมี.ค.โดยหอการค้าไทยยังคงประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ ที่ระดับ 4.5-5.2% แต่หากสถานการณ์ต่างๆ ปรับตัวดีขึ้นกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยเฉพาะความชัดเจนของแผนปรองดองแห่งชาติ การเมืองนิ่ง วิกฤตเศรษฐกิจยุโรปไม่รุนแรง เศรษฐกิจไทยมีโอกาสขยายตัวได้ถึง 6% ภายใต้กรอบราคาน้ำมันไม่เกิน 80 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล การส่งออกขยายตัว 17% อัตราเงินเฟ้อ 3.5% และค่าเงินบาทอยู่ในกรอบ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ

