Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » สุเทพดันโครงการกล้ายาง 8 แสนไร่ผ่านครม.

สุเทพดันโครงการกล้ายาง 8 แสนไร่ผ่านครม.

Submitted by info on Wed, 07/07/2010 - 11:46

“สุเทพ” เดือด!! ดันโครงการปลูกยางพารา ระยะที่ 3 จำนวน 8 แสนไร่ผ่านครม. หลังถูกรุมค้านเรื่องงบประมาณให้เกษตรกร 2,823 ล้านบาท ทั้งที่มีผลตอบแทนสูงกว่า 200,000 บาทต่อ 10 ไร่ต่อปี

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบในหลักการโครงการปลูกยางพาราในที่แห่งใหม่ ระยะที่ 3 ปี 2553 – 2555 พื้นที่เป้าหมายจำนวน 800,000 ไร่ตามที่ ที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการนโยบายยางธรรมชาติเสนอ ประกอบด้วย พื้นที่เป้าหมาย เป็นภาคเหนือ 150,000 ไร่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 500,000 ไร่ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ 150,000 ไร่ โดยนายสุเทพ ได้แจ้งให้ที่ประชุมคาม.รับทราบถึงเหตุผล ว่า โครงการดังกล่าวเพื่อส่งเสริมเกษตรกรรายย่อยที่ไม่เคยมีสวนยางมาก่อน ปลูกยางพาราเพิ่มรายได้และมีความเข้มแข็ง เปิดโอกาสให้เกษตรกรในพื้นที่แห่งใหม่ที่มีศักยภาพในการปลูกยางพารามีทาง เลือกในการประกอบอาชีพที่มั่นคงและมีรายได้เพิ่ม รวมทั้งส่งเสริมการสร้างงานในท้องถิ่น ลดการเคลื่อนย้ายแรงงานจากชนบทเข้าสู่เมือง และส่งเสริมพื้นที่การปลูกป่า ช่วยฟื้นฟูรักษาสภาพแวดล้อมและระบบนิเวศน์ที่ดี

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์คาดว่า จะมีเกษตรกรเข้าร่วมโครงการประมาณ 80,000 – 160,000 ราย เฉลี่ยรายละ 5 -10 ไร่ มีรายได้คิดเป็นมูลค่า 112,000–224,000 บาทต่อรายต่อปี และยังก่อให้เกิดการสร้างงานในท้องถิ่น โดยมีแรงงานภาคการเกษตรไม่น้อยกว่า 100,000 คน และผลผลิตยางธรรมชาติของประเทศเพิ่มขึ้น นับจากปี 2560 เป็นต้นไป จำนวน 222,400 ตันต่อปี มูลค่าประมาณ 22,240 ล้านบาทต่อปี คำนวณ ณ ราคายาง F.O.B 100 บาทต่อกิโลกรัม วันที่ 19 ม.ค. 2553 ขณะที่ภาครัฐจะมีรายได้การเก็บเงินจากผู้ส่งยางออกนอกราชอาณาจักร (Cess) เพิ่มขึ้นประมาณ ปีละ 311 ล้านบาทเพื่อนำไปใช้เป็นทุนสงเคราะห์ชาวสวนยางต่อไป

ผู้สื่อข่าว รายงานว่า ในการเสนอโครงการครั้งนี้นายสุเทพได้ขอให้ที่ประชุมครม.อนุมัติงบประมาณ เพื่อดำเนินโครงการดังกล่าวจำนวน 3,974.56 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าปัจจัยการผลิต คือพันธุ์ยางและปุ๋ยจำนวน 2,823.2 ล้านบาท ค่าฝึกอบรมเกษตรกรตลอดโครงการจำนวน 800 ล้านบาท ค่าบริหารโครงการจำนวน 351.36 ล้านบาท แต่นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สศช.) ได้ติงว่า โครงการนี้เกษตรกรจะได้รับผลตอบแทนโครงการค่อนข้างสูงถึง 224,000 บาทต่อรายต่อปีต่อพื้นที่ 10 ไร่ ซึ่งสูงมากเมื่อเทียบกับพืชเศรษฐกิจชนิดอื่น รัฐบาลไม่ควรที่จะนำงบประมาณไปอุดหนุนปัจจัยการผลิตในลักษณะให้เปล่า แต่ควรจะให้การสนับสนุนในลักษณะของสินเชื่อผ่อนปรนมากกว่า โดยมีระยะเวลาปลอดหนี้ที่ยาวกว่าปกติ และให้เกษตรกรขอรับสินเชื่อโดยตรงจากสถาบันการเงิน

นอกจากนี้นายอำพน ยังแสดงความเห็นเพิ่มเติมว่า หากรัฐบาลเข้าไปจัดหาการผลิตให้โครงการนี้ ต่อไปก็จะมีเกษตรกรที่ปลูกพืชเศรษฐกิจอื่นๆเรียกร้องให้รัฐบาลจัดหาปัจจัย การผลิตแบบเดียวกันบ้าง แล้วรัฐบาลจะทำอย่างไร ซึ่ง สศช.เห็นว่ารัฐบาลควรเน้นบทบาทด้านการสนับสนุนความรู้ด้านวิชาการ การรับรองมาตรฐานพันธุ์ยาง รวมทั้งการสนับสนุนด้านการตลาดมากกว่า นายสุเทพแย้งขึ้นว่าการปลูกยางพาราต้องลงทุนถึง 7 ปีกว่าจะกรีดได้ ต้องลงทุนมาก เกษตรกรไม่มีเงินลงทุน ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องเงินงบประมาณดังกล่าวขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปหารือกับธนาคาร เพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) แล้วรัฐบาลจะอุดหนุนเรื่องดอกเบี้ยให้อีกทั้งนายกฯ ยังต้องข้อสังเกตเพิ่มเติมว่ากรณีที่จะขออนุมัติงบประมาณไปใช้เพื่อฝึกอบรม ในช่วงก่อนการปลูกยางพาราประมาณ 300 ล้านบาทนั้น ควรรอให้เกษตรกรมีเงินลงทุนที่ชัดเจนก่อนได้หรือไม่ เพราะถ้าฝึกอบรมก่อนแล้วไม่มีเงินลงทุนก็จะเกิดความเสียหาย นายสุเทพ กล่าวชี้แจงว่าโครงการนี้อย่างไรก็ต้องทำให้ได้ ไม่ว่าเอาเงินมากจากไหน จึงอยากขอให้ครม.อนุมัติงบประมาณไปเลย

  • ไทยโพสต์
  • สิ่งแวดล้อม
  • 449 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues