ราคาปาล์มทรุด-หนุนเพิ่มผลผลิต
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า คาดการณ์ราคาปาล์มน้ำมันปี"53 จะลดลงเนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ส่งผลให้ผลปาล์มมีเปอร์เซ็นต์น้ำมันปาล์มค่อนข้างต่ำ เป็นเหตุให้ราคาปาล์มน้ำมันอาจลดลง โดยการส่งออกปาล์มน้ำมันในปี"52 อยู่ที่ 200,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 4,900 ล้านบาท ลดลงจากปี"51 ที่มีปริมาณการส่งออกอยู่ที่ 500,000 ตัน คิดเป็นมูลค่า 16,800 ล้านบาท
ส่วนการเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) จะไม่ส่งผลกระทบต่อปาล์มน้ำมันมากนัก เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ ได้วางแนวทางสำหรับเรื่องดังกล่าวในระยะยาว ทั้งด้านกฎเกณฑ์และระเบียบต่างๆ ที่จะทำให้เกิดการพัฒนาการผลิตปาล์มทั้งระบบให้มีศักยภาพแข่งขันกับตลาดต่าง ประเทศได้ อาทิ มาตรฐานปาล์มน้ำมัน แนวทางการประกันรายได้ การจัดตั้งกองทุนปาล์มน้ำมัน และบริหารการนำเข้าโดยควรนำเข้าเฉพาะน้ำมันปาล์มเพื่อการบริโภคและกำหนดระยะ เวลานำเข้าที่ชัดเจนไม่ให้ส่งผลกระทบต่อราคาปาล์มภายในประเทศ
ทั้งนี้รัฐบาลและกระทรวงเกษตรฯ ดำเนินการส่งเสริมและพัฒนาปาล์มน้ำมันทั้งระบบมาอย่างต่อเนื่อง ภายใต้การบริหารจัดการเชิงนโยบาย ของคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ซึ่งดำเนินงานผ่านแผนพัฒนาอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันและน้ำมันปาล์ม ปี"51-55 ที่มุ่งสู่การพัฒนาและสร้างมูลค่าปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันปาล์มทั้ง ระบบอย่างยั่งยืน โดยมี 5 ยุทธศาสตร์รองรับ คือ ยุทธศาสตร์เพิ่มผลิตภาพคุณค่าผลปาล์มน้ำมันและผลิตภัณฑ์ ยุทธศาสตร์การเพิ่มประสิทธิภาพการตลาด ยุทธศาสตร์การใช้พลังงานทดแทน ยุทธศาสตร์การวิจัยและพัฒนาบุคลากร และยุทธศาสตร์การบริหารและการจัดการ
นอกจากนี้รัฐบาลยังมีมาตรการจูงใจให้เกษตรกรหันมาปลูกปาล์มมากกว่าการปลูก ยางพารา ซึ่งเพาะปลูกได้ในพื้นที่เดียวกัน เช่น การให้เงินกู้ปลอดดอกเบี้ย และการทำข้อตกลงซื้อขายล่วงหน้า

