สั่งแก้ก.ม.ร่วมทุน2เดือน
ไตรรงค์แนะเพิ่มวงเงิน2พันล้าน เพิ่มโทษเจ้าหน้าที่รัฐพัวพันทุจริต
นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเพื่อพิจารณาแนวทางการเพิ่ม บทบาทภาคเอกชนในรูปแบบพีพีพี ว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการคลังเร่งปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยการให้เอกชนเข้าร่วม งานหรือดำเนินการในกิจการของรัฐ พ.ศ. 2535 หรือ พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้มีการปรับปรุงแก้ไข มาหลายครั้งแต่ยังไม่ได้นำมาพิจารณาให้แล้วเสร็จอย่างเป็นทางการ ทั้งที่มีโครงการทั้งของภาครัฐและเอกชนเป็นจำนวนมากต้องดำเนินการตามกฎหมาย ฉบับนี้
ทั้งนี้กฎหมายฉบับเดิมได้บังคับใช้มานานกว่า 18 ปี ซึ่งไม่ทันสมัยและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ และยังมีเงื่อนไขที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการลงทุน ดังนั้นจึงต้องเร่งแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เกิดความคล่องตัว ชัดเจนโปร่งใส ลดขั้นตอน และลดการเอื้อประโยชน์กับกลุ่มธุรกิจรายใดรายหนึ่ง รวมถึงวงเงินลงทุนของโครงการต่าง ๆ ที่กำหนดให้ต้องดำเนินการภายใต้กฎหมาย ซึ่งปัจจุบันกำหนดไว้เพียง 1,000 ล้านบาท ซึ่งอาจต่ำเกินไปและไม่สอดคล้องกับสถานการณ์
รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล กล่าวว่า กระทรวงการคลังได้แก้ไขกฎหมายร่วมทุนฯ โดยกำหนดให้วงเงินลงทุนเพิ่มเป็น 2,000 ล้านบาทขึ้นไป พร้อมทั้งกำหนดบทลงโทษเพิ่มขึ้นเป็นอีกหมวดหนึ่งของกฎหมายโดยเฉพาะ ซึ่งกำหนดบทลงโทษสำหรับข้าราชการ ผู้บริหารสูงสุดของรัฐวิสาหกิจ พนัก งานรัฐวิสาหกิจ ข้าราชการหรือพนักงานหน่วยงานอื่นของรัฐ ที่ไม่ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ในกฎหมายให้ถือว่ากระทำผิดวินัยอย่าง ร้ายแรงและหากจงใจทุจริตจะถือว่าทำผิดอาญาและผิดละเมิด ด้วย
นอกจากนี้ยังได้กำหนดบทลงโทษทางอาญากรณีที่เอกชนมีพฤติกรรมจงใจหรือร่วมใน การหลีกเลี่ยงไม่ปฏิบัติตามกฎหมายไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ของตนเองหรือผู้อื่น และกำหนดห้ามไม่ให้ผู้ที่มีส่วนได้เสียกับการให้เอกชนเข้าร่วมงานฯในทุกขั้น ตอนเข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นหรือผู้บริหารสูงสุดของบริษัทเอกชนที่เข้าร่วมงานฯ รวมทั้งได้กำหนดบทเฉพาะกาลเพื่อกำหนดขั้นตอนสำหรับโครงการที่อยุ่ระหว่างให้ เอกชนเข้าร่วมงานฯด้วย
“สาระสำคัญของกฎหมายที่ได้แก้ไขยังได้กำหนดให้ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการ พัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติหรือ สศช. ทบทวนมูลค่าวงเงินลงทุนของโครงการทุก ๆ 5 ปี ด้วย”

