รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม-สุขภาพ
นายช่าง . . เลาะรั้ว
มีความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการก่อสร้างและการลงทุนโครงการในนิคมมาบตาพุดคืบ หน้าไปได้ระดับหนึ่งในสัปดาห์ก่อน เมื่อครม.มีมติรับร่างพ.ร.บ.องค์ การอิสระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ เรื่องต้องมี "องค์การอิสระ" ประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากรธรรม ชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการโครงการที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ เพื่อส่งให้รัฐสภาพิจารณาตราเป็นพระราชบัญญัติหรือเป็นกฎหมายต่อไป
สาระ สำคัญในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ขอกล่าวถึงเพื่อให้เกิดความเข้าใจของผู้ จะต้องทำรายงานผลกระทบก็คือ เรื่องอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการที่กำหนดไว้ในหมวด 2 อำนาจหน้าที่ ตามมาตรา 16 โดยเฉพาะ(2) และมาตรา 21 (วรรค 1) มาตรา 22 มาตรา 33 (วรรค 1) สรุปได้ดังนี้คือ
1.ให้ความเห็นต่อโครงการ หรือกิจกรรม ที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อชุมชนอย่างรุนแรง ทั้งทางด้านคุณภาพสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพ รวมทั้งนโยบายหรือแผนซึ่งเป็นที่มาของโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าว
2.ก่อน ริเริ่มดำเนินโครงการหรือกิจกรรมข้อ 1 ให้หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับโครงการหรือกิจกรรมให้ คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยว ข้องก่อนการดำเนินการดังกล่าว
3.ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นว่าหน่วยงาน ของรัฐหรือเอกชนจะดำเนินโครงการหรือกิจกรรมตามมาตรา ข้อ 1 ให้คณะกรรมการพิจารณาศึกษาโครงการหรือกิจกรรมดังกล่าว เพื่อให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐก่อนการดำเนินการ
4.ให้ หน่วยงานของรัฐหรือเอกชนเจ้าของโครงการหรือกิจกรรมที่มีผลกระทบต่อสุขภาพ ส่งข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวด ล้อมและสุขภาพให้คณะกรรมการตั้งแต่ขั้นตอนการศึกษาความเป็นไปได้ การกำหนดขอบเขตการศึกษา และรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ให้คณะกรรมการพิจารณาเพื่อให้ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรี หรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องก่อนการให้ความเห็นชอบกับรายงานดังกล่าว
ประเด็น ของอำนาจหน้าที่ที่สำคัญก็คือ มาตรา 24 (วรรค 1)
มาตรา 24 ในกรณีที่หน่วยงานของรัฐผู้มีอำนาจอนุมัติ อนุญาตให้ดำเนินโครงการหรือกิจกรรมตามมาตรา 16 (1) หรือมาตรา 17 วรรคสอง ให้หน่วยงานของรัฐผู้มีอำนาจส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็นต่อ หน่วยงานของรัฐก่อนการอนุมัติ อนุญาตให้ดำเนินการดังกล่าว
เรื่องที่ จะขอเสนอเพื่อความชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติงานก็คือ ในการดำเนินงานโครงการใด ซึ่งการทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อนดำเนินโครงการใดในโครงการที่มีผล กระทบสิ่งแวดล้อม จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะผู้ชำนาญการ (ตามพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อม) นั้น ถ้าหากว่านอกจากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตามประกาศของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แล้ว ยังมีผลกระทบต่อสุขภาพของชุมชนด้วยนั้น จะต้องเสนอรายงานผลกระทบไปยังหน่วยงานทั้งสองหน่วยงานหรือไม่ หรือจะร่วมส่งรายงานนั้นไปยังหน่วยงานเดียวหน่วยงานใด
ขณะเดียวกัน กลับปรากฏในมาตรา 24 ว่า ให้หน่วยงานของรัฐส่งเรื่องให้คณะกรรมการพิจารณาให้ความเห็น หมายความว่าจะต้องให้ ผู้จะดำเนินโครงการส่งเรื่องขออำนาจอนุมัติโครงการต่อหน่วยงาน ผู้มีอำนาจอนุมัติโครงการ แล้วผู้มีอำนาจอนุมัติโครงการจึงจะส่งเรื่องขอความเห็นประกอบจากคณะกรรมการ องค์การอิสระใช่หรือไม่
ประเด็นสำคัญที่น่าสงสัยก็คือในบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญที่บัญญัติว่า รวมทั้งได้ให้องค์การอิสระซึ่งประกอบด้วยผู้แทนองค์การเอกชนด้านสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ และผู้แทนสถาบันอุดมศึกษาที่จัดการการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมหรือทรัพยากร ธรรมชาติหรือด้านสุขภาพ ให้ความเห็นประกอบก่อนมีการดำเนินการดังกล่าว วัตถุประสงค์ก็คือ ให้มีองค์การอิสระให้ความเห็นประกอบก่อนดำเนินการนั้น
คำ ถามคือให้คณะองค์การอิสระให้ความเห็นประกอบการพิจารณาต่อคณะกรรมการสิ่งแวด ล้อมแห่งชาติ (หรือคณะกรรมการผู้ชำนาญการ) ก่อนที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมให้ผู้มีอำนาจตามกฎหมายอนุมัติโครงการ (เช่น เจ้าพนักงานท้องถิ่นหรือผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรม) ออกใบอนุญาตก่อสร้างหรือดำเนินการโครงการต่อไปใช่หรือไม่
โดยที่ มาตรา 24 วรรคหนึ่งที่บัญญัติว่าให้หน่วยงานของรัฐ (ผู้มีอำนาจอนุมัติโครงการ) ต้องส่งรายงานผลกระทบต่อสุขภาพนั้นจะดำเนินการอย่างไร
จึงน่าสงสัย ว่า ลำดับขั้นตอนการทำรายงานผลกระทบนั้นจะต้องกระทำอย่างใด สุดท้ายคือ จำเป็นจะต้องแยกรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพเป็น 2 ส่วน เพื่อให้คณะกรรมการทั้งสองคณะเห็นชอบในหลักการใช่หรือไม่

