จับตาฤกษ์จุดพลุสภาเกษตรกรแห่งชาติ
รายงานพิเศษ
ร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ นับเป็นความหวังของเกษตรกรมานานนับ 10 ปี
ด้วยความหวังที่จะมีกฎหมายเพื่อมาดูแลรักษาสิทธิอันชอบธรรม ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน หรือพ่อค้าคนกลาง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรไทย
สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ กำหนดให้มีการจัดตั้งองค์กรการเกษตรและสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อจัดทำแผนแม่บทพัฒนาการเกษตรตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 84 บัญญัติ
โดยให้หลักประกันสิทธิเสรีภาพในการคุ้มครองรักษาผลประโยชน์เกี่ยวกับการผลิต และการตลาด เพื่อให้สินค้าเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด
รวมถึงมีเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการรวมตัวกันอย่างเป็นเอกภาพก่อให้เกิดความเข้มแข็งจากการรวมตัวกันเป็น เครือข่าย
และที่สำคัญคือเกษตรกรสามารถจัดทำแผนแม่บทเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อให้การกำหนดนโยบายเกี่ยวกับภาคเกษตรกรรมมีความสอดคล้องตามแผนแม่บท สามารถแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้ตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น
ไม่ใช่การแก้ปัญหาจากแนวความคิดของฝ่ายบริหารเพียงส่วนเดียว
การจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติจึงเป็นเป้าหมายแรกที่จะเกิดขึ้นตามร่างพ.ร.บ. ดังกล่าว
หลังจากสภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ วาระ 1 เมื่อวันที่ 9 ก.ย.52 โดยใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก จากที่มีส.ส.เสนออีก 6 ฉบับ ก็ได้มีการพิจารณามาตามขั้นตอน จนถึงปัจจุบัน
ล่าสุด ร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาแล้ว
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คาดว่าจะสามารถเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาในสมัยประชุมสามัญที่จะ เปิดในวันที่ 4 ส.ค.53
หากสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบตามร่างที่วุฒิสภาพิจารณา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และนำลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป
นายธีระคาดว่ากระบวนการต่างๆ ข้างต้นจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ไม่เกินสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน
นายธีระระบุว่า เมื่อกฎหมายดังกล่าวออกใช้บังคับจะส่งผลให้เกษตรกรซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ และเป็นกลุ่มอาชีพสำคัญของประเทศได้มีสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อรักษา สร้างประโยชน์ให้กับกลุ่มของตนเหมือนกับกลุ่มอาชีพอื่นๆ อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย ฯลฯ
นอกจากนี้ เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องดำเนินการตามบทเฉพาะกาลของกฎหมายให้แล้วเสร็จ ภายในเวลา 2 ปี โดยปฏิบัติตามรายละเอียดที่ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำหน้าที่เลขาธิการ ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ และให้เกษตรกรและสหกรณ์จังหวัดทำหน้าที่หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด มีระยะเวลา 2 ปี
รวมทั้งให้ดำเนินการเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนเกษตรกร/องค์กรเกษตรกร
และภารกิจที่สำคัญ คือ การจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกร 76 จังหวัด ซึ่งจะเป็นที่มาของสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติชุดแรก อันเป็นองค์ประกอบให้เกิดสภาเกษตรกรแห่งชาติขึ้น
เพื่อเข้ามาทำหน้าที่พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กร เกษตรกรไทยต่อไป
ต้องดูความจริงใจของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรว่าจะผลักดันร่างพ.ร.บ.สภา เกษตรกรแห่งชาติ ออกมาเป็นรูปธรรมได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่
และจะสามารถจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่ถือเป็นมิติใหม่ของประเทศได้อย่างโปร่งใสแค่ไหน

