Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » จับตาฤกษ์จุดพลุสภาเกษตรกรแห่งชาติ

จับตาฤกษ์จุดพลุสภาเกษตรกรแห่งชาติ

Submitted by info on Fri, 25/06/2010 - 17:18

รายงานพิเศษ

ร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ นับเป็นความหวังของเกษตรกรมานานนับ 10 ปี

ด้วยความหวังที่จะมีกฎหมายเพื่อมาดูแลรักษาสิทธิอันชอบธรรม ไม่ให้ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุน หรือพ่อค้าคนกลาง เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับภาคเกษตรไทย

สาระสำคัญของร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ กำหนดให้มีการจัดตั้งองค์กรการเกษตรและสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อจัดทำแผนแม่บทพัฒนาการเกษตรตามที่รัฐธรรมนูญมาตรา 84 บัญญัติ

โดยให้หลักประกันสิทธิเสรีภาพในการคุ้มครองรักษาผลประโยชน์เกี่ยวกับการผลิต และการตลาด เพื่อให้สินค้าเกษตรได้รับผลตอบแทนสูงสุด

รวมถึงมีเวทีสำหรับแลกเปลี่ยนความคิดเห็น มีการรวมตัวกันอย่างเป็นเอกภาพก่อให้เกิดความเข้มแข็งจากการรวมตัวกันเป็น เครือข่าย

และที่สำคัญคือเกษตรกรสามารถจัดทำแผนแม่บทเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณา เพื่อให้การกำหนดนโยบายเกี่ยวกับภาคเกษตรกรรมมีความสอดคล้องตามแผนแม่บท สามารถแก้ไขปัญหาของเกษตรกรได้ตรงกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

ไม่ใช่การแก้ปัญหาจากแนวความคิดของฝ่ายบริหารเพียงส่วนเดียว

การจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติจึงเป็นเป้าหมายแรกที่จะเกิดขึ้นตามร่างพ.ร.บ. ดังกล่าว

หลังจากสภาผู้แทนราษฎรรับหลักการร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ วาระ 1 เมื่อวันที่ 9 ก.ย.52 โดยใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก จากที่มีส.ส.เสนออีก 6 ฉบับ ก็ได้มีการพิจารณามาตามขั้นตอน จนถึงปัจจุบัน

ล่าสุด ร่างพ.ร.บ.สภาเกษตรกรแห่งชาติ ได้ผ่านความเห็นชอบของวุฒิสภาแล้ว

นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า คาดว่าจะสามารถเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาในสมัยประชุมสามัญที่จะ เปิดในวันที่ 4 ส.ค.53

หากสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบตามร่างที่วุฒิสภาพิจารณา สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย และนำลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาเพื่อให้มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป

นายธีระคาดว่ากระบวนการต่างๆ ข้างต้นจะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จได้ไม่เกินสิ้นปีนี้อย่างแน่นอน

นายธีระระบุว่า เมื่อกฎหมายดังกล่าวออกใช้บังคับจะส่งผลให้เกษตรกรซึ่งเป็นคนกลุ่มใหญ่ และเป็นกลุ่มอาชีพสำคัญของประเทศได้มีสภาเกษตรกรแห่งชาติ เพื่อรักษา สร้างประโยชน์ให้กับกลุ่มของตนเหมือนกับกลุ่มอาชีพอื่นๆ อาทิ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สภาหอการค้าไทย ฯลฯ

นอกจากนี้ เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะต้องดำเนินการตามบทเฉพาะกาลของกฎหมายให้แล้วเสร็จ ภายในเวลา 2 ปี โดยปฏิบัติตามรายละเอียดที่ให้ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำหน้าที่เลขาธิการ ของสภาเกษตรกรแห่งชาติ และให้เกษตรกรและสหกรณ์จังหวัดทำหน้าที่หัวหน้าสำนักงานสภาเกษตรกรจังหวัด มีระยะเวลา 2 ปี

รวมทั้งให้ดำเนินการเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนเกษตรกร/องค์กรเกษตรกร

และภารกิจที่สำคัญ คือ การจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกร 76 จังหวัด ซึ่งจะเป็นที่มาของสมาชิกสภาเกษตรกรแห่งชาติชุดแรก อันเป็นองค์ประกอบให้เกิดสภาเกษตรกรแห่งชาติขึ้น

เพื่อเข้ามาทำหน้าที่พัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งแก่เกษตรกรและองค์กร เกษตรกรไทยต่อไป

ต้องดูความจริงใจของรัฐบาลและสภาผู้แทนราษฎรว่าจะผลักดันร่างพ.ร.บ.สภา เกษตรกรแห่งชาติ ออกมาเป็นรูปธรรมได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้หรือไม่

และจะสามารถจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติ ที่ถือเป็นมิติใหม่ของประเทศได้อย่างโปร่งใสแค่ไหน

  • ข่าวสด
  • สิทธิเกษตรกรและชุมชน
  • 363 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues