แฉ!จีนแสบปลอมปนข้าวหอมมะลิไทย
นางมิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด ผู้อำนวยการสถาบันศึกษานโยบายสาธารณะ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยในการบรรยายเรื่องการพัฒนาข้าวไทยในตลาดจีนว่า สถาบันศึกษาเรื่องดังกล่าวร่วมกับ Center for Chinese Agricultural policy ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐของจีน พบว่า ปัจจุบันแม้จีนจะผลิตข้าวได้มากที่สุดในโลกแต่ปริมาณยังไม่เพียงพอกับความ ต้องการของตลาด ทำให้ต้องนำเข้าข้าวคุณภาพสูงโดยเฉพาะข้าวหอมมะลิจากไทยอยู่จำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เนื่องจากข้าวหอมมะลิของไทยมีราคาแพง ทำให้จีนได้วิจัยและพัฒนาพันธุ์ข้าวไฮบริดที่เป็นสายพันธุ์ใกล้เคียงกับข้าว หอมมะลิ คือพันธุ์ข้าว 923, 9113 และชิ่นเซียง
ทั้งนี้ ข้าวไทยที่มีราคาสูงในตลาดจีนทำให้เกิดปัญหาปลอมปนข้าวไทยแบ่งเป็น 4 ลักษณะคือ 1.ใช้ข้าวไทยอื่นๆ มาผสมในประเทศไทย ส่วนใหญ่จะเป็นข้าวปทุมธานี ที่ผู้ประกอบการจะปนไปกับข้าวหอมมะลิ และระบุข้างถุงว่าเป็นข้าวหอมมะลิ 92% ทำให้ไม่สามารถเอาผิดในด้านมาตรฐานได้ และ 2.ใช้ข้าวไทยผสมแต่ทำในจีน และ 3.ใช้ข้าวจีนผสมในจีน ส่วนใหญ่จะใช้ข้าวหอมมะลิปนกับข้าวพันธุ์ 923 และ 9113 ของจีน เนื่องจากมีลักษณะที่คล้ายกัน และ 4.ข้าวจีนที่ส่งออกไปฮ่องกง หรือทางเหนือของไทยแล้วนำกลับเข้ามาในชื่อข้าวหอมมะลิไทย ซึ่งข้าวเหล่านี้จะวางขายทั้งในตลาดโมเดิร์นเทรด และตลาดขายส่งให้กับโรงแรมและร้านอาหารทั่วไป ทั้งหมดทำให้เกิดปัญหาตลาดข้าวคุณภาพของไทย และปริมาณส่งออกข้าวไทยในตลาดจีนโดยรวมลดลงอย่างต่อเนื่องเฉลี่ยประมาณปีละ 80,151 ตัน โดยในปี"49 ส่งออกได้ 614,813 ตัน ปี"50 ส่งออกได้ 415,203 ตัน ปี"51 ส่งออกได้ 276,255 ตัน และปี"52 ส่งออกได้ 112,463 ตัน
สำหรับ ข้าวพันธุ์ 923 และ 9113 นั้น ไม่มีความหอมแต่ลักษณะของเมล็ดใกล้เคียงกับหอมมะลิมาก ในขณะที่ข้าวชิ่นเซียงมีคุณลักษณะด้านดีกว่าข้าวหอมมะลิของไทยทุกประการ โดยให้ผลผลิตต่อไร่ 467 กิโลกรัม อมิโลส 17% เมล็ดยาว 9.1 มิลลิเมตร ความใสเกรด 1 ทำให้จีนส่งเสริมการผลิตข้าวดังกล่าวเพื่อวางจำหน่ายตลาดในราคาใกล้เคียงกับ หอมมะลิของไทย

