CPSสุ่มวิจัยข้าวลูกผสมใหม่ ทนแล้งต้านแมลงผลผลิตสูง
กลุ่มพืชครบวงจร (CPS) เร่งเครื่องผลิต ข้าวลูกผสมสายพันธุ์ใหม่ ทนร้อน ทนแล้ง ต้านทานโรคและแมลง หวังสร้างทางเลือกใหม่ให้กับเกษตรกรเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ส่วนตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสม CP 304-CP 388 ต้านเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ยังไป ได้สวย ตั้งเป้าผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวปีหน้าให้ได้ 600 ตัน
นาย มนตรี คงตระกูลเทียน ประธานคณะผู้บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วมกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร (CPS) เครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ปัจจุบัน ทางกลุ่ม CPS ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลวิชาการด้านการปรับปรุงพันธุ์ข้าวลูกผสม (Hybrid Rice) กับนักวิชาการจีนซึ่งเป็นต้นตำรับในการพัฒนาข้าวลูกผสมของโลก เพื่อเร่งวิจัยข้าวพันธุ์ใหม่ให้ทนทานต่ออุณหภูมิความร้อนที่สูงขึ้น รวมทั้งปัญหาความแห้งแล้ง อายุสั้น เก็บเกี่ยวไวและที่สำคัญต้องให้ผลผลิตสูง เฉลี่ยไม่ต่ำกว่าไร่ละ 1,500 ก.ก.
ทุกปีที่ผ่านมา CPS สามารถคัดพันธุ์ข้าวคู่ผสมใหม่ได้ไม่ต่ำกว่า 400-500 คู่ผสม จากพันธุ์ข้าวจำนวนนี้ CPS สามารถ คัดเลือกข้าวลูกผสมพันธุ์ใหม่ได้ประมาณ 4-5 สายพันธุ์ที่มีศักยภาพทางการผลิตและ การตลาดเหมาะสมที่จะเป็นข้าวทางเลือกใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของ ข้าวไทยในเวทีตลาดโลกได้แล้วและเตรียมวางแผนนำข้าวลูกผสมพันธุ์ใหม่เข้า ทดสอบในแปลงเพาะปลูกของเกษตรกรในช่วงปลายปี หากผลการทดสอบเป็นไปตาม เป้าหมาย คาดว่าจะสามารถเปิดตัวข้าวลูกผสมพันธุ์ใหม่เข้า สู่ตลาดเชิงพาณิชย์ ได้ภายใน 2 ปีข้างหน้า
นายมนตรีกล่าวอีกว่า วิกฤตภัยแล้ง ในปีนี้ได้ก่อให้เกิดปัญหาการแพร่ระบาดของโรคและแมลงศัตรูพืชในพื้นที่ปลูก ข้าว ทั่วประเทศมากขึ้น ทำให้นาข้าวได้รับ ความเสียหายในวงกว้างเกษตรกรเก็บเกี่ยวผลผลิตได้น้อยลง และคาดว่าสถานการณ์ดังกล่าวจะกลายเป็นปัญหาอุปสรรคสำคัญต่อการพัฒนาผลผลิต ข้าวไทยสู่ตลาดโลกในระยะยาว
เนื่องจากนักวิชาการจำนวนมาก คาดการณ์ว่า ทั่วโลกจะเผชิญหน้ากับวิกฤตภัยแล้งต่อเนื่องยาวนานในอนาคตทำให้กลุ่ม CPS ต้องเร่งคัดเลือกพันธุ์ข้าวที่มีคุณภาพในการหุงต้มที่ดีให้ผลผลิตสูงต้านทาน โรคและแมลงทนทานต่อสภาพสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
ส่วน แนวโน้มตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมในปีนี้พบว่ามีอัตราขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่องทั้งพันธุ์ CP 304 กับ CP 388 เนื่องจากเป็นพันธุ์ข้าวที่มีคุณสมบัติต้าน ทานต่อการแพร่ระบาดของเพลี้ยกระโดด สีน้ำตาลได้ดีอยู่ในกลุ่มข้าวขาวเช่นเดียวกับ พันธุ์ข้าวชัยนาท พิษณุโลก และสุพรรณบุรี แต่ให้ผลผลิตสูงกว่าพันธุ์ข้าวทั่วไป 20-30% ที่สำคัญให้ผลผลิตสูง เฉลี่ยไร่ละ 1,000 ก.ก. มีอายุการเก็บเกี่ยวสั้น เฉลี่ย 95-100 วัน จึงเหมาะกับพฤติกรรมการปลูกข้าว ของเกษตรกรภาคกลาง ซึ่งโดยปกติมีอัตรา การทำนา เฉลี่ย 2 ปี 5 ครั้ง
นายมนตรีกล่าว ว่า ปีนี้ทางกลุ่ม CPS สามารถผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสม ได้จำนวน 100 ตัน แต่ในปีหน้าตั้งเป้าขยายกำลังผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมเพิ่มขึ้นเป็น 600 ตัน โดยมุ่งส่งเสริมการปลูกข้าวและ รับซื้อผลผลิตคืนในแหล่งปลูกข้าวในเขตพื้นที่ชลประทาน 20 จังหวัด ได้แก่นครปฐม, ปทุมธานี, ชัยนาท, ตาก, เชียงราย, เชียงใหม่, อุตรดิตถ์ เป็นต้น ได้ไม่ต่ำกว่า 12 ล้านไร่
ปัจจุบันไทยยังประสบปัญหาการ ขาดแคลนเมล็ดพันธุ์ข้าวอีกเป็นจำนวนมาก ดังนั้น บริษัทเชื่อว่า ตลาดเมล็ดพันธุ์ข้าวลูกผสมจะมีโอกาสเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในระยะยาว เนื่องจากปีนี้ กรมการข้าว มีข้อจำกัดในการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวต้านทานเพลี้ยกระโดด ทางกลุ่ม CPS จึงซื้อเมล็ดพันธุ์ข้าวของทางราชการ เช่น พันธุ์ กข.29 พันธุ์ กข.41 มาผลิตเป็นเมล็ดพันธุ์ขยาย เพื่อจำหน่ายให้แก่เกษตรกรใช้เป็นพันธุ์ข้าวที่ต้านทานเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ในเขตพื้นที่ภาคกลางและภาคเหนือตอนล่างอีกทางหนึ่ง

