มาเลย์เสนอจับ มือ'ไทย-อินโด-ญวน'ตั้งตลาดยางพารา
มาเลเซียเสนอจัดตั้ง “ตลาดยางพาราระหว่างประเทศ” ร่วมกับอินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย เพื่อควบคุมราคายางพาราโลก และรักษาปริมาณการผลิตให้มั่นคง...
นายฮัมซา ไซนุดดิน รมว.เกษตร และสินค้าอุปโภคบริโภคมาเลเซียแถลงเมื่อ 18 มิ.ย. ว่า มาเลเซียเสนอจัดตั้งองค์กรภูมิภาค ช่ือ “ตลาดยางพาราระหว่างประเทศ” ร่วมกับอินโดนีเซียและไทย ซึ่งเป็นประเทศผู้ผลิตยางพาราอันดับ 1-3 ของโลก โดยดึงเวียดนามมาร่วมด้วย ทั้งนี้เพื่อควบคุมราคายางพาราโลก และรักษาปริมาณการผลิตให้มั่นคง ขณะที่ราคายางพารากำลังพุ่ง
นายฮัม ซาเผยว่าตลาดยางพาราระหว่างประเทศจะมีศูนย์กลางอยู่ท่ีกรุงกัวลาลัมเปอร์ ขณะนี้ความสัมพันธ์ของประเทศภาคี ยังไม่เป็นทางการแต่มีความเข้าใจกันแล้ว และจะประชุมกันอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง ยังไม่อยากบอกว่าเป็นองค์กร แต่ต้องการเห็นราคายางมีเสถียรภาพและดีต่อทุกฝ่าย เมื่อราคายางตกต่ำจะดึงรั้งอุปทานไม่ให้มากเกินไป เพื่อตรึงราคายางดิบให้มั่นคงที่ 8.0-9.0 ริงกิต (244-249 เซนต์ หรือราว 80-90 บาท) ต่อกก. และตั้งเป้าจะให้ถึงกก.ละ 300 เซนต์ใน 5 ปีข้างหน้า มาเลเซีย อินโดฯ ไทยและเวียดนามผลิตยางดิบได้ถึง 76% และส่งออกถึง 93% ของทั้งโลก ในช่วงก.ค.-ธ.ค. 2551 ขณะเศรษฐกิจโลกถดถอย ราคายางตกต่ำลงกว่า 66% ไปอยู่ท่ี 110 เซนต์ต่อกก. ก่อนจะพุ่งขึ้นถึง 287 เซนต์ในเดือนธ.ค.2552
อย่างไรก็ตาม นายซาเจน ปีเตอร์ ประธานคณะกรรมการยางพาราของอินเดีย ผู้ผลิตยางอันดับ 4 ของโลกชี้ว่าไม่มีความจำเป็นต้องตั้งตลาดยางพาราใหม่ เพราะไม่สามารถควบคุมราคาได้ ขึ้นอยู่กับอุปสงค์และอุปทาน

