Skip to main content
กลุ่มศึกษาข้อตกลงเขตการค้าเสรีภาคประชาชน logo
Text size  Normal text size | Bigger text size | Biggest text size

Search

  • หน้าแรก
  • รายงานพิเศษ
  • แถลงข่าว
  • บทความ
  • บทบรรณาธิการ
    • มาตรา 190
    • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ผูกขาด
    • คณะทำงานเพื่อโลกเย็นที่เป็นธรรม
    • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • ร่วมรณรงค์
  • ศูนย์รวมข่าว FTA
  • Multimedia Library
    • Video Clip
    • Sound Clip
  • ดาวน์โหลดเอกสาร
หน้าแรก » ข่าวเอฟทีเอ » ซีพีฟันธงจีดีพีโต5%-ส่งออกแตะ18%

ซีพีฟันธงจีดีพีโต5%-ส่งออกแตะ18%

Submitted by info on Tue, 15/06/2010 - 13:22

จี้รัฐคลอดแผนปรองดอง-ปลดหนี้เกษตรกรทั่วปท.

นายอาชว์ เตาลานนท์ รองประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) เปิดเผยว่า แนวโน้มภาวะเศรษฐกิจไทยในปีนี้ประมาณการตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) น่าจะขยายตัวที่ 4.5-5% โดยการส่งออกยังเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก คาดว่าภาคส่งออกของไทยปีนี้น่าจะเติบโต 17-18% แต่ต้องขึ้นอยู่กับเหตุการณ์บ้านเมืองถ้าไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้นอีก รวมทั้งปัจจัยภายนอกในเรื่องวิกฤตเศรษฐกิจในยุโรปที่อาจจะลุกลามและขยายวง กว้างมากขึ้น และการฟื้นตัวของภาวะเศรษฐกิจในประเทศสหรัฐก็ยังไม่ดีนัก ซึ่งอาจส่งผลให้จีดีพีของไทยปีนี้โตไม่เกิน 4%

"พื้นฐานเศรษฐกิจไทย ยังมั่นคง แต่เกิดวิกฤตทางการเมืองในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา จนส่งผลกระทบ 1.1% ของ จีดีพี จึงอยากให้รัฐบาลเร่งผลักดันแผนปรองดองในประเทศให้เกิดโดยเร็วที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคม ความยากจน พร้อมกับแก้ปัญหาคอร์รัปชั่น และการทุจริตในภาคข้าราชการ" นายอาชว์กล่าว

นาย อาชว์ กล่าวว่า นโยบายที่เห็นว่าจะช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในสังคมและความยากจนได้ คือ ทฤษฎีสองสูง ของนายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่ให้ปรับขึ้นราคาสินค้าเกษตร เพื่อช่วยเหลือเกษตร และปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการให้อยู่ในระดับสูงเพื่อเพิ่มรายได้ และปรับปรุงระบบชลประทานทั้งประเทศ

ด้านนายสารสิน วีระผล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ เครือซี.พี. กล่าวว่า นโยบายที่ต้องการเสนอให้ภาครัฐบาลเร่งดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อแก้วิกฤต ของประเทศที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ การแก้ปัญหาหนี้ของภาคเกษตร ควรจะประกาศปลดหนี้ให้แก่ภาคเกษตรทั้งระบบ เพื่อช่วยแก้ปัญหาความยากจนของเกษตรกร เพราะภาคเกษตรส่วนใหญ่มีสัดส่วน 70% ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งหากรัฐปลดหนี้ให้แก่ภาคเกษตรกรได้ เชื่อว่าจะช่วยลดปัญหาของประเทศได้ในระดับหนึ่ง และอยากให้รัฐบาลใช้เม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจในสัดส่วนเท่ากันมาปฏิรูปภาคการ เกษตรของไทยด้วย ส่วนนโยบายต่อไปที่ภาครัฐควรทำคือ วางนโยบายปฏิรูปการเกษตรของไทยอย่างจริงจัง นอกจากนี้รัฐบาลควรยกเลิกนโยบายประชานิยม เพราะไม่ส่งผลดีต่อประชาชนในประเทศ และเกิดวิกฤตทำให้หลายประเทศเกิดปัญหาล้มละลายแล้ว

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า วันที่ 15 มิ.ย. ธปท.จะร่วมหารือกับภาคเอกชนทั้งผู้นำเข้า-ส่งออก ธุรกิจภาคท่องเที่ยว สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และสภาหอการค้าไทย แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง และวิกฤตปัญหาหนี้สาธารณะของยุโรป รวมถึงอุปสรรคและปัญหาในการดำเนินธุรกิจ เพื่อเป็นทิศทางกำหนดมาตรการช่วยเหลือภายใต้กรอบนโยบายการเงินของธปท. โดยธปท.จะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้มาประกอบการปรับประมาณการเศรษฐกิจช่วงเดือน ก.ค.นี้ โดยมองว่ามีโอกาสที่จะเห็นการปรับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจขึ้นจากเดิมคาด ไว้อยู่ที่ 4.3-5.8%

  • ข่าวสด
  • การค้าและการลงทุน
  • 239 reads
  • Printer-friendly version
  • Send to friend
  • PDF version

หมวดหมู่

  • ข้อมูลทั่วไป
  • การค้าและการลงทุน
  • ข้อมูล CL
  • เกษตรกรรม
  • อธิปไตย-กระบวนการยุติธรรม
  • สิ่งแวดล้อม
  • ทรัพย์สินทางปัญญา
  • เขตเศรษฐกิจพิเศษ
  • มาตรา 190
  • เศรษฐศาสตร์ทางเลือก
  • โลกาภิวัฒน์แบบไม่ถูกขาด
  • สาธารณสุขและผู้บริโภค
  • บทความแปลจากต่างประเทศ
  • Climate Justice

FTA Watch newsletter

ลงทะเบียนรับข่าวสารทาง e-mail

Previous issues