แก้แล้ง3พันล้าน
“ไตรรงค์” เสนอครม.ขอ 3,000 ล้าน สร้างแก้มลิงชุมชน ภาคเหนือ–อีสาน เอาใจเกษตรกร
นายธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกรัฐมนตรี จะเสนอขอใช้งบประมาณในโครงการแก้มลิงชุมชน วงเงิน 3,000 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมศักยภาพแหล่งน้ำชุมชนในพื้นที่ภาคเหนือและตะวันออกเฉียงเหนือ
ทั้งนี้ จะนำเสนอโครงการดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ เพื่อขอความเห็นชอบภายใต้แผนการแก้ไขปัญหาความยากจนที่จะเน้นการสร้างแหล่ง กักเก็บน้ำ ท่อส่งน้ำ และโครงการแก้มลิงชุมชนด้วย โดยมีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จใน จ.บุรีรัมย์ มาแล้ว เพราะทำให้ราคาสินค้าสูงถึง 3-4 เท่า
นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า ได้สั่งให้กรมชลประทานปรับแผนการจัดหาพื้นที่แก้มลิงทั้ง 190 แห่ง ของปี 2553-2555 มาดำเนินการในแผนปีนี้ทั้งหมดเพื่อให้ทันการรับน้ำในฤดูฝนปีนี้และปีหน้า ซึ่งแก้มลิงดังกล่าวกระจายตัวอยู่เกือบทุกพื้นที่ รวมปริมาณ 115 ล้าน ลบ.ม.
ทั้งนี้ เนื่องจากการคาดการณ์ปริมาณน้ำในเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ที่คาดว่าจะเก็บได้ ณ วันที่ 1 พ.ย. 2553 จะมีปริมาณน้ำใช้การได้รวมกันเพียง 6,700-7,550 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณที่น้อยที่จะต้องใช้ปี 2554 และหากบริหารไม่ดีในฤดูแล้งปลายปีระหว่างช่วงวันที่ 1 พ.ย. 2554-เม.ย. 2555 ประเทศไทยจะถึงขั้นวิกฤตได้
สำหรับการให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบในระยะเร่งด่วนใน พื้นที่ประกาศเลื่อนการทำนาปีนั้น กำลังพิจารณาการช่วยเหลือ เช่น จะให้เงินสดครัวเรือนละ 1,000 บาท หรือจะให้ปัจจัยการผลิตตามความต้องการของเกษตรกร
อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจเบื้องต้นเกษตรกรมีความประสงค์ขอรับการสนับสนุนการเลี้ยงไก่ เลี้ยงเป็ด เพาะเห็ดฟาง เพาะเห็ดถุง เพาะถั่วงอก และเลี้ยงปลา ขณะเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการเลื่อนฤดูนาปีมีประมาณ 3.7 ล้านครัวเรือน
ด้านนายอภิชาติ จงสกุล เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) กล่าวว่า การเลื่อนการปลูกข้าวนาปีออกไปอีก 1 เดือน จะทำให้ผลผลิตข้าวกระจุกตัวในช่วงเดือน พ.ย. ประกอบกับราคาข้าวในตลาดโลกจะอ่อนตัวจากความต้องการที่ลดลง ซึ่งทำให้ช่วงนั้นราคาข้าวตกต่ำมาก
ขณะนี้ได้หารือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อรับมือกับปัญหาแล้ว เพราะขณะนี้ต่างประเทศได้หันไปซื้อธัญพืชอื่น และบริโภคข้าวและธัญพืชชนิดอื่นแทน เช่น ข้าวสาลี เนื่องจากมีราคาถูกกว่าข้าวจากไทยและประเทศเพื่อนบ้านของไทย
นายวิเชียร พวงลำเจียก อุปนายกสมาคมชาวนาไทย กล่าวว่า นโยบายเลื่อนการทำนาส่งผลกระทบต่อชาวนา และในทางปฏิบัติเป็นไปได้ยาก หากคิดว่าทำนาน้อยลงจะทำให้ราคาข้าวสูงขึ้น ขอท้าให้รัฐรับประกันราคารับซื้อที่ 2 หมื่นบาท/ตัน ได้หรือไม่
“ต่อไปนี้เวียดนามที่เป็นประเทศคู่แข่งผลิตข้าวที่เลื่อนชั้นมาเป็นที่ 1 ของโลกแทนประเทศไทย เพราะเขาบริหารจัดการน้ำได้ดีเยี่ยม แต่ประเทศไทยแม้จะมีศักยภาพดินดี แต่รัฐไม่ส่งเสริมการทำนา ไม่พัฒนาระบบชลประทาน ไม่ทุ่มเทการพัฒนาสายพันธุ์ การตลาด ต่อให้ดินดีอย่างไรก็จบกัน” นายวิเชียร กล่าว

